Blues End
“มาหาแม่ ซึงฮยอน มาหาแม่นะซึงฮยอนลูกแม่”
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างนิ่งเงียบอย่างตกใจไม่แพ้กัน จียงที่กำลังเดินเข้าไปหาชะงักเท้า ขาสองข้างแทบหมดแรง
นี่แม่พูดอะไร คนที่แม่ต้องเรียกหาควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน
“คุณพูดอะไร” เมื่อตั้งสติได้ซึงฮยอนเอ่ยถามจียงลั่น เขาเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสูงวัยพูด
“อย่าพูดกับแม่แบบนั้นสิซึงฮยอน ลูกเป็นลูกของแม่นะ”
“ผมไม่ใช่ลูกคุณ แม่ผมชื่อชเวฮีจิน”
“นังนั่นมันไม่ใช่แม่ของลูกๆ แม่ต่างหากที่เป็นแม่ของลูก”
“แม่ครับ แม่พูดอะไร” จียงร้องเรียก นี่แม่เขาเป็นอะไรไป แม่ที่เคยอ่อนหวาน เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดเวลามองมาที่เขา จียงเดินเข้าเป็นแม่อีกครั้งหากแต่พอเข้าไปใกล้ จียอนก็ผลักจียงจนล้มลงไปที่พื้น ซึงฮยอนข้าไปประคองคนรักที่ร้องไห้โฮให้ลุกขึ้นยืน
“คุณน้าคุณทำอะไร จียงเป็นลูกของคุณนะ”
“ไม่ใช่ มันไม่ใช่ลูกชั้น จียงเป็นลูกของนังนั่น ชเวฮีจินไงหล่ะ นังเพศยานั่นแย่งทุกอย่างที่ชั้นรักไป แล้วตอนนี้แกยังจะมาแย่งลูกชายคนเดียวของฉันไปอีก ชั้นไม่มีทางยอม” ควอนจียอนหันปากกระบอกปืนไปทางจียงตอนที่พูด
“ไม่ ไม่จริงใช่ไหมฮะฮึก...แม่แค่ล้อมผมเล่นใช่ไหมฮึก...บอกผมสิแม่มันเป็นแค่เรื่องโกหกใช่ไหม” จียงทำท่าจะเดินเข้าไปหาจียอนอีกครั้ง หากแต่ติดมือแกร่งของซึงฮยอนรั้งเอาไว้เพราะกลัวว่าจียอนจะทำร้ายจียง
“จริงสิ ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ชั้นเอาตัวแกมาตั้งแต่แกเกิด แล้วบอกกับพ่อและแม่ของแกว่าแกตายตอนคลอด..ซึ่งก็ไม่ได้ยากเลยที่จะทำให้แม่โง่ๆของแกเชื่อเพราะอะไรรู้ไหม เพราะแม่แกมันโง่ไงหล่ะ มันถึงต้องตายให้สมกับความโง่ของมัน” ควอนจียอนเอ่ยออกมาอย่างคนไร้สติ ตอนนี้เธอเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจเป็นเพราะเรื่องที่เธอคิดว่าเธอต้องสูญเสียคนที่เธอรักครั้งแล้วครั้งเล่า
“ไม่....ไม่นะฮะ” จียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ สิ่งที่จียอนพูดทำให้ร่างเล็กเจ็บจนยืนแทบไม่ไหว แม่ที่รักนักหนากลับกลายเป็นคนอื่นไป แม่ที่นึกว่ารักเขาที่สุดกับมองเขาเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้น
สิ่งที่จียอนเล่าตอกย้ำสิ่งที่ซึงฮยอนเห็นเมื่อสมัยเด็ก เขาเห็นควอนจียอนแอบฉีดยาอะไรสักอย่างให้แม่เขาอยู่บ่อยครั้ง และหลังจากนั้นแม่ก็จะชักและหมดสติ จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง
ซึงฮยอนมองจียงอย่างสุดแสนจะสงสาร ควอนจียงคงเป็นคนน่าสงสารที่สุดสินะ เด็กที่ถูกพรากจากอกแม่ตั้งแต่แรก ทั้งที่จียงเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด
“วางปืนเถอะครับ คุณทำแบบนี้อะไรก็ไม่ดีขึ้นหรอก” ซึงฮยอนหันมาพูดกับควอนจียอน
“ไม่...จียงกำลังจะแย่งลูกไปจากแม่ แม่ต้องกำจัดมันซึงฮยอน ลูกรู้ไหมว่าแม่ต้องทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ทั้งที่แม่มาก่อน แม่รักมินวูเรารักกันมาก่อน แต่ชเวฮีจินมันแย่งทุกอย่างไปจากแม่ ซ้ำแม่ของมันยังสั่งคนมาทำร้ายมาข่มขืนแม่จนแม่ท้อง ในวันที่ลูกมันตาย แม่บอกตัวเองว่า ชเวฮีจินได้รับผลกรรมอย่างสาสมแล้วฮึก..แต่ลูกรู้ไหมว่าวันที่มินวูมาขอลูกจากแม่ ขอลูกไปให้นังผู้หญิงคนนั้นเพียงเพราะกลัวว่ามันจะเสียใจ เขาเอาลูกของแม่ไปโดยที่ไม่นึกถึงความรู้สึกของแม่เลยสักนิด วันนั้นแม่ก็สาบานกับตัวเองว่าจะทำลายทุกอย่างที่เป็นของชเวฮีจินให้หมดสิ้น และทุกอย่างมันต้องเป็นของลูกชายแม่เท่านั้น” ควอนจียอนร่ายยาวถึงอดีตที่เธอเคยประสบมา
“ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ของผมแต่แรก งั้นผมก็ไม่เอามันหรอก ผมจะคืนมันให้จียง”
“ไม่แม่ไม่ยอม จียงมันต้องตายตามแม่ของมันไป”
“หยุดบ้าเสียที คุณรู้ไหมคุณทำอะไรลงไป เรื่องเก่าๆที่ผ่านมาช่างมันไปเสีย จบเรื่องนี้ไว้ที่นี่”
“แสดงว่าลูกไม่โกรธแม่ ลูกจะกลับมาอยู่กับแม่ใช่ไหมซึงฮยอน”
“ไม่...ผมจะไปอยู่ที่อื่นและผมจะพาจียงไปด้วย” ซึงฮยอนพูดจบก็ประคองจียงให้ลุกขึ้น ร่างสูงพยุงร่างเล็กเพื่อเดินออกจากห้อง ฮยอนเบและยองเบสองพี่น้องเดินนำออกไปก่อนแล้วซึงฮยอนหันกลับมามองคนที่เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นแม่อีกครั้งก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป
ควอนจียอนทรุดลงร้องไห้อย่างน่าเวทนาหล่อนทำตัวเองทั้งนั้น หากเพียงแค่ยอมรับความจริงเรื่องก็จะไม่เป็นเช่นนี้
หากแต่แวนตาเศร้ากลับแปลเปลี่ยน ควอนจียอนลุกขึ้นอีกครั้ง เธอหยิบปืนที่ตกอยู่แล้ววิ่งตามทั้งสี่คนออกไป จียอนวิ่งมาทันที่หน้าบ้านก่อนที่ทั้งสี่จะขึ้นรถ
“ไม่ยอม แม่ไม่ยอม ลูกต้องอยู่กับแม่ ส่วนแกต้องตายชเวฮีจิน” จียอนเล็งปืนใส่จียง ก่อนที่จะเหนี่ยวไกปืนอย่างไม่คิด หากแต่คนที่ถูกคมกระสุนกลับไม่ใช่จียงดั่งที่เธอหวัง แต่เป็นซึงฮยอนที่เอาตัวเข้าบังรับกระสุนแทนคนรัก
“พี่....................” จียงร้องเสียงลั่นตอนเห็นซึงฮยอนล้มลงไปกับพื้น กระสุนปืนโดนที่กลางหลังของร่างสูงจนซึงฮยอนแน่นิ่งไป
“ไม่จริง....ไม่นะชั้นไม่ได้ยิงซึงฮยอน แม่ไม่ได้จะยิงซึงฮยอนนะลูก แม่...ม...แม่ขอโทษ ลูกแม่ต้องไม่ตายสิ ลูกของแม่ต้องไม่ตายไม่จริง ชั้นไม่เชื่อ ไม่จริง....ไม่จริง” ควอนจียงหมดสิ้นสติสมประดีที่จะประคองตัวให้เหมือนคนปกติเสียแล้ว หล่อนเหมือนคนวิกลจริตที่เอาแต่พูดว่าไม่จริงไม่เชื่อตอนที่เห็นซึงฮยอนล้มลงไป
ฮยอนเบที่เป็นหมอจัดการห้ามเลือดและปฐมพยาบาลให้ร่างสูง ก่อนที่จะหันมาสั่งให้น้องชายโทรเรียกตำรวจและรถพยาบาล
ปังงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด จียงที่ประคองซึงฮยอนอยู่หันไปตามเสียงก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นควอนจียอนนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า
จียงทิ้งซึงฮยอนที่ตอนนี้มีฮยอนเบประคองอยู่ถลาเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของคนเป็นแม่ ร่างเล็กประคองร่างของผู้เป็นแม่ขึ้นมาแนบอก
“แม่....แม่ฮะ ไม่นะฮะ อย่าตายนะ ผมรักแม่ รักแม่นะครับฮึก....” จียงสะอื้นไห้กอดศพของควอนจียอนเอาไว้แน่นโดยมียองเบตามมาดูแล ไม่นานนักทั้งรถพยาบาลและตำรวจก็มาถึง
ซึงฮยอนแม้จะถูกยิงอย่างจังหากแต่กระสุนไม่ได้ถูกจุดสำคัญอะไรซึงฮยอนจึงไม่เป็นอะไรมา ร่างสูงถูกนำขึ้นรถพยาบาลโดยมีคุณหมอฮยอนเบตามไปด้วย
ส่วนจียง...ร่างเล็กไม่ยอมละจากร่างของจียอนเลยจนกระทั่งรถตำรวจได้เข้ามานำศพของจียอนไป จียงถูกยองเบพาเข้ามาในบ้าน แม้ไม่มีน้ำตาไหลแล้ว แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ดีว่าควอนจียงกำลังจมอยู่ในห้วงน้ำตาที่เอ่อท้นอยู่ในอก
ร่างเล็กนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จา มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้นที่บ่งบอกว่าควอนจียงเป็นคน ไม่ใช่ตุ๊กตาที่ถูกจับมาวางตั้งไว้
ยองเบพยายามหาอะไรมาให้จียงกิน ป้อนก็แล้วทั้งพูดดีทั้งเคี่ยวเข็ญข่มขู่ หากแต่จียงก็ยังไม่ยอมกินอะไรเข้าไปสักนิดเดียว ไม่แม้แต่จะพูดกับเขาด้วยซ้ำ ยองเบรู้จียงคงทั้งช็อคและเสียใจมากกับเรื่องที่ได้รับรู้ในวันนี้ จียงรักแม่มากแค่ไหนเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดมีหรือจะไม่รู้ และเขาก็ไม่เคยคิดว่าคนที่อ่อนหวานใจดีอย่างคุณน้าจียอนจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัวเช่นนี้
งานศพของควอนจียอนถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติโดยยองเบเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ไร้เงาของลูกชายทั้งสองคนที่คนนึงป่วยกายนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนอีกคน ป่วยใจ
ซึงฮยอนฟื้นขึ้นมาหลังจากวันเกิดเหตุสองวัน ทันทีที่ฟื้น ร่างสูงก็โวยวายจะกลับไปหาจียงให้ได้ ร้อนถึงคุณหมอฮยอนเบต้องเข้ามาปรามแกมขู่ว่าให้รักษาตัวเองให้หายก่อน
*********BLUES*********
ประตูบานใหญ่ถูกเปิดเบาๆจากคนนอกห้อง ซึงฮยอนพยายามเดินเข้ามาในห้องให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้อีกคนที่อยู่ในห้องรู้ว่าเขาเข้ามา
ซึงฮยอนจำได้ จียงเคยบอกว่าสักวันหนึ่งจะทำให้เขาทรมานเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนตัวเอกตกนรกขุมที่ลึกเกินกว่าที่คนอื่นจะคาดถึงทั้งที่จียงไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด
จียงเพียงแค่นั่งเฉยๆ ไม่พูดกับใคร ทุกวันร่างเล็กจะตื่นขึ้นมา แววตาสวยจับจ้องอยู่แค่บานหน้าต่าง กินแค่พอประทังชีวิตเพราะถูกยองเบบังคับ และหลับลงไปเงียบๆเมื่อถึงเวลา ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือจียงจะร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเขา ไม่มีเสียงสะอื้นมีแค่หยดน้ำใสที่ไหลมากร่อนหัวใจเขาอย่างไม่ขาดสาย หากแต่แค่นั้นเขาก็รู้สึกเจ็บเหมือนจะตาย จียงคงเกลียดเขามาก ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรสักนิด เขาทำร้ายจียงขนาดนั้นซ้ำแม่เขาก็ยังทำกับครอบครัวของจียงไว้อย่างเกินจะให้อภัย
ซึงฮยอนยืนมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ประกายวูบไหวของโคมไฟสีอ่อนที่หัวเตียงทำให้เห็นน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ที่หางตาคม
ซึงฮยอนร้องไห้ เหมือนกับทุกคืนที่เขาเข้ามามองร่างเล็กที่หลับใหลและร้องไห้เงียบๆ เขาเข้าใกล้จียงได้ต่อเมื่อร่างเล็กนี้หลับเท่านั้น
จียงไม่ได้ขับไล่โวยวาย หากแต่น้ำตาของร่างเล็กที่รินไหลทุกครั้งที่เห็นหน้าเขามันทำให้ซึงฮยอนรู้สึกทรมานใจเกินไป เหมือนน้ำกรดที่สาดเทลงบนหัวใจของเขา กัดกินแทบไม่เหลือซาก แหลกร้าวแทบไม่มีชิ้นดี
“ใจเย็นๆนะพี่ มันต้องใช้เวลา อาจจะนานสักหน่อย แต่เชื่อเถอะสักวันมันจะดีขึ้น” ร่างกำยำที่เดินตามเข้ามาตบลงเบาๆที่บ่าของซึงฮยอนเป็นเชิงปลอบใจ ยองเบเองก็ลำบากใจไม่น้อย เขาเข้าใจทั้งซึงฮยอนและจียง เห็นใจคนทั้งคู่อย่างมาก แต่ก็อย่างที่บอกทุกอย่างต้องใช้เวลา
“มันอาจแย่ลงก็ได้ หากพี่ยังอยู่” ซึงฮยอนเอ่ยตอบไปเบาๆ เขาลองมาคิดดูแล้วจียงอาจจะไม่อยากเห็นหน้าเขาก็เป็นได้ มันจะดีกว่าหรือเปล่าถ้าจียงจะไม่ต้องเจอเขาอีก
“พี่คิดจะทำอะไร” ยองเบขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“พี่จะกลับไปอยู่อเมริกา มันอาจจะดีกว่าถ้าจียงไม่เห็นหน้าพี่”
“คิดอะไรของพี่ พี่ไม่รักจียงเลยหรือไง” ยองเบดึงซึงฮยอนมาทีอีกมุมของห้อง แม่ตอนนี้ร่างกำยำจะรู้สึกโกรธแต่ก็พยายามควบคุมเสียงตัวเองให้เบาเพราะกลัวว่าคนที่หลับอยู่จะตื่นขึ้นมา
“เพราะรักไงยองเบ เพราะพี่รักพี่ถึงทนเห็นจียงทรมานแบบนี้ไม่ได้”
“พี่ก็เลยจะทิ้งมัน”
“พี่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วยองเบ พี่ทรมานกับการที่ถูกคนที่พี่รักเกลียด ทุกวันทีเห็นจียงร้องไห้ นายรู้ไหมว่าพี่แทบอยากจะตายไปเสียให้พ้น ไม่ใช่ไม่รัก พี่อยากเห็นหน้าจียงทุกวัน อยากกอดอยากปลอบใจ แต่จะให้พี่ทำยังไงเมื่อจียงแค่เห็นพี่ก็ร้องไห้เสียแล้วแบบนี้”
ยองเบอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อซึงฮยอนบรรยายความอัดอั้นที่มีออกมา ร่างสูงร้องไห้ไม่ใช่แค่หยดน้ำตาอย่างที่เขาเห็นบ่อยๆ หากแต่คราวนี้ซึงฮยอนร้องไห้โฮอย่างกับเด็กจนเขาเองยังอดสงสารไม่ได้
นั่นสินะ เขาเองคิดถึงแต่จียงจนลืมนึกถึงความรู้สึกของซึงฮยอนไป ร่างสูงเองก็คงเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าจียงกับความจริงที่ได้รับรู้
“พี่จะไปจริงเหรอ”
“ถ้ามันจะทำให้จียงดีขึ้น ทำให้คนที่พี่รักยิ้มได้อีกครั้งพี่ก็จะไป”
*********BLUES*********
“จียงกินอะไรหน่อยเร็ววันนี้ชั้นให้แม่บ้านทำของที่นายชอบมาให้เลยนะ” ยองเบเดินถือถาดอาหารเช้าร้อนๆเข้ามาให้จียงที่นั่งอยู่ที่ระเบียงห้อง ทุกเช้ายองเบจะเป็นคนพาจียงเข้าห้องน้ำ เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อและเอาหารเข้ามาให้เองทุกมือ
“โหน่ากินชะมัดนายต้องกินเยอะๆรู้ไหม แก้มนายไม่เหลือผอมจนแก้มไม่ป่องน่าฟัดเหมือนเดิมแล้วเนี่ย” ร่างหนาพูดคุยกับจียงเหมือนปกติ หากแต่ที่ไม่ปกติก็คือไร้เสียงตอบกลับจากอีกหนึ่งชีวิตในห้อง
ยองเบยิ้มบางๆ ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆร่างเล็ก ค่อยๆตักข้าวต้มป้อนจียงไปเรื่อยๆ จียงทำแค่เพียงอ้าปากรับข้าวคำน้อยเข้าไปประทังการมีชีวิตที่แสนเจ็บปวดไปวันๆ แค่ไม่กี่คำจียงก็เบนหน้าหนี ยองเบรู้ว่านั่นคือสัญญาณบอกว่าร่างเล็กไม่กินแล้ว ร่างหนาเก็บถ้วยก่อนที่จะหันหลังไปจัดยาให้จียงปากก็เล่านั่นนี่ไม่ได้ขาด
“จียง วันนี้พี่ซึงฮยอนเขาจะไปแล้วนะ ได้ยินหรือเปล่าพี่ท็อปของนายเขาจะไปอยู่อเมริกานู่นแล้ว” ยองเบที่มัวแต่วุ่นกับการเตรียมยาไม่ได้สังเกตว่าแววตาว่างเปล่าของจียงเปลี่ยนไป ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นหันมองแผ่นหลังของยองเบเขม็ง
“เฮ้อ...ไม่รู้คิดอะไรกันอยู่ ห้ามก็ไม่ฟัง นั่นไงสงสัยจะไปแล้ว” ยองเบเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงสตาร์ทรถยนต์ที่หน้าบ้าน
“นายเองก็ดีขึ้นสักทีสิจียง...เฮ้ย...จียงจะไปไหน” ยองเบร้องเรียกอย่างตกใจที่อยู่ดีๆจียงก็ลุกจากเตียงวิ่งออกไปนอกห้อง
ร่างเล็กวิ่งลงมาถึงชั้นล่างก็พอดีกับที่รถยนต์คันหรูแล่นออกจากหน้าบ้านไป จียงวิ่งไล่ตามรถที่ซึงฮยอนนั่งออกไปอย่างไม่คิดปากก็ร้องเรียก
“พี่ฮะ อย่าทิ้งฮึก....อย่าทิ้งผม...อย่าไป” จียงวิ่งตามรถออกไปโดยที่รถคันใหญ่ไม่มีวี่แววที่จะจอดลงสักนิด
ซึงฮยอนที่เอาแต่ก้มหน้าดูรูปถ่ายในมือไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองอะไรเลยเพราะหน่วยตาคมกำลังอาบไปด้วยน้ำตาใสไม่ต่างจากร่างเล็กที่อยู่ด้านนอก
จียงวิ่งตามอย่างไม่ยอมลดละ ร่างเล็กไม่ยอมหยุดวิ่งจนมาสะดุดล้มลงที่ตรงเนินไม่ห่างจากหน้าประตูบ้านนัก
“คุณหนูจียง” เสียงลุงคนขับรถที่อุทานเรียกชื่อจียงทำให้ซึงฮยอนต้องเงยหน้าหันไปมอง ดวงใจกระตุกวูบเมื่อเห็นว่าร่างเล็กล้มกองอยู่ที่พื้น
“ลุง..จอดครับ จอดรถ” ซึงฮยอนสั่งคนขับรถให้จอด ร่างสูงรีบลงจากรถแล้ววิ่งกลับไปหาจียงอย่างเต็มฝีเท้า
จียงพยายามลุกแต่เพราะไม่ค่อยได้เดินซ้ำร่างกายก็อ่อนแอทำให้ร่างเล็กหมดแรงที่จะลุกไหว ที่หัวเข่าเป็นแผลที่กระแทกกับพื้นจนได้เลือด ซึงฮยอนวิ่งเข้าไปประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้น ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร จียงก็โผเข้ากอดอีกคนไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป
“พี่ฮะ....พี่ฮึก อย่าทิ้งผมไป อย่าทิ้งจียงฮึก” ร่างเล็กร้องไห้โฮ สองแขนกอดรัดเข้าที่เอวหนาเอาไว้
“จียง.....” ซึงฮยอนครางเรียกชื่อร่างเล็กออกมาเบาๆ จียงยอมพูดกับเขา การที่จียงรั้งไม่ให้เขาไปอย่างนี้แสดงว่าจียงไม่ได้เกลียดเขาใช่หรือเปล่า
“เหลือแค่พี่ จียงเหลือแค่พี่แล้ว อย่าทิ้งจียงไปอีกคนฮึก..”
“ไม่ทิ้งครับ พี่สาบานพี่จะไม่มีวันทิ้ง พี่ขอโทษจียง ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”
“ฮึก...ยกโทษให้ จียงยกโทษให้”
“ขอบคุณครับ เข้าบ้านเถอะนะต่อไปนี้พี่จะดูแลจียงเอง” ซึงฮยอนพูด ร่างสูงช้อนอุ้มเอาร่างเล็กที่เจ็บเท้าขึ้น ก่อนที่จะอุ้มเดินเข้าบ้าน
“ไอ้จีเป็นไงบ้าง” ทันทีที่เข้าบ้าน ยองเบก็เอ่ยถามเพื่อนเพราะเห็นแผลที่หัวเข่า
“ไม่เป็นไร ต่อไปนี้ชั้นจะไม่เป็นไรแล้วยองเบ” ยองเบยิ้มให้กับคำตอบของจียง นั่นสินะ ต่อไปนี้จียงคงไม่เป็นไรอีกแล้ว เพราะเขามั่นใจว่าซึงฮยอนรักจียงมากพอที่จะดูแลเพื่อนเขาได้เป็นอย่างดี
“เห็นไหมพี่ ผมบอกแล้วมันจะดีขึ้น” ยองเบเดินมาตบบ่าซึงฮยอนเบาๆ ร่างสูงหันไปยิ้มให้เพื่อนสนิทของคนรักบางๆ สวรรค์คงให้โอกาสเขาแล้วสินะ
*********BLUES*********
ไม่นานนัก บ้านที่เคยเงียบเหงาก็เต็มไปด้วยผู้คน ยองเบโทรบอกคนอื่นไปทั่วเรื่องที่จียงดีขึ้นแล้ว ทุกคนต่างยินดีและพากันมาเยี่ยมจียงที่บ้าน
งานเลี้ยงเล็กๆที่แสนอบอุ่นถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับการที่จียงกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง
“เหนื่อยหรือยัง อยากไปพักไหมจียงดึกแล้วนะครับ” ซึงฮยอนถือแก้วน้ำเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่นั่งยิ้มมองฮยอกซูแกล้งซึงโฮถามอย่างเป็นห่วง เพราะจียงยังไม่หายดีและนี่ก็ค่อนข้างดึกแล้วเขาไม่อยากให้จียงเหนื่อยเกินไป
“....” จียงไม่ได้ตอบ ร่างเล็กแค่ส่ายหน้าน้อยๆและยิ้มบางๆกลับไป
“งั้นพี่ให้อีกแค่ครึ่งชั่วโมงนะครับ แล้วไปนอนกัน” จียงพยักหน้ารับคำ ร่างสูงหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินไปอีกทาง เขาตั้งใจว่าระหว่างรอจะไปหาอะไรมาให้จียงกินอีกหน่อย
“ไปไหน” ร่างเล็กรั้งมือหนาของซึงฮยอนไว้ก่อนขมวดคิ้วเอ่ยถาม
“ไปหาอะไรมาให้จียงทานไงครับ บาร์บีคิวไหม”
“อิ่มแล้ว” จียงพูดบอกก่อนที่จะดึงมือซึงฮยอนให้นั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆตน จียงหันหลังให้เอนกายอิงลงที่อกแกร่งของคนที่นั่งซ้อนหลังอยู่
“พี่ฮะ หนาว...กอดหน่อยได้ไหม” ซึงฮยอนยิ้มให้กับเด็กขี้อ้อนที่ขอให้กอด สองแขนแกร่งตะกองกอดร่างเล็กเอาไว้หลวมก่อนที่จียงจะเอามือตัวเองกอดซ้อนทับแขนของร่างสูงเอาไว้อีกที
“โอ้ยๆๆๆๆๆ สวีทไม่เกรงใจเลยอ่ะ เห็นใจคนไม่มีแฟนอย่างชั้นบ้างดิวะไอ้จี” ซึงโฮที่หันมาเห็นเอ่ยแซว จียงหน้าแดงกล่ำด้วยความอาย
“ไอ้ซึงโฮอย่าไปแซวมัน ดูดิ๊ไอ้จีมันอายจนจะมุดเข้าไปในอกของพี่ท็อปเลยนะเว้ย” ฮยอกซูคนดีที่เหมือนจะช่วยหากแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นช่วยแซวไปเสียได้
“หยุดเลยนะ ไอ้เพื่อนบ้า” จียงแหวใส่สองคนที่ดูจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย
“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะจากทุกๆดังลั่นเมื่อจียงหยิบเค้กที่วางใกล้มือปาไปที่ซึงโฮ ร่างสูงไม่รอช้าคว้าอีกชิ้นปากลับมา แต่ร่างเล็กหลบทันหวยเลยไปออกที่ซึงฮยอนที่นั่งหัวเราะไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่ด้านหลัง
ไม่นานสงครามเค้กเล็กๆก็เกิดขึ้น ทุกคนต่างละเลงเค้กใส่คนอื่นเล่นอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบ้าน
ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้วความเจ็บปวด ไม่มีการแก้แค้น ไม่มีจียง ไม่มีซึงฮยอน ต่อไปนี้จะมีแค่เรา ฟ้าที่เคยหมองจะกลับมาสดใสอีกครั้งต่อจากนี้ และตลอดไป
LIGHT….BLUES
END