tempglover

tempg fiction by tempglover

[Fic] Sweet Attack 4

Title Sweet Attack 4

Pairing Tempo x G Dragon

Rating PG15

Genre Romantic comedy

หลังจาก....เอ่อ.... หลังจากแข่งกับทำลายคลังเบียร์ในร้าน ตอนนี้แต่ละคนก็หาได้มีสติสัปชัญญะใดๆไม่ ยกเว้นก็แต่ทงยองเบผู้แสนอาภัพที่ต้องมานั่งเฝ้าศพขี้เหล้าอยู่แบบนี้
ถ้าจะถามว่าไอ้พี่หมีเท็ดดี้ กับคู่หูไอ้พี่เตี้ยเบ็กกี้มันก็เมาด้วยเหรอก็ต้องขอตอบว่าเปล่า แต่แม่งสองตัวชิ่งกลับไปตั้งแต่เบียร์เหยือกที่สาม ทิ้งความบรรลัยวายวอดไว้ที่กูแต่เพียงผู้เดียว ก่อนไปแม่งมีมาตบบ่าปุๆ ฝากฝังให้กูเป็นกรรมการต่อทีอีกด้วย
ส่วนพี่ดองวุคและผัว....แวะมาดูแว๊บเดียวก่อนที่พี่แทบินจะโทรตามไอ้เจ้าน้องเล็กของบ้านที่คาดว่าจะนอนแล้วอย่างเจ้าฮันบินให้มาเอาซากควอนจียงกลับบ้าน แม่งรบกวนเวลานอนของอนาคตของชาติชิบหาย แต่แบบรอแล้วกูก็รออีกก็ไม่เห็นสันดั้งไอ้บีไอน้องเล็กที่ตัวโตกว่ากูเลยสักนิด
แล้วไอ้สองตัวที่ร่ำๆว่าจะตีกันตายตอนนี้ก็นอนเกยกันสิ้นสภาพความเป็นคนอยู่ตรงหน้า จะทิ้งชิ่งกลับบ้านก็ดูเหมือนกูจะใจร้ายกับเพื่อนรักไปซักหน่อย ก็เลยต้องอยู่โยงเฝ้าซากแบบนี้
จนแล้วจนรอด ก็ไม่เห็นหัวใครจะเสนอหน้ามารับ ผับปิดไปครึ่งชาติ คนอื่นๆทยอยกลับไปกันจนหมด เหลือแต่กูเนี่ย วังเวงชิบหาย ทีนี้จะทำไงครับ นึกขึ้นได้แม่งก็อยู่กันตั้งสองคน เปิดแอร์ให้แม่งนอนกันที่นี่แล้วกูก็กลับไปนอนกอดน้องโฮมมี่ที่บ้านก็ได้นี่หว่า ว่าแล้วทงยองเบก็เอาตามนั้นแหละครับ ตอนเช้าตื่นขึ้นมามึงจะกัดกันต่อก็เรื่องของมึงสองตัวละทีนี้


“อื้อ...” โอ้ย ปวดหัว นี่สมองกูยังอยู่ดีอยู่ใช่มั้ย ทำไมเหมือนสมองจะระเบิดขนาดนี้วะ งัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะแสงจากทางด้านนอกมันแยงตา เช้าแล้วหรือไงวะเนี่ย(แสงส่องทางไปสวรรค์มั้งโป้)
มองสภาพตัวเองก็นึกขึ้นได้ อ๋อเมื่อคืนกูเมา ไม่ได้เมาเละเทะขนาดนี้มานานมากละนะ เอาจริงๆเครื่องดับไปตอนไหนจำไม่ได้เลยนะ จำไม่ได้แม้แต่ว่าผมกับไอ้เปี๊ยกเนี่ยใครกันแน่ที่เป็นคนชนะ แต่ก็นะพอนึกไปนึกมา ถ้าจำไม่ได้ว่าใครร่วงก่อนงั้นกูเปลี่ยนกติกาเป็นใครลุกได้ก่อนชนะซึ่งนั่นก็คือกูก็แล้วกัน
“นี่....นี่ไอ้เปี๊ยก....ตื่นดิวะ” ผมปลุกไอ้ตัวเล็กที่ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นขึ้นมาง่ายๆ เขย่าก็แล้วแต่ก็ยังนิ่ง ช่างแม่งก่อนละ คอแห้งหาอะไรกินก่อนแล้วกัน
“อื้อ......” อ่ะ..พอกูจะปล่อยนอนแม่งตื่น เออดีเนอะ ขนาดไม่รู้สึกตัวมึงยังดื้อ มันฝังรากลึกจริงๆนะเนี่ย
“ตื่นก็ดีละ”
“เฮ้ย นายมาอยู่นี่ได้ไง” ตื่นมาก็โวยวายเลยเว้ยนี่ชาติก่อนมึงเป็นกระต่ายรึไง
“อยู่ไหน แหกตาดูสิเรายังไม่ได้ไปไหนเลยเหอะ” ผมตอบกลับ เอาวันนี้กูจะกวนตีนให้ถึงที่สุดครับ(เท่าที่รู้มึงกวนตีนทุกวันนะชเว)
“แล้วทำไมไม่ไป จะอยู่หาอะไรเนี่ย”
“อยู่รอคนแพ้ตื่น”
“อะไร ใครแพ้อย่ามามั่วนะเว้ย” ก็กูมั่วไง กูตื่นก่อนกูก็เลยมั่วว่ากูชนะ ทั้งที่จริงๆกูก็ไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่แม่งพับลงไปก่อน เพราะไอ้ตัวแสบนี่จากที่ดูเหมือนจะอ่อน แม่งแข็งพอตัวเลยอ่ะ
“ก็นายไง เห็นๆกันอยู่” ยักคิ้วยักไหล่ ทำท่ากวนตีนให้ถึงที่สุด กูเป็นผู้ชนะ หึหึหึ
“เออ..แพ้ก็แพ้ กลับบ้านละ”
“เดี๋ยว นายยังกลับไม่ได้ ลืมที่พนันกันไว้แล้วหรือไง” โธ่เอ้ยควอนจียง เวรกรรมนึกว่าสายพันธุ์ลิงมันจะสมองเสื่อม เสือกจำแม่นขึ้นมาซะอีก แล้วจะชิ่งยังไงวะทีนี้
“จิ๊......ไม่ลืม จะเอาอะไรก็ว่ามาสิ หรือจะให้ชั้นขอโทษ เออ ขอโทษที่ด่านายแล้วกันกลับบ้านละนะ” พูดเองเออเองสุดชีวิต เกิดมาไม่เคยต้องแถหน้าด้านๆอย่างงี้มาก่อนเลย เพราะไอ้ลิงแสมนี่ตัวเดียว
“ไม่ใช่ละมั้ง นายอย่ามาเนียนผู้ชายแมนๆเขาไม่ทำกัน” หือ พูดซะขนาดนี้ต่อยกับยองเบเพื่อนรักกูเลยมั้ย พูดถึงไอ้ยองเบ ไอ้เพื่อนเลว(เมื่อกี๊มึงยังเรียกว่าเพื่อนรักอยู่เลยจี) ไอ้เพื่อนเลวแม่งทิ้งกูไว้กับลิงได้ไงวะ เกิดเมาถึงขั้นบ้า หน้ามืดมังกรไปผสมพันธุ์กับลิงขึ้นมา กูนี่ไม่อยากจะคิดถึงหน้าลูกเลยนะมึง แล้วไอ้ลิงยักษ์มึงมีหน้ามาพูดถึงความเป็นลูกผู้ชายเนอะ มึงน่าจะหมดตั้งแต่มึงแซงคิวกูแล้วมั้ย
“ว่ามาเลย จะเอาอะไร”
“สลาฟ รู้จักมั้ย”
“ห๊ะ? อะไรนะ”
“แพ้เป็นทาส ไม่เข้าใจตรงไหน”
“มันจะไม่มากไปหน่อยหรือไง” ทาสอาบอจี(ภาษาเกาหลีแปล่ว่าพ่อ)มึงสิ มึงเกิดยุคไหนห๊ะ ลิงยุคหินเหรอ
“มากอะไรก็ตกลงกันไว้แล้วนี่ แล้วนายก็แพ้ แต่ชั้นใจดี ให้นายเป็นทาสแค่เดือนเดียวก็ได้” เดือนนึง แค่พ่องมึงสิ ตั้งเดือนเหอะ ใครจะไปทนไหววะ จากที่เห็นสันดารแม่งอย่างเลวเถอะ โอ้ยยยยยย ควอนจียงต้องการตัวช่วย พี่ดองวุคอยู่ไหนเนี่ย
“ตั้งเดือนนายจะบ้าเหรอไง ชั้นมีหนังสือต้องเรียนมีบ้านมีพ่อแม่ต้องดูแลมีงานที่คณะมีงานที่ชมรม มี.....”
“พอ......” ก่อนที่ไอ้เด็กขี้แถจะไถยาวไปมากกว่า ชเวท็อปขอให้หยุดครับ แหมทีงี้งานเยอะขึ้นมาเลยนะมึง
“อะไรเล่ายังพูดไม่จบเลย” จี๊...กูยังแถ เอ้ยพูดไม่จบเลยขัดจังหวะทำไมวะ
“ไม่ต้องพูดอะไร นายเป็นทาสมีสิทธิ์พูดรึไง”
“อะไรอ่ะ ยังไม่ได้ยอมเลยนะ”
“งั้นก็ยอมเถอะ ยังไงนายก็หนีชั้นไม่พ้นหรอก เพราะถ้านายตุกติกชั้นจะไปประกาศให้ทั่วว่าควอนจียงปีหนึ่งไม่รักษาคำพูด แพ้แล้วเบี้ยว นิสัยไม่ดีปลิ้นปล้อนหลอกลวง”
“เออๆๆๆๆๆๆ ก็ได้วะ แต่...”
“แต่อะไร”
“ชั้นไม่ได้ว่างขนาดจะดูแลนายได้ตลอดเวลานะ จะเป็นทาสให้เวลาว่างเท่านั้น”
“อื้ม...งั้นก็ได้นะ เวลาทั้งหมดที่นายไม่เรียนหนังสือหรือทำงานเกี่ยวกับมหาลัย นายต้องมารับใช้ชั้น”
“แล้วเวลาส่วนตัวอ่ะ ชั้นต้องมีเวลาส่วนตัวบ้างนะ” ต่อรอง คือยังไงกูก็ต้องต่อรอง แม่งนี่มันคราวซวยอะไรของควอนจียงวะครับถึงต้องมารับใช้ลิงแบบนี้
“เอางี้นายมีเวลาส่วนตัวเที่ยงคืนถึงเช้า ตกลงมั้ย”
“มันดึกไปมั้ย กว่าจะเที่ยงคืน กว่าจะถึงบ้าน ชั้นได้นอนตอนไหนเนี่ย คนนะเว้ยไม่ใช่ซินเดอเรล่า”
“งั้นเอางี้ นายไปอยู่คอนโดชั้น ไปด้วยกันกลับด้วยกันไม่เสียเวลา พอเที่ยงคืนนายเข้าห้องไปเลยเป็นเวลาส่วนตัวของนาย ไม่ต้องเถียงเอาตามนี้ มาเลยไปเก็บเสื้อผ้าที่บ้านนายกัน” เฮ้ยอะไรวะ ไอ้ลิงเผด็จการ เล่นพูดเองเออเองให้กูไปอยู่ด้วยเนี่ยนะ ถามกูซักคำยัง ควอนจียงมีพ่อมีแม่นะเว้ยจะเอากูไปอยู่ด้วยขอแม่กูรึย๊างงงงงง
แล้วนี่อะไร มือคืออะไรจับทำไมลากทำไม กูเดินเองได้เฮ้ย ไม่ต้องดึ๊งงง ควอนจีดีขาสั้นกว่ากูเดินตามไม่ทันเว้ย ปล่อยกรู๊ววววว
“เฮ้ย ปล่อยนะเว้ย ไม่เอานายจะบ้ารึไง” โวยวาย...โวยวาย ตอนนี้กูต้องโวยวาย โวยวายโว้ย
“อีกอย่างนะ ชั้นน่ะอยู่ปีสาม นายปีหนึ่งเพราะงั้นเรียกชั้นว่าฮยองด้วย เข้าใจมั้ย”
“ไม่เอาไม่เรียก ปล่อยมือชั้นนะเว้ย”
“ควอนจียงอย่าดื้อ....เรียก พี่ซึงฮยอน”
“ไม่เรียก....”
“เรียก....”
“ไม่ว้อยยยยย”
“จะเรียกไม่เรียก” แม่จ๋าไอ้ลิงตะคอกหนู ควอนตกใจ แล้วตะคอกอย่างเดียวได้มั้ยเล่า ทำไมต้องเหวี่ยงกูมาติดกำแพง ทำไมต้องเดินเข้ามาซะชิด แล้วทำไมต้องยื่นหน้าเข้ามาวะ ควอนจียงทำอะไรไม่ถูกนะเว้ย
“......” กูไม่รู้กูสะบัดหน้าหนี (ควอนคะชะนี๊ชะนีค่ะเมิง)
“เรียก เดี๋ยวนี้”
“อะไรเล่า”
“พี่ซึงฮยอน เรียก”
“ทีนายยังไม่เห็นพูดกับชั้นดีๆเลยนี่” เออ เอากะกูสิ จะให้พูดดีๆ ก็พูดกะกูดีๆด้วยดิวะ เนอะ(มึงเนอะกะใคร)
“เรียกก่อนสิแล้วจะพูดดีๆด้วย” ทำไมต้องให้กูก่อนล่ะ มึงเป็นเจ้านายไงกูให้เกียรติมึงเป็นคนเริ่ม
“นายก่อนสิ”
“ไม่ นายเป็นทาสนายเริ่มก่อน”
“ฮึ๊ย......”
“เร็วสิจะได้กลับบ้านกัน”
“พี่....”
“พี่ซึงฮยอน เรียกชื่อพี่ด้วยควอนจียง”
“จิ๊....พี่ซึงฮยอน” ยอมก็ได้ เพราะอยากกลับบ้านหรอกนะ ควอนจียงไม่ได้แพ้นะ ไม่ได้แพ้คำว่าพี่ที่ออกมาจากปากของลิง ไม่ได้แพ้สายตาคมกริบที่มองมา ไม่ได้แพ้นะเว้ย
“ก็แค่นี้ งั้นไปเถอะพี่จะพากลับบ้าน” ชิพูดเพราะ แม่งพูดเพราะอ่ะ
“บ้านใคร” นั่นดิ จะพากลับบ้านใคร ไม่ต้องพามั้ย ควอนจียงบ้านรวยนะมีรถขับกลับเองได้ป่ะวะ
“บ้านจียง”
“บ้านชั้นเอ่อ...บ้านผมพี่จะไปทำไม” ไปบ้านกูเพื่อ จะไปสู่ขอกูกับแม่เหรอ ไม่ต้องเว้ยแม่กูไม่อยู่บ้าน(มันใช่มั้ยจี?)
“ช่วยนายเก็บเสื้อผ้าไง เดี๋ยวบอกพี่แทบินให้ด้วย”
“เฮ้ย...ไม่ต้อง ไม่ต้องไปอยู่บ้านหรอก ผมขับรถไปกลับได้” นั่นดิขอกูขับรถไปกลับเองเถอะ แค่มึงมองตาพูดเพราะกูก็รู้สึกแปลกๆละ ถ้าไปอยู่ด้วยกันนี่ควอนไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ เมื่อคืนกูกินเหล้ายี่ห้อไรวะเช้ามาถึงได้แรดแบบนี้
“ต้องสิก้เราคุยกันแล้ว หรือจะให้พี่ย้ายไปอยู่บ้านนาย” ว้อยย แบบนั้นแม่งตจะยิ่งชิบหายไปกันใหญ่มั้ย ที่บ้านกูมีเสือฮันบินกับสิงห์แทบินก็ประสาทจะแดกแล้ว ไหนจะชเวดองวุคเมียพี่ชายที่สร้างความชิบหายไม่หยุดหย่อน ถ้ามีมึงอีกคนชีวิตกูนี่ย่างก้าวเข้าสู่ความบรรลัยเลยนะ ดีนะไอ้ตัวทำประสาทแดกอีกตัวอยู่ไกลถึงเมกา ซงมิโนอย่าเพิ่งกลับมาถือว่ากูขอ
“ไม่เอาๆ ไปอยู่คอนโดพี่ก็ได้แต่ไม่อยู่บ้านผม”
“โอเคงั้นไปเก็บเสื้อผ้ากัน” นี่กูต้องเดินเข้าไปในปากลิงปากคิงคองจริงๆเหรอวะเนี่ย ควอนจียงไม่ใช่กล้วยนะเว้ย แล้วอย่าเลยขอร้องอย่ามองกูด้วยสายตากรุ้มกริ่มขนาดนั้น ควอนรู้ตัวว่าเป็นคนหน้าตาดีแต่อย่าทำแบบนี้กูขนลุก
“กลับก็กลับ แต่พี่ผมขออย่างหนึ่ง”
“ขออะไรเหรอ”
“ขอว่าถ้ากลับไปบ้าน กรุณาทำตัวให้เงียบที่สุด ออกจากบ้านโดยที่พี่แทบินกับคนอื่นๆในบ้านไม่รู้ได้จะยิ่งดี” นะพี่นะ คือแม่งจะยาวยิ่งกว่าพงศาวดารเว้ยถ้าพวกแม่งรู้เห็น แล้วเช้าป่านนี้ ไอ้ฮันบินก็น่าจะไปเรียนแล้ว ส่วนเฮียกะซ้อก็ไม่น่าแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาหรอก
“ทำไมอ่ะ” เอ้ายังเสือกจะถาม
“ก็พี่ไม่รุ้หรือไงว่าพี่ชายเราอ่ะ แม่งน่ากลัวขนาดไหนอ่ะ”
“นั่นสินะ เคๆพี่ตามใจจียงครับ”
“ฮึ๋ย....ไปได้แล้ว” ฮึ๋ย..พูดเพราะอีกแล้ว แล้วมาค้งมาครับ อย่าสิเว้ยกูเขินนะ ชีวิตแม่งจะเป็นไงต่อไปวะกูเนี่ย ควอนละระเหี่ยจริงเว้ย
11/29(土)23時49分 |Sweet Attackコメント(2)トラックバック (0)

[Fic] Sweet Attack [Double B]

Title Sweet Attack 1

Pairing Babi X B.I

Rating PG15

Genre Romantic comedy


เสียงอึกทึกแบบนี้เป็นอะไรที่ผมไม่ชอบเลยสักนิด แต่จะทำไงได้เมื่อเป็นคำสั่งประกาศิตของพี่ชายคนโตของบ้านที่สั่งให้ผมมารับ(จริงๆคือมาหิ้ว)พี่ชายคนรองที่เมาแอ๋กลับบ้านเองไม่ได้ให้กลับบ้าน ตอนนี้ผมถึงต้องมายืนอยู่ไอ้หน้าผับบ้าบออะไรไม่รู้ของรุ่นพี่ของพี่ชายของผม โอ้ยกูงงการนับญาติชิบหาย
บอกไปหรือยังครับว่าผมชื่อฮันบิน แต่เรียกให้ดูเท่และแมนโคตรๆว่า บีไอ...ก็ได้ฮะ ผมมีพี่ชายสุดที่รักอยู่สองคน คนโตคือพี่แทบินที่วันๆไม่สนใจน้องเลยสนใจแต่ม..แฟนอย่างพี่ดองวุค กับอีกคนจียงฮยองพี่ชายใจดีน่ารักแต่เวลาพ่นไฟนี่ตัวใครตัวมันเลยนะ และผมเป็นน้องเล็กล่ะ แล้ววันนี้หน้าที่ของน้องเล็กผู้แสนดีอย่างผมคือ มาเอาพี่จียงกลับบ้าน เพราะเฮียแทบินแกโทรมาบอกว่าพี่จียงโดนพี่หลักกิโลมอมเหล้ากลับเองไม่ไหว พอผมถามว่าทำไมพี่แทบินไม่พากลับเฮียแกก็ตอบมาเป็นเสียงหึหึ แค่สองคำกูรู้เรื่องเลยครับ แหกขี้ตาตื่นขึ้นมาอย่างไม่ง่วงอีกต่อไป เก่งจริงๆครับพี่กูเรื่องขู่น้องเนี่ย
จริงๆผมก็มาที่นี่บ่อยๆนะ แต่ไม่ค่อยชินเท่าไหร่เวลามาคนเดียวฮะ เหลือบดูนาฬิกา พับผ่านี่แม่งล่วงเข้าวันใหม่มาชั่วโมงกว่าแล้ว แทนที่อนาคตของชาติผู้มีสอบวิชาสังคมที่เรียนเท่าไหร่กูก็ไม่เข้าใจจะได้นอนหลับพักผ่อนเพื่อวันพรุ่งนี้กูจะได้มีสมาธิลอกเพื่อนโต๊ะข้างๆ แต่กูกลับต้องมาทำมิสชั่นลากขี้เมากลับบ้าน กิ๊บเก๋สัสๆ แต่ก็ต้องทำแหละครับอย่างที่บอกกูเลือกไม่ได้ ก้าวเท้าเข้าไปอย่างมั่นใจครับ เฮ้อ...จียงฮยองนะทำน้องลำบากพรุ่งนี้ต้องให้พาไปเลี้ยงขนมปลอบใจซะแล้ว

###Sweet Attrack###

“ห๊าวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว” ง่วงชิบหาย ทำไมชายหนุ่มผู้แสนจะเท่หล่อซิกแพคเป็นลอนอย่างผมจะต้องมานั่งทำหน้าที่เปิดประตูผับแบบนี้ด้วย ทั้งที่จริงๆผมมีตำแหน่งที่แสนยิ่งใหญ่ด้วยการเป็นแรปเปอร์ที่เท่ที่สุดในผับ ถึงแม้ตอนขึ้นไปแร๊ปต้องใส่หน้ากากปิดหน้าก็เถอะ ก็จะให้รู้ได้ยังไงครับว่าแร็ปเปอร์หนุ่มสุดเท่ที่จริงแม่งเป็นแค่เด็กมอปลายปีสาม แต่ผมก็พ่วงตำแหน่งน้องชายสุดที่รักของเจ้าของผับด้วยนะเออ
ผับนี้เป็นของพี่เท็ดดี้ พี่เบ็กกี้และพี่ชายของผมครับ ทุกคนคงรู้จักกันดีนะครับ เฮียแกชื่อ คิมคุช ส่วนกระผม คิมจีวอนผู้แสนจะน่ารัก แต่อย่านะครับขอเลยอย่าเรียกชื่อจริง กรุณาเรียกชื่อเล่นอันแสนเท่ของผมครับ ชื่อนั่นก็คือ บ๊าบบบบี้
คือจริงๆชื่อจริงผมเนี่ยมันก็ไม่อะไรหรอก แต่พอดีมีเพื่อนเป็นคนไทย ชื่อไอ้หนูแบมแบม แล้วมันบอกว่าจีวอนเนี่ย ชื่อมันเอิ่ม.....นั่นแหละครับผมว่าพวกคุณก็รู้แหละว่าผมหมายถึงอะไร
นั่งง่วงๆกำลังจะหลับในอีกไม่ช้า แต่เดี๋ยวนะ เฮ้ยนั่น............................................. ไอ้เด็กนั่น คิมฮันบิน ปีสอง เด็กเกรียนผู้กวนตีนที่สุดในสายชั้น ก็นั่นแหละครับ ไอ้เด็กนี่มันอยู่ชมรมเดียวกับผมด้วยนะ ชมรมแร๊ปเปอร์(สุดหล่อประจำโรงเรียน)ในวงเล็บนั่นผมเติมเอง ยอมรับครับว่าไอ้เด็กนี่มันเก่งจริงๆ แต่ก็ไม่เกี่ยวกับการที่มันเกรียนตีนรุ่นพี่ด้วยการเสนอตัวมาจีบ คิมจินฮวาน เพื่อนรักหักสวาทของผมป่ะวะ คือไอ้จินฮวานเพื่อนรักเนี่ยใครๆก็คิดว่ามันมีซัมติงอเบาท์แมรี่กะผม แต่บอกเลยนะครับว่ามันไม่จริง คือเราสนิทกันมากครับ แล้วเพื่อนรักผมเนี่ยดั๊นหน้าเสือกสวย สวยเกินจนนักเรียนชายทั้งโรงเรียนพากันเรียกมันว่านางฟ้า จริงๆมันก็นิสัยดีด้วยแหละครับ แต่กับเพื่อนที่เห็นไส้เห็นพุงกันหมดแบบผม รักไม่ลงครับบอกเลย
แล้วพอมีคนมาจีบมันเยอะๆ มันก็เริ่มรำคาญไงครับ ก็เลยบอกใครต่อใครไปว่ามีแฟนแล้งชื่อบ็อบบี้ ซึ่งนั่นก็คือกู ถามกูซักคำมั้ยก่อนบอกใครอ่ะ ทีนี้ทำไงครับ น้องฮันนา น้องมิยอนที่คั่วไว้ ไปเกลี้ยงกราบของพระคุณเพื่อนจากใจบ็อบจริงๆ แต่ก็นะเลยตามเลยครับ ถือว่าได้ทำบุญช่วยเพื่อนรักให้รอดพ้นจากการเสียตัวโดยประมาทไปด้วยน่าจะได้บุญอยู่
แล้วมันเกี่ยวกับไอ้เด็กห่านบินได้นี่ยังไงอ่ะเหรอครับ ก็คือพอทุกคนรู้ว่าคิมจินฮวานเป็นแฟนคิมจีวอน ทุกคนก็ไม่กล้าจีบไม่กล้ายุ่ง แต่ไอ้เด็กนี่กล้า ก็ไม่ได้หึงหวงอะไรไอ้จินฮวานมันหรอกครับ แต่กูรู้สึกเหมือนโดนลูบคมอ่ะ ก็เลยชอบเข้าไปหาเรื่องให้เด็กมันเกลียดบ่อยๆ แรกๆก็แกล้งเบาๆที่ชมรม หลังๆจะทำเหี้ยอะไรกูก็แกล้ง ก็ยอมรับอ่ะ เวลาไอ้เด็กคิมบีไอนี่มันทำหน้าเหวี่ยง มันแบบ...รู้สึกว่าแบบ...เอ่อ.....แบบน่ารักดี (ยังไงคะอิบับ เล่ามาซะยาวความจริงของมึงอยู่ตรงไหน)
ก็นั่นแหละยอมรับไงว่ารู้สึกว่ามันน่ารักดี เผลอมองบ่อยๆไง คือแอบมองอ่ะ คือมันชอบทำหน้าเปลี่ยนอารมณ์ไปเรื่อยมันดูไม่เบื่อไง มึงจะเอาอะไรกับกูครับ(กูไม่ได้อะไรเลยบับ มึงเล่าเองหมดเลยค่ะ)
“เข้าไม่ได้ อายุนายไม่ถึง” ผมรีบเดินไปดักเด็กบ้าที่เดินดุ่มๆจะเข้าไปนับผับของเฮียๆทั้งๆที่ก็น่าจะรู้ว่าตัวเองอายุไม่ถึงป่ะวะ
“แค่จะเข้าไปตามพี่ เฮ้ยนายรุ่นพี่คิม”
“เออ ชั้นเองเข้าไม่ได้ นายอายุไม่ถึง”
“ผมแค่จะเข้าไปรับพี่ชาย ไปบอกพี่ข้างในสิผมมารับพี่จียง” เดี๋ยวๆ ไอ้เด็กนี่เป็นน้องชายพี่จียงเหรอ เวรกรรมของบ็อบ ยากขึ้นอีกขั้น พี่จียงแม่งโคตรตัวร้าย บวกเฮียแทบินพ่วงเจ๊ดองวุคเข้าไป ขุมนรกชัดเจนตรงหน้ากูมาก
“ยังไงก็เข้าไม่ได้ นายรอตรงนี้เดี๋ยวให้คนเข้าไปตามให้”
“จะตามออกมาได้ไง พี่แทบินบอกพี่จียงเมากลับเองไม่ได้” อ่าว ข้างในนี่เขาเมากันเหรอวะ ออกมานั่งตบยุงข้างนอกแป๊บเดียว เมากันซะแล้ว
“เออก็ได้ แต่ผับปิดไปนานแล้วป่านนี้ไม่กลับไปแล้วหรือไง”
“อ่าวพี่นี่โง่ป่ะเนี่ย ก็บอกอยู่ว่าเมากลับเองไม่ไหว ตกลงจะให้เข้ามั้ยเนี่ย” เอ่อจริง แต่รู้สึกเหมือนกูโดนมันหลอกด่าว่ากูโง่ป่ะวะ คิมบ็อบงง
“เออๆ แต่เดี๋ยวพี่เข้าไปด้วย”
“ก็ไปสิ”
ไหนล่ะ ไม่เห็นมีใครซักคน” เออนั่นดิไม่มีใครซักคนแล้วเฮียแทบินแม่งตามกูมารับใครวะเนี่ย
“อ่าวแล้วไปไหนกันหมดเนี่ย แล้วทีนี้ กูจะกลับบ้านยังไงวะเนี่ย”
“เดี๋ยวไปส่ง”
“ห๊ะ?” ผมนี่งงเลยครับ คือมันไม่น่าใช่ป่ะ ไอ้รุ่นพี่คิมบับฟันไม่เข้าอาสาไปส่งกูเหรอ บินน้อยไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
“ก็จะไปส่งไงกลับเองไม่ได้ไม่ใช่เหรอ” ก็ไม่เชิงกลับเองไม่ได้หรอกนะ แต่กูไม่มีตังไง แล้วบ้านก็ไกลด้วย แล้วแบบคิดว่ามาแล้วต้องเจอจียงฮยองก็ขับรถฮยองกลับ แต่นี่ฮยองไม่อยู่ รถอ่ะอยู่นะแต่บินไม่มีกุญแจอ่ะจะให้เข็นไปก็กระไรอยู่
“แล้วพี่จะไปส่งผมยังไง มีรถรึไง” น่าตามึงไม่น่ามีรถขับอ่ะ หน้าตากันดารกามใหญ่ตาหยีฟันเหยิน อยากเห็นหน้าชาติตระกูลมึงมากเหอะพี่(ดูหน้าเฮียคุชสิบิน)
“มี” ซาเล้งป่ะวะ

###Sweet Attrack###

“เฮ้ย.....ไม่ไปรถอะไรของพี่เนี่ย”
“มอไซด์ไง ไม่รู้จักเหรอ”
“รู้จักแต่ไม่เคยนั่ง ไม่เอาไม่ไปอ่ะ แม่งไม่เห็นน่าจะปลอดภัยเลยสักนิด” อะไรวะ ไม่เคยนั่งมอไซด์เหรอ โอ้วแม่เจ้าไอ้เด็กนี่มันคุณหนูกว่าที่บ็อบคิดไว้ครับ
“แล้วนายจะกลับยังไง เดินมั้ยล่ะ”
“ยืมตังหน่อยพรุ่งนี้คืน”
“ไม่มี” เรื่องอะไรจะให้ยืม ถ้าให้ยืมมึงก็ไม่ไปกะกูดิ
“อะไรวะ อย่างกน่ายืมก่อนพรุ่งนี้เช้าจะรีบคืนให้เลย”
“ก็บอกไม่มี หน้าตาชั้นดูเหมือนมีเงินหรือไง แถมดูดิชั้นเป็นแค่เด็กเปิดประตูเองนะเว้ย” เออว่ะ มันเป็นเด็กเปิดประตูอ่ะ มันต้องจนมากๆเลยช่ะ ดูดิขนาดรถที่มันขี่ยังไม่มีความปลอดภัยให้มันเลยอ่ะ คือคิมฮันบินเป็นเด็กขี้สงสารอ่ะ
“แล้วจะทำไงอ่ะ”
“ก็จะไปส่งไง หรือว่าไม่กล้านั่ง ป๊อดเหรอวะ เห็นอยู๋โรเรียนออกจะกร่าง”
“ป....ป่าวนะเว้ยแค่ไม่คุ้นเคยหรอกนั่งก็นั่งดิวะ” อย่ามาดูถูกนะเว้ย บินไม่ได้ป๊อดนะ แค่กูไม่เคยนั่งอ่ะ
“งั้นก็ไป ขืนเถียงกันแบบนี้ถึงบ้านเช้าพอดี”
“ก็ไปดิ”
“ก็ขึ้นมาดิ” แม่งขึ้นไงวะ ทุกลักทุเลชิบหายนั่งไปจะตายกลางทางมั้ยกู
“เออๆ แม่งขึ้นไงวะ นั่งงี้เหรอ”
“เออใส่นี่ด้วย” ผมยื่นหมวกกันน็อคใบเดียวที่มีให้ไอ้เด็กบ้านี่ไปเผื่อไว้ก่อนเกิดมันเป็นไรขึ้นมากูนี่จะซวย น้องรักควอนจียงเท่ากับเป็นน้องรักของทุกคนเลยนะเว้ย
“ต้องใส่ด้วยเหรอ”
“เออ......”
“ไม่ใส่ไม่ได้เหรอไง เฮ้ยยยช้าๆดิวะ” ไม่ทันที่เด็กนั่นจะได้โวยวายต่อ ผมรีบออกรถกระชากออกไปอย่างแรงจนฮันบินร้องออกมาอย่างตกใจ สองมือยึดเอวของผมไว้แน่นอย่างกลัวตก จนผมอดไม่ได้ที่จะแอบขำเด็กที่บอกว่าไม่กลัวๆ
“เอ้า...จะกอดถึงเช้าเลยมั้ย ถึงแล้ว” ถึงแล้วนะแต่ไอ้เด็กนี่ก็ไม่ยอมปล่อยมือจากเอวเขา อยากจะกอดจริงๆขอให้บอกบับ บับจะให้กอดอย่างเต็มใจ ไอ้เด็กดื้อเงยหน้าขึ้นมา หน้าตาตอนนี้แม่งเหรอหราน่ารักชะมัด นี่อย่าบอกนะว่ามึงแอบหลับอ่ะ เวรกรรมอ่าวนั่นมีปาดน้ำลายด้วยหลังกูเปียกเลยมั้ยเนี่ย
“ถึงแล้วเหรอเนี่ย”
“ถึงแล้วสิ”
“ไวจัง” กูไม่ได้ขับไวครับ แต่มึงหลับไง
“ขับวนอีกรอบมั้ยล่ะ”
“ชิ!!!!! ว่าแต่ทำไมพี่มาบ้านผมถูกอ่ะ” อ่าวชิบหายแล้วกูตอบยังไงล่ะทีนี้ กูมาบ้านมันถูกได้ไงวะ บอกมันว่ากูถามอับดุลได้มั้ยวะ
“ชั้นเก่ง....ไปๆดึกละเข้าบ้านไปได้แล้วพรุ่งนี้อย่าขาดเรียนล่ะ ตอนเย็นไปซ้อมด้วยนะ”
“รู้แล้วน่าท่านประธานชมรม บ่นอย่างกะพ่อเลยลุง แก่แล้วป่ะเนี่ย”
“รู้ก็ดี ชั้นเห็นนายมาสายตลอดเหอะ”
“เฮ้ย..ใครมายืนลับๆล่อๆหน้าบ้านวะ” เสียงตะโกนจากข้างในบ้านทำให้ผมสองคนหันไปมอง เป็นพี่แทบินที่เดินออกมาดู คงเห็นว่าผมมาจอดรถอยู่หน้าบ้านนานแล้ว
“ผมเองฮะฮยอง” ฮันบินตอบกลับไป
“อ่าวแกเองเหรอ แล้วไอ้จีอ่ะ”
“ไม่รู้ ไปถึงก็ไม่เจอแล้วเหอะ”
“เออสงสัยกลับไปกับยองเบแล้วมั้ง แล้วนั่นใครมาด้วยอ่ะ” อ่าวพี่จียงหายไปนี่พี่ไม่ห่วงเลยเหรอครับ ถ้ากลับกับพี่ยองเบได้แล้วให้กูถ่อไปรับเพื่ออะไรไม่ทราบครับพี่
“ผมเองครับพี่แทบิน” ไอ้พี่คิมบับเสนอหน้าตอบไป แล้วนี่มันรู้จักกันด้วยเหรอวะเนี่ย เฮียแทบินของกูลดตัวไปทำความรู้จักกับเด็กเปิดประตูผับด้วยเว้ย ทั่วถึงจริงพี่ชายกู
“อ่าวบ็อบบี้เองเหรอ มาๆเข้าบ้านก่อน” เอ้ามีเชิญเข้าบ้านกูไม่ยักรู้ว่ามึงใจดีกับเพื่อนมนุษย์ขนาดนี้เฮ้ย
“เดี๋ยวผมกลับเลยครับพี่ดึกมากแล้ว” ไอ้พี่เหยินมีมารยาทว่ะ ปฏิเสธด้วย ก็สมควรนะ ดึกแล้วไม่สมควรเป็นแขกบ้านใครครับ
“เฮ้ยไม่เป็นไรคนกันเอง ดึกแล้วแกนอนที่นี่เลยดีกว่า ฮันบินแกน่ะเอาพี่เขาไปนอนด้วย ป่านนี้แล้วขับรถกลับอันตรายตายห่า” ชิบหายทำไมหวยแม่งออกแบบนี้อ่ะ นอนกะกูเนี่ยนะ ขนาดเจอกันที่โรงเรียนแม่งยังจะงับคอกันตาย แล้วต้องมานอนด้วยกัน ฮันจะบ้า
“แต่ว่าผม.....”
“อย่าขัดใจพี่ เข้าบ้าน” เป็นอันว่าจบ อิมแทบินสั่ง กูซวย


To Be Continue
11/18(火)01時33分 |Double Bコメント(1)トラックバック (0)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} END

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
11/17(月)00時16分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[Fic] Sweet Attack 3

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
10/31(金)00時40分 |Sweet Attack |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 21

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
10/29(水)01時04分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[Fic] Sweet Attack 2

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
10/20(月)00時19分 |Sweet Attack |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[Fic] Sweet Attack 1

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
09/29(月)23時12分 |Sweet Attack |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[Fic] Blood Blond II {Blood Everlasting} 20 / เปิดจอง

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
09/17(水)02時09分 |หมวดหมู่: ไม่มี |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 19

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
09/07(日)02時22分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 18

Title : BlooD BlonD -2 {P-18}


Pairing : Tempo x G Dragon


Rating : PG15-NC18 [SM Warning]


Genre : AU Drama Romantic Fantasy [??]


Writer : Tempglover


**** BlooD Everlasting -18****


“นี่เดี๋ยวสิ เจ้าจะทำอะไรน่ะเทมป์ อื้อ....ปล่อยก่อน”

“อะไรกันจียง ไม่ได้พบกันตั้งนานเจ้าไม่คิดถึงข้าเลยหรือไร”

“ก็คิดถึง แต่เจ้าจะมารวบรัดแบบนี้..ไหนว่าจะทำอย่างที่ท็อปทำเพื่อชนะใจข้าไง”

เทมป์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อจียงพูดถึงเรื่องนี้ จริงสินะเขาเองลั่นวาจาไว้ว่าจะทำอย่างที่เจ้านั่นทำเพื่อเอาชนะใจจียงและชนะเจ้านั่นอย่างภาคภูมิแต่เขาไม่รู้นี่ว่าต้องทำอะไรบ้าง เขารู้จักแต่บังคับ ตอนนั้นที่ได้รักกับจียงก็เริ่มต้นด้วยการบังคับเอาแต่ใจของเขาทั้งสิ้น

“แล้วข้าต้องทำยังไงเล่า”

“ทำตามที่ข้าบอกสิ ฟังข้าบ้างอย่าเอาแต่ใจนัก เจ้าปล่อยข้ารอมานับพันปี พอตื่นขึ้นมายังจะมาเอาแต่ใจกับข้าอีกหรือ”

“ก็ได้ๆ อย่างนั้นข้าจะฟังเจ้าทุกอย่าง เจ้าช่วยสอนข้าหน่อยก็แล้วกัน เริ่มมาเลยข้าพร้อมแล้ว”

“อย่างนั้นเริ่มจาก... ข้าชื่อจียงยินดีที่ได้รู้จัก”

“หืม? เล่นอะไร ข้ารู้จักเจ้าแล้วโอ้ย...ตีข้าทำไมจียงข้าเจ็บนะ”

“ไหนว่าจะทำตามที่ข้าบอก แค่นี้ก็ดื้อเสียแล้วเจ้านี่” ร่างเล็กว่าอย่างกระเง้ากระงอด จนแล้วจนรอดร่างสูงที่แสนเอาแต่ใจนี่ก็ยังเอาแต่ใจอยู่วันยันค่ำ จียงกะว่าเขาจะใช้เวลาหนึ่งเดือนเพื่อเปลี่ยนแปลงเทมป์ อย่างน้อยเขาก็จะทำให้ร่างสูงใจเย็นขึ้นบ้าง เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลือกไม่ว่าเขาจะเลือกใครจะได้ไม่มีปัญหามากมายนัก

“ก็ได้...ข้าชื่อเทมป์ ยินดีที่ได้รู้จัก มังกรน้อยของข้า” จียงหน้าแดงกับศัพท์นามที่ร่างสูงเรียก ร่างบางจำได้แม่นยำ เทมป์ชอบเรียกเขาแบบนี้ทุกครั้งที่เราสองร่วมรักกัน

“อื้อ...ดีมาก ต่อไปเราก็ไปเดทกัน”

“อืมไปเดทกันก็ได้ ว่าแต่เดทนี่คืออะไรหรือจียง” เทมป์ถามอย่างไม่เข้าใจ อะไรคือเดทกันหรือ

“เจ้านี่ เดทก็คือการออกไปเที่ยวไปเดินเล่นกันยังไงเล่า”จียง อธิบายให้คนที่นั่งขมวดคิ้วอยู่ฟัง

“ไปเที่ยวทำไม เสียเวลาขึ้นเตียงเลยดีกว่า” ร่างสูงทำท่าจะโน้มกอดร่างเล็กอีกครั้งแต่จียงก็ใช้แขนผลักออก เทมป์ไม่เข้าใจ สมัยนี้ทำไมชอบทำอะไรให้วุ่นวาย ออกไปเที่ยวกันให้เปลืองเวลาไปทำไมกัน หากรักกันถูกตาต้องใจก็ขึ้นเตียงไปก็จบเรื่อง หากถูกใจก็รับเป็นนางในก็แค่นั้น แล้วนี่เขากับจียงก็รักกันมาก่อนตั้งนาน ต้องมาเที่ยวเล่นกันทำไมอีก

“เราต้องเรียนรู้กันใหม่ เจ้าต้องทำให้ข้ารักเจ้าได้เหมือนเดิมอีกครั้งจำไม่ได้หรือไง”

“แล้วตอนนี้เจ้าไม่รักข้าเหมือนเดิมแล้วหรือไร จียง” คำถามของร่างสูงทำให้จียงชะงักลงเล็กน้อย เขาจะตอบอย่างไร เขายังรักเทมป์นั่นเป็นสิ่งที่แน่นอน แต่จะเหมือนเดิมหรือเปล่านั้นยากที่เขาจะตอบได้ในเวลานี้ ในเมื่อตอนนี้หัวใจของเขาถูกแบ่งเป็นสอง แล้วจะให้ตอบว่ารักเหมือนเดิมจะได้หรือเปล่าเขาเองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำ

“เทมป์ ข้า....”

“ไม่ต้องพูดแล้วจียง ในเมื่อเจ้าอยากเริ่มต้นใหม่ข้าก็จะเริ่มให้เจ้า ในเมื่อเจ้านั่นทำให้เจ้ารักได้ข้าเองก็จะทำให้เจ้ากลับมารักข้าอีกครั้งให้ได้เช่นกัน ไปสิไปเดทอย่างที่เจ้าว่ากัน” ร่างสูงลุกขึ้นยืนอีกครั้งก่อนที่จะยื่นมือไปหาร่างบางที่ยังคงนั่งอยู่ให้จับและลุกขึ้นมาด้วยกัน

จียงกระชับมือหนาไว้แน่น มือเทมป์ยังคงอบอุ่นไม่เคยเปลี่ยนเลยสักนิด ร่างสูงส่งผ่านความรู้สึกรักมาทางสัมผัสจนเขารู้สึกได้อย่างท่วมท้น คนหนึ่งก็รัก อีกคนก็รัก จียงจะจัดการกับหัวใจของตัวเองอย่างไรดี

“นายท่านจะไปไหนเหรอครับ” ไลแคนที่ทำหน้าที่เฝ้าอยู่ที่ประตูหน้าบ้านวิ่งมาถามเมื่อเห็นเจ้านายทำเหมือนจะออกไปข้างนอก

“นั่นสิ เราจะไปไหนกันเหรอจียง” เทมป์ถามขึ้นเมื่อทั้งสองคนเดินลงมาถึงที่หน้าบ้านแล้วเขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าไม่รู้จุดหมายที่ร่างเล็กจะพาเขาไปเลยสักนิด

“เดินเล่น ดูหนัง ก่อนอื่นต้องหาเสื้อผ้าใหม่ให้เจ้าเปลี่ยนด้วยขืนใส่แบบนี้ไปได้แตกตื่นกันทั้งเมืองแน่ว่าเจ้าชายที่ไหนมาเดินกลางตลาด”

“ก็ข้าเป็นเจ้าชายจริงๆ เป็นว่าที่ราชาเสียด้วยซ้ำ”

“แต่นี่มันไม่ใช่ยุคสมัยเดิมแล้วนะเทมป์ คำพูดก็ต้องเปลี่ยนเสียใหม่ด้วยจะมาเจ้าๆข้าๆแบบนี้ไม่ได้ เข้าใจไหม” จียงอธิบายยาว ขืนให้เทมป์ออกไปข้างนอกทั้งแบบนี้มีหวังคนได้แห่กันมาดูแน่

“แล้วจะให้ข้าพูดยังไงเล่า”

“แทนตัวเองว่าฉัน แล้วแทนตัวของฉันว่านาย นายกับฉัน เข้าใจหรือยัง” จียงพูดไปก็ชี้บอกเป็นภาษากายไปด้วยเพราะกลัวว่าอีกคนจะไม่เข้าใจ

“นายกับฉัน” ร่างสูงพูดตามแล้วก็ชี้ไปด้วย แต่ผิดที่ตอนพูดนายเทมป์กลับชี้ไปที่ตัวเองแต่พอพูดฉันก็ชี้ไปทางจียง เหมือนที่จียงชี้ตอนแรก

“ไม่ใช่สิ ฉันแทนชื่อตัวเรา ส่วนนายแทนชื่อคนอื่นเข้าใจหรือยัง”

“อ่า....ฉันกับนาย แบบนี้ถูกมั้ย”

“เก่งมาก....อื้ออออ” จียงยิ้มหวานแล้วทำท่าปรบมือให้กับคนเก่ง แต่เทมป์กลับกดริมฝีปากตนลงบนริมฝีปากของร่างเล็กเอาดื้อๆก่อนที่จะละออกมากยักคิ้วให้อีกคนที่ยืนอายหน้าแดงที่โดนขโมยจูบต่อหน้าลูกน้องเป็นสิบที่ยืนอยู่ที่หน้าบ้าน

“ก็นาย..ให้รางวัลผิดวิธีนี่”

“ชิ..นายนี่ แล้วนี่เราจะไปยังไงกัน”

“เดี๋ยวให้แทคยอนกับอูยองขับรถไปให้”

“ไม่เอา...”

“อ่าวแล้วเจ้าเอ้ยนายจะไปยังไงหล่ะ โอ้ยยากจริง ข้าพูดอย่างเดิมไม่ได้หรือไร”

“เอาน่าพยายามหน่อย ไม่ได้ก็ค่อยๆหัดไปนะ”

“ข้าจะพยายามแล้วนี่เราจะไปกันยังไง”

“ก็ขับรถไปเองไง ไปกันสองคน”

“เจ้าขับเป็นเหรอ” จียงไม่ตอบร่างเล็กได้แต่ยิ้มเป็นคำตอบให้ร่างสูง





ทั้งสองมาที่ห้างสรรพสินค้าไม่เล็กนักในตัวเมืองเป็นที่แรกเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าให้ร่างสูงก่อน ก่อนออกมาจียงได้ไปขอยืมเสื้อของฮงจุนมาให้เทมป์ใส่ไปก่อน

“เอาชุดนี้ ชุดนี้ นี่แล้วก็นี่ครับ” จียงส่งเสื้อผ้าที่ตัวเองเลือกให้พนักงานสาวห้าหกชุดเพื่อให้เธอเอาไปใสถุงและคิดเงินก่อนที่จะเดินมาหาอีกคนที่นั่งรออยู่ที่ส่วนรับรอง

“หน้าบึ้งเชียว ไม่ชอบชุดที่ฉันเลือกให้เหรอเทมป์”

“ไม่ใช่ไม่ชอบแต่ข้า เอ่อ..แต่ฉันว่านายน่าจะซื้อเสื้อแขนยาวให้ฉันมากกว่า”

“นี่ก็ไม่สั้นเสียหน่อย อย่าทำเป็นหวงตัวไปหน่อยเลยนี่จะเข้าหน้าร้อนแล้วก็ต้องใส่แบบสบายๆหน่อย”

“ไม่ได้หวงตัวสักหน่อย ก็แค่ไม่อยากให้ใครได้เห็นข้างในของฉัน นอกจากนาย” คำพูดเพียงแค่นี้ของร่างสูงเรียกเลือดฝาดให้มารวมกันที่หน้าของร่างเล็กได้เป็นจำนวนมาก ตอนนี้จียงหน้าแดงเหมือนลูกมะเขือเทศสุกก็ไม่ปานเมื่อถูกอีกคนหยอกด้วยคำพูดที่ชวนให้คิดไปถึงไหนต่อไหนแบบนี้

Lamborghini Gallardo สีบอร์นเงินวิ่งฝ่าแรงลมด้วยความเร็วสูงเรียบชายฝั่งไปยังทางใต้ของกรุงโซลมุ่งหน้าสู่เมืองริมทะเล เพราะร่างสูงเอ่ยก่อนออกมาว่าอยากไปทะเลเพราะหลับไปเสียนาน เขาคิดถึงกลิ่นอายของน้ำทะเลจียงจึงไม่อยากขัดใจขับรถมุ่งหน้าพาเทมป์มาในที่ที่ร่างสูงต้องการ

พอเข้าเขตทะเลแวมไพร์น้องก็กดปุ่มเปิดประทุนออกเพื่อ ให้คนที่นั่งมาด้วยได้สัมผัสกับแรงลมไอทะเลได้เต็มที่ เทมป์ลุกจากเบาะที่นั่งที่แรกมานั่งสูงขึ้นที่พนักพิงหลัง มือแกร่งถอดแว่นตากันแดดที่ตนใส่มาในทีแรกออก ไอแดดที่แสนคิดถึงช่างอบอุ่นอ่อนโยนเหลือเกิน ความรู้สึกที่ห่างหายไปนานถูกเติมเต็มเมื่อมือบางเอื้อมมาจับมือข้างหนึ่งที่เขาวางเท้าไว้กับพนักข้างใกล้กับที่นั่งคนขับ

เทมป์หันไปยิ้มบางๆส่งให้ก่อนที่จะหันไปสนใจสิ่งรอบข้างที่ดูจะแปลกใหม่สำหรับเขา จียงเองก็ดูมีความสุขเขาเหมือนได้เทมป์เด็กน้อยของเขากลับคืนมา เทมป์คนเก่าที่เหมือนเด็กไม่ยอมโต เด็กน้อยที่แสนเอาแต่ใจแต่เขากลับไม่เคยรู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย กลับรู้สึกรักมากขึ้นๆเสียด้วยซ้ำ ผิดกับท็อป รายนั้นทำให้เขารักได้ด้วยความเป็นผู้ใหญ่ เอาใจใสอ่อนโยนและสุดแสนที่จะเข้าใจทุกอย่างที่เขาทำ ท็อปเหมือนไอแดดในฤดูเหมันต์อบอุ่นอ่อนหวาน ส่วนเทมป์เหมือนแสงแดดในฤดูคิมหันต์เร่าร้อนเหมือนจะแผดเผาให้มอดไหม้ หากแต่ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดในฤดูไหน มันก็คือแสงที่มาจากดวงอาทิตย์ดวงเดียวกัน

“จียงบนเขานั่นมีหิมะหรือเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถามก่อนชี้ขึ้นไปบนเขาสูงที่อยู่ตรงสุดทางข้างหน้า

“น่าจะยังมีนะ ถึงจะย่างเข้าฤดูร้อนแล้วแต่ถ้าเขาสูงขนาดนั้นน่าจะยังมีหิมะอยู่ ทำไมนายอยากไปเหรอ”

“ใช่ คืนนี้ไปกันนะจียง”

กว่าที่จียงจะขับรถมาถึงที่พักก็เลยล่วงเข้ามาจนเย็นมากแล้ว ทั้งสองเลือกอาหารง่ายๆที่จียงสั่งให้แม่บ้านที่เฝ้าที่นี่ให้เขาเตรียมเอาไว้ให้มาทำ แวมไพร์ลงมือทำข้าวผัดกิมจิที่ใส่กุ้งสดๆที่ชาวบ้านแถบนี้หามาขายให้ให้เทมป์กินเป็นอาหารเย็น ส่วนเขาก็ได้เลือดสดที่แดซองฝากฮงจุนเอามาให้เป็นมื้อเย็นเช่นกัน

“อร่อยไหม...” ร่างเล็กเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าอีกคนเริ่มทานอาหารที่เขาทำให้ทานเป็นคำแรก

“ก็อร่อยดี รสชาติดีอาจเพราะนายทำ” เทมป์เอ่ย ถึงร่างสูงจะยังไม่ค่อยเคยคุ้นกับภาษาปัจจุบันที่จียงสอนให้เท่าไหร่ ก็พยายามปรับตัวบ้างแล้ว ตอนนี้จึงพูดคำโบราณน้อยลงไปมากแต่ก็ยังติดหากคุยกันแค่สองคนอยู่ดี

“อย่างนั้นเชียว” ร่างเล็กยิ้มตอบคำหวานที่อีกคนเพียรมอบ

“ถ้ากินอิ่มแล้วเราขึ้นไปบนภูเขากันนะ”

“ได้สิ..” จียงเอ่ยรับคำ







รถคันหรูแล่นมาเทียบจอดที่เชิงเขา ค่ำมากแล้วกว่าเขาทั้งสองจะขับรถมาจนถึงเชิงเขาที่เทมป์อยากจะขึ้นไปดูหิมะที่ไม่ได้เห็นมาแสนนาน

ตามทางเดินแคบเล็กไม่สามารถเอารถขึ้นไปได้ แต่ร่างสูงก็ยังยืนยันว่าจะขึ้นไปอยู่ดีจียงเลยไม่อยากขัดใจ ทั้งสองคนเดินมาตามทางแคบชัน หากแต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมากนักกับบุตรแห่งรัตติกาลเช่นพวกเขา

ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงจุดหมายที่ปลายยอดเขาสูงที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว แสงนวลจากพระจันทร์ในคืนเดือนหงายทำให้สว่างพอที่จะเห็นหิมะที่ปกคลุมไปทั่วเขา หิมะยามราตรีงดงามไม่แพ้หิมะยามต้องแสงตะวันสักนิด จียงเงยหน้ามองไปบนฟ้า ร่างเล็กขมวดคิ้วน้อยๆเมื่อไม่ได้เห็นดวงดาวบนฟ้าอย่างที่ตนหวังทั้งที่ขึ้นมาสูงขนาดนี้แล้วแท้ๆ อาจเพราะคืนนี้แสงจันทร์สว่างเกินไปหมู่ดาวเลยพากันอับแสงไปเสียหมด

“หนาวไหมจียง” เทมป์ถามพร้อมกับโอบร่างเล็กไว้จากทางด้านหลัง ร่างสูงเป่าลมร้อนลงบนซอกคอจนจียงต้องหดคอหนี

“แวมไพร์ที่ไหนเขาหนาวกัน ฉันมันพวกเลือดเย็นนะ”

“ถ้าเจ้าเลือดเย็น ข้าจะทำให้มันอุ่นขึ้นมาเองดีไหม”

“เลือดหมาป่าอุ่นเสียจนร้อน นี่!!!หยุดเป่าลมใส่หูสักทีน่าเทมป์”

“ทำไมหล่ะ เจ้าจะได้อุ่นไง” พูดจบร่างสูงก็เป่าลมจากปากตัวเองเข้าที่ซอกคอของร่างบางอีก จียงหดคอหนีอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเทมป์ไม่ยอมหยุดแน่คราวนี้ร่างเล็กเลยดิ้นหนีออกจากอ้อมกอดของคนขี้แกล้งเสียเลย

เทมป์วิ่งตามร่างเล็กที่วิ่งไปมาเพื่อหนีเขา จียงวิ่งหลีกหนีอย่างคล่องแคล่ว หลบหลีกเทมป์ได้ทุกครั้งเมื่อร่างสูงจะถึงตัว นี่เพราะแวมไพร์น้อยของเขาเก่งหรือว่าเป็นเขาเองที่อ่อนหัดกันแน่อันนี้เทมป์ไม่แน่ใจ หากเป็นเพราะเขานั่นก็คงเป็นเพราะว่าเขานิทรานานไปหน่อย รอให้เขาฟื้นกำลังมากกว่านี้ก่อนเถอะรับรองว่าร่างเล็กนี่ไม่มีวันรอดพ้นมือเขาไปได้แน่ๆ

“อะไรกัน หมดแรงแล้วหรือไงองค์รัชทายาท ตามให้ทันสิ” จียงเอ่ยล้อเมื่อเห็นว่าร่างสูงมีท่าทีว่าจะเลิกวิ่งตามเขาเสียแล้ว

“อย่าให้จับได้นะจียงเจ้าโดนหนักแน่” เทมป์ที่ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้เพราะเหนื่อยจนหมดแรงได้แต่ชี้หน้าคาดโทษร่างเล็กแบบว่าฝากเอาไว้ก่อน

“อ๊ะ...เทมป์มาดูตรงนี้สิ” เสียงเรียกจากทางหน้าผาทำให้ร่างสูงต้องเดินตามไปดู

“มีอะไรเหรอจียง อ่า...ต้นเมเปิ้ล”

“ใช่ต้นไม้ที่เจ้าชอบไง ข้าจำได้ ตอนนั้นเจ้าพยายามแทบตายที่จะย้ายเจ้าต้นนี้จากชายป่าเข้าไปในปราสาท”

“แต่จนแล้วจนรอดมันก็ตายอยู่ดี” เทมป์พูดแทรกขึ้น

“แต่เจ้าก็หาเมล็ดพันธุ์มันมาปลูกจนได้นี่”

“แล้วจากนั้นมันก็ถูกเผาไปพร้อมๆกับปราสาทของเรา”

“ไม่เอาน่าเทมป์อย่าไปพูดเรื่องอดีตเลยนะ เรามาที่นี่เพื่อพักผ่อนไม่ใช่เหรอ เจ้าหลับมาแสนนานยังมีอีกหลายที่ที่เจ้าต้องชอบแน่ถ้าได้ไป” จียงรีบเอ่ยเปลี่ยนเรื่องเมื่อเห็นว่าร่างสูงเริ่มลุแก่โทสะเมื่อพูดถึงเรื่องเก่าๆ

“ระหว่างที่ข้าหลับเจ้าไปเที่ยวไหนมาบ้างเหรอ เล่าให้ฟังบ้างสิจียง”

“หลังจากเกิดเรื่องข้าไปอยู่ที่ลอนดอนที่นั่นสวยมากเลยนะเทมป์แต่เสียอย่างเดียวฝนตกบ่อย ตอนอยู่ที่นั่นข้าได้ทำอะไรเยอะแยะเลยทั้งวาดภาพ ถ่ายภาพ แล้วก็เรียนหนังสือ ข้าอยู่ที่ลอนดอนสิบสามปีแล้วจากนั้นก็ต้องย้ายออก”

“ทำไมต้องย้ายกันในเมื่อเจ้าชอบที่นั่นมาก”

“เพราะผู้คนเริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมผ่านมาตั้งสิบสามปีแล้วข้ากับยองเบถึงดูไม่เปลี่ยนไปเลย แรกๆก็ว่าข้าหน้าเด็กแต่หลังๆพอลือกันหนาหูก็เลยต้องย้าย ไม่อยากให้มีปัญหาน่ะ”

“พวกมนุษย์วุ่นวาย เรื่องมาก”

“แต่ความเรื่องมากของพวกเขาก็ทำให้ข้าได้รู้นะว่าที่อื่นๆบนโลกก็สวยงามไม่แพ้กัน”

“เจ้าไปมาหลายที่เลยสิ”

“ใช่ข้าไปมาหลายที่ทั้งยุโรป อเมริกา เอเชียรู้ไหมข้าไปอยู่ญี่ปุ่นมาด้วยนะ ตอนนั้นยองเบได้เป็นนายแบบด้วยหล่ะ” จียงคุยโวถึงตอนที่เขาและเพื่อนรักย้ายไปญี่ปุ่นใหม่ๆ ยองเบถูกทาบทามให้ไปถ่ายปกนิตยาสาร ตอนแรกเพื่อนเขาไม่ยอมแต่เพราะเจ้าของหนังสือบอกว่าถ้ายองเบยอมเป็นแบบจะเอาเสื้อผ้าที่จียงออกแบบขึ้นปก เพื่อนรักเขาถึงได้ยอม จากนั้นก็มีหนังสืออีกหลายเล่มติดต่อให้ยองเบไปขึ้นปก แต่พ่อมดหนุ่มปฏิเสธไปหมด

“อะไรคือญี่ปุ่นเหรอจียง” ซึงฮยอนถามอย่างสงสัย เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีประเทศนี้ด้วย

“ก็ประเทศๆหนึ่งนั่นหล่ะ ไว้จะพาไปนะ อ๊ะ..เทมป์หิมะตก” จียงอุทานอย่างตื่นเต้นที่อยู่ดีๆก็มีหิมะโปรยลงมา ทั้งที่ตอนนี้แทบจะหมดฤดูหนาวแล้วไม่น่าจะมีหิมะตกลงมาได้

“นั่นสิ หิมะสวยจัง” เทมป์กล่าวชม ทั้งที่น่าจะชมความงดงามของหิมะ แต่สายตาของร่างสูงกลับมองจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยที่กำลังยิ้มหวาน มือเรียวแบออกรับเกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นมาจากฟ้า

เทมป์จับเข้าที่ข้อมือของแวมไพร์น้อยก่อนที่จะดึงเอาร่างบางเข้ามาหาตัวเองจนแนนชิดกันอีกครั้ง เทมป์จับมือของจียงเอาไว้ก่อนที่จะค่อยๆประสานปลายนิ้วของตนเข้ากับอีกคนช้าๆจนตอนนี้กลายเป็นว่าทั้งสองคนยืนจับมือกันอยู่ท่ามกลางหิมะที่โปรยปราย

ตาคมมองที่ใบหน้าของอีกคนอย่างไม่วางตา ทั้งคิดถึง ทั้งโหยหา จียงจะรู้ไหมว่าเขาปรารถนาร่างเล็กตรงหน้ามากเพียงใด แล้วจียงจะรู้สึกต้องการเขาเหมือนที่เขารู้สึกรึเปล่า

ตาคมที่จ้องมองราวกับจะกลืนเขาลงไปทั้งตัวทำให้ร่างเล็กต้องเบือนหน้าหนีหลบสายตาคู่คมนั้น ทำไมเขาจะไม่รู้ความหมายในแววตาที่อีกคนส่งมาให้ เขารู้ดีเสียยิ่งกว่ารู้ว่าเทมป์ต้องการอะไร เพราะเขาเองก็รู้สึกไม่ได้ต่างกันนัก แต่เขาจะทำเช่นไรได้ หากเขายอมตามใจร่างสูงในตอนนี้ก็อดรู้สึกผิดกับอีกคนที่เขาร้องขอให้รอไม่ได้

“ข้ารักเจ้า......” คำว่ารักจากปากของร่างสูงเหมือนสายน้ำเชี่ยวกรากที่ทำลายได้ทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่กำแพงในใจของแวมไพร์น้อย จียงพ่ายแพ้ให้สายตาเว้าวอนที่อีกคนส่งมาให้ พ่ายแพ้อย่างที่เคยแพ้มาตลอดไม่ว่าสายตาแบบนี้จะถูกส่งมาจากใคร ไม่ว่าจะเป็นเทมป์หรือท็อป

พ่ายแพ้ถึงขนาดที่เป็นแวมไพร์น้อยเองด้วยซ้ำที่เขย่งปลายเท้าขึ้นไปจูบเบาๆที่ริมฝีปากของร่างสูงก่อนเหมือนเป็นคำเชิญ ก็ไม่น่าแปลกใจที่จะถูกอีกคนตอบกลับคำเชิญด้วยรสจูบอันแสนเร่าร้อนที่ทวีความเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆอย่างไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดที่ตรงไหน

แวมไพร์น้อยเองก็จูบตอบรับอย่างโหยหาไม่แพ้กันนัก รสจูบที่คุ้นเคยในความทรงจำ กำลังเด่นชัดขึ้นอีกครั้ง จูบของรักแรก
08/27(水)23時18分 |blood blondコメント(4)トラックバック (0)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 17

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
08/18(月)23時33分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 16

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
08/09(土)00時25分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everlasting} 15

Blood Everlasting –XIV


แวมไพร์น้อยขมวดคิ้วมุ่นอย่างสับสนในใจ ถ้าหากต้องเลือกเขาจะเลือกอะไร ระหว่าง
แรกรักนิรันดรที่ซึมซาบอยู่ในทุกอณูของหัวใจ กับ รักใหม่ที่เข้ามาชุบชีวิตให้เขาฟื้นขึ้นมาได้อีกครั้ง


กองกำลังของไลแคนหนุ่มเข้มแข็งขึ้นได้อย่างรวดเร็วในไม่นานนัก ร่างสูงเปลี่ยนชายฉกรรจ์ทั้งหมู่บ้านให้กลายเป็นทาสของเขา ผู้เกิดใหม่ภายใต้สายเลือดแห่งหมาป่าทั้งหลายต่างพากันออกตระเวนสืบหาคนที่ร่างสูงต้องการตัว และด้วยจำนวนผู้หามากมายทำให้พบตัวได้ไม่ยากนัก


“นายท่าน ข้าเจอตัวคนที่ท่านต้องการแล้ว” แทคยอนหมาป่าหนุ่มเข้ามารายงานผลพร้อมด้วยลูกน้องหมาป่าอีกหลายตน


“อย่างนั้นหรือ อย่างนั้นเจ้ารีบพาข้าไป ข้าจะไปหาคนรักของข้า” ร่างสูงเอ่ยอย่างยินดี ในที่สุดเขาก็จะได้เจอคนที่เป็นดั่งดวงใจ คนที่เขาเฝ้ารอมาแสนนาน


“แต่ท่าน เอ่อ.....ท่าน” แทคยอนเอ่ยตะกุกตะกักเหมือนอยากจะบอกอะไรสักอย่างแต่ไม่กล้า


“แต่อะไรเล่า พูดมา”


“แต่ว่าคนที่ท่านให้ตามหา เขาอยู่กับคนรัก”


“ไม่จริงเจ้าโกหกข้า.....” ร่างสูงตะหวาดออกมาเสียงเขียวที่แทคยอนพูดแบบนั้น


“จริงนะขอรับนายท่าน พวกเราเห็น มากับตา” เป็นอูยองที่เอ่ยสำทับขึ้นมาอีกคน


“อย่างนั้นบอกมาสิว่าใคร ใครกันคนรักของจียง ใครมันเป็นใครบอกข้ามา”

เป็นไปได้อย่างไรกัน จียงของเขาน่ะหรือจะมีคนรักใหม่ ทั้งที่เราให้คำมั่นสัญญากันเอาไว้แล้ว ไม่จริงเขาไม่เชื่อว่าจียงจะทรยศต่อหัวใจรักของเขา


“เอ่อ...ข้า....นายท่านไปดูด้วยตัวเองเถอะขอรับ ท่านเทมป์”


แวมไพร์น้อยยืนเหม่อลอยอยู่ที่ระเบียงกว้าง วันนี้เขาคิดไม่ตกทั้งวัน หวาดหวั่นกับเรื่องที่กำลังจะเกิด เรื่องที่เขาไม่อาจกำหนดได้ว่าจะให้มันจบอย่างไร และที่ร้ายแรงไปกว่านั้นเขาเลี่ยงมันไม่ได้


เขาไม่รู้ว่าเทมป์กลับมาได้อย่างไร ทั้งที่มีอีกคนอยู่ตรงนี้ แต่ที่รู้ดีคือไม่นานต่อจากนี้คนรักเก่าของเขาต้องกลับมาหาเขาแน่ๆ แล้วเขาจะทำอย่างไร
ถ้าจะให้เลือกจริงๆแล้ว แวมไพร์น้อยตอบไม่ได้ในตอนนี้ว่าจะเลือกคนไหน คนหนึ่งก็รัก อีกคนเขาก็รักไม่ต่าง นี่เขาจะต้องกลายเป็นคนสองใจรักพี่เสียดายน้อยไปเสียแล้วหรือ


แต่จะให้ทำอย่างไร ในเมื่อเทมป์คือคนที่เขาแสนรัก ชายคนแรกที่เป็นดั่งดวงใจ คนที่ยอมสละชีวิตตนเองเพื่อเขา หากแต่อีกคนก็ได้แสดงให้เขาเห็นว่ารักเขาไม่ต่างกัน ชายหนุ่มแสดงให้เห็นว่ารักเขามากมายเพียงใด รักไม่ว่าเขาจะเป็นอะไรก็ตาม


“อ๊ะ...” แรงสวมกอดจากทางด้านหลังทำให้ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆ แวมไพร์น้อยหลุดจากภวังค์ความคิดเมื่ออีกคนเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง


“คิดอะไรอยู่ครับ หน้ามุ่ยเชียว”


“ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมแค่ออกมาดูดาว”


“คุณโกหก.......”


“ครับ?”


“ผมรู้ว่าต้องมีอะไร จียงครับ ผมเป็นคนรักที่พึ่งพาไม่ได้เลยหรือ คุณถึงไม่แบ่งเบาความทุกข์ใจมาให้ผมบ้างเลย ผมเป็นห่วงนะครับ เห็นคุณวันนี้ดูเครียดๆทั้งวันแถมยังเหม่อลอยอีก เป็นอะไรบอกผมไม่ได้หรือครับ” ร่างสูงร่ายยาว วันนี้จียงของเขาเหม่อลอยจนผิดสังเกต เหมือนร่างเล็กมีอะไรในใจที่ต้องครุ่นคิด แถมดูเหมือนว่าจะคิดไม่ตกเสียด้วย


“คุณซึงฮยอน...ผม”


“ผมอยากเป็นคู้รักของคุณนะครับ ทั้งนี้ก็อยากที่จะเป็นคู้คิดด้วย หากคนที่ผมรักเป็นทุกข์ผมก็อยากให้เป็นผมที่แบ่งเบามันลงให้คุณ”


“เทมป์.....อาจจะกลับมา”


“ครับ อะไรนะเทมป์นี่คือ...ผมไม่ใช่หรือ” ซึงฮยอนถามอย่างตกใจ ที่ว่าอีกคนจะกลับมานี่หมายความว่าอย่างไรกัน ก็คนๆนั้นคือเขาไม่ใช่หรือไง


“ทีแรกผมเองก็คิดว่าใช่ คุณเหมือนกับเขามาก แต่บางอย่างในตัวคุณบอกผมว่าถึงจะคล้ายแต่คุณไม่ใช่เขาอย่างสมบูรณ์ เสียงหมาป่าเมื่อคืน.....คือเสียงของเทมป์”


“คุณมั่นใจหรือครับ”


“ครับ แค่เพียงแว่วเสียงผมก็จำได้อย่างแม่นยำ”


“ถ้าเขากลับมาอย่างนั้นผมก็คงต้องไปสินะครับ เพราะถ้าเอาจริงๆผมก็คงเป็นได้แค่ตัวปลอม” ชายหนุ่มคลายอ้อมกอดออกแล้วหันหลังหนีอย่างน้อยใจ แม้แค่แว่วเสียงก็จำได้อย่างนั้นหรือ แปลว่าจียงคงรักคนๆนั้นมากสิใช่ไหม อย่างนี้เขาเล่าคงเป็นแค่ตัวแทนอย่างนั้นใช่หรือเปล่า


“ไม่นะครับ” แวมไพร์น้อยหันกลับมาหา สองแขนเล็กโอบเข้าที่เอวหนาของอีกคนที่กำลังจะเดินหนีไปไว้แน่น หน้าเรียวสวยซบลงที่แผ่นหลังกว้างอบอุ่นของอีกคน


“ปล่อยผมเถอะครับคุณจียง ถ้าเขากลับมาจริง ป่านนี้คงกำลังมาหาคุณ”


“ไม่ครับ ไม่นะอย่าทิ้งผม ไหนคุณบอกจะไม่ทิ้งผมไง”


“แล้วจะให้ผมอยู่เป็นอะไรเล่าครับ ถ้าเขากลับมาผมจะอยู่ในสถานะอะไร” ร่างสูงเอ่ยถามเสียงเครือ ซึงฮยอนรู้สึกเจ็บไปทั้งขั้วหัวใจเหมือนมีใครเอามีดมากรีดมันจนแหว่งวิ่น


“.............” ยิ่งจียงเงียบไร้คำตอบยิ่งทำให้เขาเจ็บมากขึ้นกว่าเดิมอีกเป็นเท่าทวี
แวมไพร์น้อยนิ่งเงียบอย่างหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เขายังรักเทมป์รักอย่างที่ไม่เคยคิดว่าจะเลิกรัก หากแต่จะให้เขาปล่อยคนตรงหน้าไปเขาก็ทำไม่ได้

“ผมไม่รู้ ไม่รู้เลยจริงๆ ที่ผมรู้ก็แค่ผมไม่อยากเสียคุณไป อย่าทิ้งผมนะครับ อย่าไปจากผม” สัมผัสเปียกชื้นที่ด้านหลังทำให้ซึงฮยอนใจอ่อนยวบ จากที่เคยน้อยใจมลายไปแทบสิ้นเมื่อรับรู้ถึงหยดน้ำตาของคนที่กอดเขาอยู่ทางด้านหลัง ร่างสูงเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนเล็กที่รัดเขาแน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนที่จะพลิกกายหันกลับไปกอดอีกคนไว้แน่นพอกัน แน่นอย่างที่จะบอกให้จียงรับรู้ว่าเขาจะไม่ทิ้งร่างเล็กตามที่ร่างเล็กร้องขอ เพราะต่อให้เขาต้องเจ็บปวดใจเพียงใด แต่ถ้าคนที่เขารักต้องการเขาก็ยินดีที่จะเจ็บปวด
แวมไพร์น้อยกอดอีกคนไว้แน่น ยิ่งซึงฮยอนหันกลับมาหาเขาแล้วด้วยร่างเล็กก็ยิ่งรักแน่นเข้าไปอีก เหมือนกลัวอีกคนจะปล่อยมือหลุดหายไป


“ขอบคุณ.....ฮึก..ขอบคุณครับ”


ร่างสูงใหญ่ยืนกำหมัดแน่นอย่างสุดแสนจะเจ็บปวด กรามคมขบกัดกันเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์จนเกิดเสียงฟันกระทบกันดังแว่ว หัวใจเจ็บเสียดดั่งถูกคมมีดนับร้อยนับพันเล่มทิ่มแทง ยิ่งเห็นว่าจียงของเขาเอียงหน้ารับจุมพิตที่อีกคนมอบให้แล้วก็ยิ่งปวดร้าวเกินกว่าที่จะทนไหวจนจำใจต้องเบือนหน้าหนีฉากทรมานใจเบื้องหน้า ใจหนึ่งอยากจะถลันเข้าไปแยกสองร่างที่กำลังตะกองกอดกันอย่างหวานซึ้งออกจากกันไปเสีย หากแต่ก็รู้ดีว่าตอนนี้เขายังทำไม่ได้


แม้จะเจ็บแค้นเพียงใดที่คนรักต้องไปอยู่ในอ้อมกอดของชายอื่น หากแต่ชายหนุ่มคนนั้นเหมือนเขาทุกกระเบียดนิ้ว เหมือนจนแทบเป็นคนๆเดียวกัน นี่มันอะไรกัน ทำไมถึงมีเขาเพิ่มขึ้นมาอีกคนได้ เช่นนั้นหากจียงจะหลงรักไปกับคนที่หน้าเหมือนเขาแบบนี้แล้วมันก็ไม่ใช่ความผิดอะไรของร่างเล็กนั่นเลยสักนิด


แต่จะให้ยอมปล่อยคนรักให้คนอื่นเขาก็ไม่อาจทำได้เหมือนกัน ด้วยทั้งหัวใจของเขายังแสนรักแวมไพร์น้อยมากจนสุดคณานับ เห็นทีวันรุ่งพรุ่งนี้เขาคงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ทุกคนรู้เสียแล้วว่า เขากลับมาทวงทุกอย่างของเขาคืนแล้ว


เช้าวันใหม่ที่แสนเรียบง่าย แต่ซึงฮยอนกลับรู้สึกถึงความผิดปกติของคนในบ้าน ทุกคนดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะเรื่องที่แวมไพร์น้อยบอกเขาเมื่อวาน เขาอยากรู้ว่าตอนนี้เรื่องราวเป็นอย่างไรบ้างแล้ว แต่ก็เลือกที่จะไม่ถามเพราะคิดว่าถ้าควรบอกก็คงมีใครสักคนบอกเขาเอง เขาไม่อยากไปเร่งรัดอะไรให้มากนักเพราะเท่านี้แวมไพร์น้อยของเขาก็ดูไม่สบายใจมากอยู่แล้ว


“ซึงฮยอน.....ทำไมมายืนอยู่ที่นี่แล้วจียงหล่ะ” เสียงเรียกของพี่ชายทำให้ร่างสูงหันกลับมามอง ซึงฮยอนกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารทั้งที่ตอนนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเลยสักนิดเพราะไม่มีใครที่ต้องกินมันแต่เขาเองก็ว่างเกินกว่าที่จะปล่อยตัวเองให้อยู่เฉยๆให้สมองได้มีเวลาคิดฟุ้งซ่านเลยหาอะไรมาทำแก้เหงาไปอย่างนั้น

“คุยกับคุณยองเบอยู่ข้างบนครับ” คนเป็นน้องตอบเสียงนิ่งจนพี่ชายอดเป็นห่วงไม่ได้


“น้อง.....ไม่เป็นไรใช่ไหม”


“หมายถึงเรื่องไหนหล่ะครับ ถ้าเรื่องที่ผมรู้ว่าผมไม่ใช่คนที่จียงรอคอยนั่น ผมไม่เป็นไรครับพี่”


“หากไม่เป็นไร แล้วทำไมถึงทำสีหน้าแบบนี้กันเล่า ท็อปพี่เป็นพี่ชายเรานะมีอะไรพี่ไม่อยากให้น้องคิดไปเองคนเดียว น้องเป็นน้องของพี่พี่ห่วงเรามากนะ”


คนเป็นพี่แสดงความอาทรออกมาให้น้องชายได้รับรู้ ซึงฮยอนเองก็รับรู้ว่าพี่ชายคนนี้รักเขามากแค่ไหน เพราะตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา พี่ดองวุคเป็นพี่ชายที่ดีมากเสมอแม้บางครั้งจะดุและเอาแต่ใจบ้างแต่เขาก็รู้ว่าพี่ชายเขารักเขามากเพียงไหน


แต่พี่ดองวุคลืมไปหรือเปล่าว่า คนๆนั้นก็เป็นน้องชายพี่เหมือนกัน ซึงฮยอนไม่อยากให้พี่ชายเขาต้องมาเป็นกังวลไปด้วยอีกคน เพราะเขารู้ดีว่าหากพี่ชายเขารักเขามากแค่ไหน สำหรับเทมป์คนนั้นพี่ชายเขาก็คงรักไม่ได้ต่างกันเพราะพี่ดองวุคจำเรื่องราวทุกอย่างได้เป็นอย่างดี


“พี่ครับ ถ้าเขากลับมาผมก็ควรต้องไปใช่หรือเปล่า ผมมาทีหลัง”


“นั่นไม่ใช่เรื่องที่น้องจะต้องตัดสินใจ คนที่จะให้น้องไปหรือไม่คือจียง จียงเท่านั้น”


“คุณจียงรักเขามาก รอเขามานานผมคง..”


“แล้วซึงฮฺยอนไม่คิดว่าจียงรักน้องบ้างหรือไร”


“ผมรู้ว่าจียงรักผมครับพี แต่มันจะเทียบกันได้อย่างไรกับความรักเพียงแค่ข้ามเดือนของผม กับรักที่คุณจียงรอคอยมานานแสนนานขนาดนั้น”


ร่างสูงก้มหน้าพูดอย่าท้อใจ คนเป็นพี่มองน้องชายด้วยความสงสาร พระเจ้าองค์ไหนกันนะที่รังแกน้องๆเขาได้ถึงเพียงนี้ เขารักน้องทุกคนไม่ว่าจะเป็นซึงฮยอน จียง หรือแม้กระทั่งซึงฮยอนอีกคนที่เขารู้ดีว่ากำลังจะกลับมา จะเป็นไปได้หรือเปล่าที่ทั้งสามคนจะอยู่ด้วยกันได้ทั้งหมด แต่ดองวุคก็รู้จักน้องชายอีกคนของเขาดี เทมป์ทั้งรักและหวงจียงมากมายขนาดไหนใครๆก็รู้ไม่มีทางที่เทมป์จะยอมแบ่งจียงให้ใครแน่ๆ ทีนี้ภาระอันหนักหน่วงก็จะไปตกที่น้องชายตัวเล็กของเขา


“เรื่องนี้พี่ว่าเราอย่าเพิ่งไปคิดอะไรเลย ทุกอย่างแล้วแต่จียงเถอะนะซึงฮยอน ไม่ว่าจียงจะตัดสินใจอย่างไรพี่ขอให้น้องรู้ว่าจียงรักน้องไม่เปลี่ยนแปลง” คนเป็นพี่พูดจบก็วางมืออ่อนนุ่มไว้บนบ่าของน้องชายอย่างให้กำลังใจ ซึงฮยอนไม่ได้ตอบรับอะไรอีก ร่างสูงเพียงพยักหน้ารับน้อยๆเท่านั้น


“อย่างนั้นพี่ว่าน้องไปหาจียงเถอะมายืนอยู่แบบนี้ก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ตอนนี้จียงเองก็คงไม่สบายใจเหมือนกัน”


“นั่นสินะครับ ผมพูดเองแท้ๆว่าจะดูแลปกป้องเขา แต่ตอนนี้กลับไม่อยู่ตอนที่จียงกำลังสับสนแบบนี้ ผมนี่แย่จริงๆ” ดองวุคยิ้มให้กับคำพูดของน้องชาย ซึงฮยอนเป็นเด็กว่าง่ายและเข้าใจอะไรง่ายๆมาตั้งแต่เล็ก เขาคิดเสมอว่าถ้าซึงฮยอนได้รักใครจริงๆสักคนน้องชายของเขาจะทำให้คนรักมีความสุขมากได้แน่ๆ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเรื่องราวจะซับซ้อนมากถึงเพียงนี้
คนหนึ่งก็น้อง อีกคนก็น้อง ถ้าหากต้องเลือกเขาเองยังไม่รู้เลยว่าจะเลือกเข้าข้างใคร แม้แต่เขาเองยังเลือกยาก แล้วจียงเล่า แวมไพร์น้อยจะลำบากใจเพียงใดที่ต้องเลือกระหว่างเทมป์ที่รักดั่งดวงใจและท็อปที่เข้ามาต่อเติมลมหายใจ


“เราจะทำอะไรได้บ้าง ผมจะช่วยน้องยังไงพี่แทบิน” ดองวุคเอ่ยถามคนรักที่เดินเข้ามาหาแทนที่น้องชายที่เพิ่งเดินออกไป ชายหนุ่มมุ่นคิ้วอย่างกังวลไม่ต่างจากคนรักนัก เพราะเรื่องแบนี้ไม่มีใครตอบได้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป แม้แต่พ่อมดที่หยั่งรู้อนาคตอย่างยองเบยังมืดแปดด้าน เขาเองก็สุดปัญญาที่จะคาดเดา เขาทำได้แค่เฝ้ามองและคอยช่วยเหลือเมื่อจำเป็นเท่านั้น


ซึงฮยอนเปิดประตูเข้ามาในห้องไม่เจอคนรักก็แปลกใจ คุณจียงไม่ได้ออกไปไหนแล้วทำไมไม่อยู่ในห้อง ตาคมชำเลืองไปเห็นว่าม่านหน้าต่างทางระเบียงพลิ้วไหวเพราะสายลมโชยอ่อนที่พัดผ่านก็รู้ได้ทันทีว่า จียงของเขาคงออกไปตากลมที่ระเบียงแน่ ชายหนุ่มจึงเดินตามออกไป
ไหล่บางที่สั่นเทาทำให้ซึงฮยอนรับรู้ได้ทันทีว่าคนรักของเขากำลังร้องไห้ ซึงฮยอนรู้สึกว่าตัวเองแย่เหลือเกิน ที่ปล่อยให้จียงต้องว้าเหว่ในยามที่มีเรื่องให้ต้องทุกข์ใจแบบนี้ ชายหนุ่มเดินเข้าหาคนรักก่อนที่จะสวมกอดจียงไว้จากทางด้านหลัง แรงสะดุ้งน้อยๆอย่างตกใจของคนตัวเล็กทำให้เขาต้องรัดวงแขนให้แน่นขึ้นอีกหน่อยเพื่อให้อีกคนได้รับรู้ถึงความอบอุ่นที่เขามอบให้


“ซึงฮยอน....ฮึก” จียงสะอื้นฮักเมื่อได้รับอ้อมกอดจากคนรัก เขาคิดว่าซึงฮยอนต้องโกธรเขาแน่ มีใครเล่าจะไม่โกธรกับเรื่องแบบนี้ ร่างเล็กหันหน้าเข้าหาก่อนที่จะโอบกอดอีกคนตอบ


“เป็นอะไรครับจียง ร้องไห้ทำไมกัน” ชายหนุ่มดันร่างเล็กออกจากอก นิ้วเรียวเกลี่ยซับน้ำตาที่ไหลเอ่อให้ร่างเล็กอย่างแผ่วเบา


“ขอโทษ......ผมขอโทษ” จียงโผเข้ากอดคนรักไว้แน่นอีกครั้ง ปากก็พร่ำขอโทษไม่ขาด


“ไม่เอานะครับ อย่าร้องไห้” ร่างสูงก้มลงจูบที่โหนกแก้มใสแผ่วเบา จูบซับน้ำตาให้คนตัวเล็กอย่างที่เขาเคยสัญญาไว้


“คุณจะโกธรผมก็ได้ แต่ขอร้องอย่างเกลียด..ฮึก อย่าเกลียดผมเลยนะครับ” แวมไพร์น้อยเอ่ยวอนขอ เสียงสะอื้นแทบขาดใจของจียงทำให้ซึงฮยอนรู้สึกเจ็บในอกดั่งมีใครกำลังบีบหัวใจของเขาอยู่


“ผมไม่เกลียด ไม่มีวันเกลียดคุณ ผมจะเกลียดคนที่ผมรักได้อย่างไรกันครับ”


“ฮึก...คุณซึงฮยอน....”


“เขาเขาก็ชื่อซึงฮยอนใช่ไหมครับ” จียงพยักหน้ารับ หน้าสวยสลดลงอีกเมื่อต้องพูดถึงอีกคน


“แต่จียงเรียกเขาว่าเทมป์”


“ครับนั่นเป็นชื่อเล่น”


“อย่างนั้น ต่อไปนี้จียงเรียกผมว่าท็อป ได้ไหมครับผมจะได้มั่นใจว่าคุณกำลังเรียกผมจริงๆ”


“ครับ ท็อป” ซึงฮยอนยิ้มละมุนส่งมาให้ร่างบาง ก่อนที่จะประทับจูบหอมหวานเป็นรางวัลให้กับจียงของเขา จูบละเมียดละไมอยู่พักใหญ่ก่อนที่จะผละออก หากแต่เป็นร่างบางที่ตามไล่จูบริมฝีปากของชายหนุ่มไม่ลดละ มือเรียวผลักคนรักเข้าไปในห้องหลังม่านที่กำลังพลิ้วไหวเพราธแรงลม ก่อนที่ประตูระเบียงจะปิดลงพร้อมกับแสงสว่างในห้องที่มอดดับลงด้วยเช่นกัน


ชายหนุ่มร่างสูงอีกคนที่มองอยู่จากที่ไม่ไกลนักยืนกำหมัดแน่นอีกครั้ง เด็กสามขวบก็ยังรู้ว่าสองคนที่ตะกองกอดรัดกันเข้าห้องไปนั้นกำลังทำอะไรกันอยู่ ใจจริงเขาอยากจะเข้าไปขย้ำชายคนนั้นให้แหลกคามือไปเสีย หากแต่เขาเองก็ไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ผลีผลามเข้าไปเห็นทีจะไม่เหมาะเท่าไหร่นัก


“ซึงยูน แทคยอน เตรียมคนให้พร้อมพรุ่งนี้เช้าเราจะมาเยี่ยมคนที่นี่กัน”



TBC...
07/28(月)23時19分 |blood blondコメント(3)トラックバック (0)

[fic] Blood Blond II {Blood Everlasting} 14

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
07/19(土)00時08分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everlasting} 13

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
07/08(火)00時50分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 12

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
06/28(土)09時01分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[FS] Brother BLUES 11

Blues 11

ผ่านไปอีกวันที่ทั้งสองคนที่มาเที่ยวพักร้อนไม่ได้ไปไหนเลยนอกจากห้องของตัวเอง ก็กว่าจะได้นอนก็แทบจะรุ่งสาง กว่าจะตื่นก็ปาเข้าไปบ่าย แถมตื่นมาจียงก็ยังมีอาการไข้ถามหาจนร่างเล็กคิดกับตัวเองว่าเขาคงไม่มีโอกาสได้หายแน่
ซึงฮยอนพาจียงกลับบ้านในช่วงเย็นของวันนั้น ทั้งสองไม่ได้ไปเที่ยวไหนอีกเพราะบทรักเร่าร้อนเมื่อคืนทำให้จียงเดินแทบไม่ไหว ขนาดเข้าห้องน้ำซึงฮยอนก็ยังต้องประคองไป
หลังจากขึ้นรถมาอีกครั้ง จียงก็เพลียจนหลับไม่รู้เรื่องมาตลอดทาง ซึงฮยอนจับมือของจียงขึ้นมากดจูบเบาๆและร่างสูงก็กุมมือเล็กของจียงไว้ตลอดทางเช่นกัน
ทั้งสองคนกลับมาถึงโซลก็ในช่วงหัวค่ำมากแล้ว ซึงฮยอนจึงแวะซื้อของกินง่ายๆเพราะคิดว่าจียงคงหิวแน่ถ้าถึงบ้าน เพราะตลอดบ่ายจียงก็ยังไม่ได้กินอะไรอีกเลย

ซึงฮยอนปลุกจียงที่กำลังหลับสนิทเมื่อเขาจอดรถที่คอนโดเรียบร้อยแล้ว ทีแรกเขาว่าจะอุ้มจียงขึ้นไป แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะคิดว่าจียงคงไม่ชอบใจนักที่โดนเขาอุ้มไปแบบนั้นจึงตัดสินใจปลุกคนตัวเล็กให้เดินไปเองน่าจะดีกว่า
จียงซบที่ไหล่หนาของซึงฮยอนตอนที่ทั้งสองคนยืนอยู่ในลิฟท์ ซึงฮยอนโอบมือประคองเอวบางของจียงเอาไว้เพื่อกันไม่ให้คนตัวเล็กที่โงนเงนล้มลงไปกับพื้น

ซึงฮยอนตัดสินใจรวบร่างเล็กขึ้นอุ้มตอนที่ลิฟท์เปิดออก ร่างสูงเปิดประตูห้องค่อนข้างยากเพราะตัวเล็กในอ้อมกอดนอนไม่เฉยเอาเสียเลย จียงดิ้นเสียจนเขาเกรงว่าร่างเล็กจะตกลงไปกองกับพื้นเสียก่อนหากยังไม่ยอมอยู่เฉย ดีนะที่เขาไม่ได้หอบหิ้วอะไรขึ้นมาด้วย ไม่อย่างนั้นก็ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะเอามือที่ไหนหิ้วเพราะลำพังหิ้วเจ้าตัวเล็กขึ้นมาก็ยากมากแล้ว
ซึงฮยอนใช้เท้าปิดประตูห้องแล้วอุ้มจียงที่ตอนนี้หลับสนิทเลิกดิ้นไปแล้วเข้าไปในห้องนอน
ซึงฮยอนเอาผ้าชุบน้ำอุ่นๆมาเช็ดตัวให้กับจียงที่ดูจะไข้ขึ้นอีกรอบเสียแล้ว ร่างสูงจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าที่จียงใส่ออก แล้วใส่ชุดนอนเนื้อนุ่มให้ร่างเล็กแทน หลังจากจัดการกับจียงเรียบร้อย ซึงฮยอนก็เข้าห้องน้ำไปจัดการกับตัวเองบ้าง

ซึงฮยอนกลับมานอนที่เตียงหลังจากอาบน้ำเรียบร้อย ร่างสูงเปลือยท่อนบนเดินมานอนข้างๆตัวเล็กที่หลับพริ้มอยู่ก่อน ซึงฮยอนไม่ใส่เสื้อนอนนั่นไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะตั้งแต่เขาพาจียงมาอยู่ที่นี่เขาก็ไม่เคยได้ใส่เสื้อนอนเลยสักวัน จียงก็เช่นกัน
ซึงฮยอนยังไม่ง่วงร่างสูงจึงเลือกที่จะนอนมองร่างเล็กที่นอนหลับเหมือนเด็กๆ ตอนนี้เขากับจียงเข้าใจกันดีแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าจียงจะยอมอภัยให้กับคนเลวๆอย่างเขาง่ายดายเพียงนี้ และนั่นก็ทำให้ตอนนี้เรามีความสุข
ซึงฮยอนนอนมองหน้าสวยๆของจียงอยู่สักพัก ความง่วงงุประกอบกับที่วันนี้เขาใช้พลังงานไปมากทำให้ร่างสูงค่อยๆผล็อยหลับไปในไม่นานนัก สองแขนโอบกอดเอาร่างเล็กเข้ามาใกล้ด้วยความเคยชิน จียงเองก็ซุกกายเข้าหาไออุ่นของอีกคน สองมือกอดรัดหน้าสวยซบซุกลงที่อกอุ่นแนบแน่นแทบไม่เหลือช่องว่าง ความหนาวเย็นของเครื่องปรับอากาศดูไร้ประสิทธิภาพลงเมื่อสองร่างได้รับไออุ่นจากกันและกันเช่นนี้

รุ่งอรุณสาดแสงผ่านม่านหน้าต่างเข้ามาปลุกให้ร่างเล็กที่ได้นอนเต็มอิ่มตื่นขึ้นแต่เช้า ตาเรียวกระพริบน้อยๆปรับแสงที่ส่องกระทบ เมื่อคุ้นชินสิ่งแรกที่ได้เห็นคืออกหนาอุ่นของอีกคนที่ตะกองกอดอยู่
จียงยกมือไล้เบาๆที่อกกำยำของซึงฮยอนเล่นอย่างแกล้งอยากจะปลุก นิ้วเล็กจิ้มไปมาที่อกหนาจนคนถูกแกล้งต้องตื่นขึ้นมาในที่สุด

“อ๊ะ...” จียงร้องอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆคนที่ตัวเองคิดว่าหลับกลับตื่นขึ้นมา มือหนารวบมือซนของจียงไว้ทั้งสองข้าง ด้วยแรงที่มากกว่าทำให้ซึงฮยอนได้เปรียบมากอยู่แล้ว ร่างหนาพลิกกายขึ้นทาบทับ โดยแทบไม่ได้ตั้งตัวตอนนี้จียงก็อยู่ใต้ร่างของซึงฮยอนเสียแล้ว

“หนัก.....” จียงร้องประท้วงเมื่อรู้สึกได้ว่าคนที่อยู่บนร่างทิ้งน้ำหนักลงมาทับเขาทั้งตัว

“จะทับให้แบบเลย ดีไหมจอมซน” ซึงฮยอนเอ่ยเย้า

“แกล้งผมอีกแล้ว”

“ใครแกล้งใครก่อนกัน ไม่ใช่จียงหรอกหรือ”

“ก็ผมหิวแล้ว ก็เลยปลุกพี่ให้ตื่นไง” จียงเอ่ยแก้เก้อโดยหารู้ไม่ว่ามันเข้าทางของซึงฮยอนพอดี

“รู้ไหมจียง มันตื่นเสียเต็มตัวเลยหล่ะ” จียงหน้าแดงเมื่อซึงฮยอนจับเอามือเล็กไปสัมผัสแกนกายที่ตื่นเต็มตัวในตอนเช้าของเขา จริงๆแล้วมันก็เป็นปกติที่ผู้ชายเวลาตื่นนอนตอนเช้าเป็นกันทุกคน ที่ขจียงไม่ทันได้นึกอาจเพราะตอนนี้ร่างเล็กเขินจนคิดอะไรไม่ออก

“พี่บ้า ลามกที่สุดเลย” จียงเอ่ยด่าไม่จริงจังนัก ร่างเล็กผลักคนที่นอนทับอยู่ออกซึ่งก็ไม่ได้ยากนักเพราะซึงฮยอนก็ไม่คิดที่จะทำอะไรจียงจริงจังอยู่แล้ว เพราะร่างเล็กของเขายังมีไข้อ่อนๆอยู่ คงต้องรอให้หายก่อนแล้วทีนี้ค่อยคิดบัญชีทั้งต้นทบดอก
จียงที่ดิ้นหลุดจากวงแขนของอีกคนมาได้ วิ่งหนีเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ปิดประตูห้องน้ำ มือเล็กก็ยกทาบขึ้นที่หน้าอกข้างซ้าย ตรงหัวใจที่เต้นแรงรัวอยู่ในขณะนี้ จียงรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวัยรุ่นแรกรักที่เพิ่งเคยเจอคนที่ถูกใจครั้งแรก ทั้งตื่นเต้นและเขินอาย

ร่างเล็กหารู้ไม่ว่าคนที่นอนอยู่ที่เตียงข้างนอกก็รู้สึกไม่ได้ต่างกันเท่าใดนัก หากแต่ซึงฮยอนเขินอายน้อยกว่า และยอมรับในความรู้สึกอิ่มเอิบที่ล้นในใจได้มากกว่าจียงที่ตอนนี้ความขลาดเขินทำให้เขายังไม่กล้าที่จะแสดงออกไปมากนัก
ซึงฮยอนนอนรอจียงที่เข้าไปอาบน้ำได้สักพัก ที่หน้าห้องก็เสียงเคาะประตูตามด้วยเสียงกริ่งดังขึ้น
ซึงฮยอนขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาหาเขาในเวลานี้ ร่างสูงลุกจากเตียงก่อนที่จะหยิบชุดคลุมมาคลุมร่างเปลือยท่อนบนของตัวเองจนเรียบร้อยแล้วเดินไปเปิดประตู
พอประตูเปิดออกคนที่ยืนอยู่อีกฝากของประตูทำให้ซึงฮยอนต้องชะงักเล็กน้อย ร่างสูงยอมรับเลยว่ารู้สึกตกใจที่เห็นว่าใครมาหาเขา

“ขอน้าเข้าไปได้ไหมซึงฮยอน”

“ได้เชิญครับ” ซึงฮยอนเปิดให้แขกเข้ามาในบ้าน ผู้มาใหม่นั่งลงที่โซฟาตัวยาวกลางห้องนั่งเล่น ร่างสูงเดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองสบตากันอยู่สักพักก่อนที่ซึงฮยอนจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบ

“ดื่มอะไรเสียหน่อยไหมครับคุณน้าคงมาเหนื่อยๆ”

“ไม่รบกวนหรอกจะ น้ามารับจียงและก็คงกลับเลย”

“เห็นทีผมคงให้จียงกลับไปด้วยไม่ได้หรอกครับคุณน้าจียอน”

“ทำไมจะไม่ได้ จียงเป็นลูกชายน้า น้าย่อมมีสิทธิ์มากกว่าเธอ”

“แต่จียงโตแล้ว เขามีสิทธิ์ตัดสินใจครับว่าอยากจะอยู่หรือไป”


“ก็ดูซิว่าจียงจะอยู่กับเธอ หรือกลับไม่กับแม่อย่างฉัน”

“คุณน้าอาจเป็นคุณแม่อันนั้นผมรู้ แต่ผมอยากให้คุณน้ารู้ไว้อย่างว่าผม เป็นคนรัก” ควอนจียอนหน้าเสียตอนที่ซึงฮยอนพูดว่าเขาเป็นคนรักของจียง ในทีแรกเธออยากให้เด็กทั้งสองสนิทกันก็จริง หากแต่มันไม่ใช่ในสถานะนี้
ควอนจียอนบอกตัวเองว่าเธอไม่มีวันยอมแน่เรื่องของจียงกับซึงฮยอน เธอจะไม่ยอมเสียคนที่เธอรักที่สุดให้กับใครอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนๆนั้นเป็นลูกของผู้หญิงคนนั้น

“ใครมาเหรอฮะ....แม่” จียงหน้าซีด ร่างเล็กตกใจมากเมื่อออกจากห้องมาแล้วเจอคนที่เขาไม่อยากให้เห็นตัวเองในสภาพนี้ที่สุด
คนเป็นแม่นั่งหน้าตึง ควอนจียอนไม่พูดอะไรสักคำนั่นยิ่งทำให้จียงใจหาย เพราะปกติแม่เขาเป็นคนอารมณ์ดีและคุยเก่ง แต่ก็ไม่แปลกเลยที่แม่จะโกรธ เพราะใครกันจะชอบที่ลูกชายมีความสัมพันธ์กับผู้ชายด้วยกันเช่นนี้
“แม่ฮะ...ผม”

“จียงไปแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้วกลับบ้านกับแม่” ควอนจียงเอ่ยเสียงเรียบ เสียงของเธอนิ่งเสียจนขนาดซึงฮยอนยังจับทางไม่ถูก

“แต่แม่ฮะ...” จียงพยายามเอ่ยท้วง เขารู้สึกผิดกับแม่มากก็จริง แต่เรื่องของเขากับซึงฮยอนก็กำลังไปได้ด้วยดี ถ้าแม่บังคับเขาแบบนี้เขากลัวว่าซึงฮยอนจะยิ่งเกลียดแม่หนักเข้าไปอีก

“จียง..ไปทำตามที่แม่บอก”

“ผมว่าผมบอกคุณแล้วว่าผมให้จียงไปกับคุณไม่ได้”


“ฉันว่าฉันก็พูดชัดเจนเหมือนกันว่าจียงเป็นลูกฉัน จียงว่ายังไงลูกจะไปกับแม่ไหม” ควอนจียอนหันไปถามลูกชายที่ยืนหน้าเสียอยู่ข้างๆ จียงสะดุ้งสุดตัว เขาไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไรดี คนหนึ่งก็แม่อีกคนก็.....

“แม่ครับ ผมจะตามไปทีหลังนะครับแม่ แม่กลับไปก่อนแล้วผมจะรีบไปหา” จียงพยายามหว่านล้อม เพราะตอนนี้เท่าที่ดูซึงฮยอนโมโหมากจนแทบจะระเบิดแล้ว หากปล่อยไว้แบบนี้ ทั้งแม่และพี่ซึงฮยอนต้องทะเลาะกันแน่

“ไม่ ไปกับแม่เดี๋ยวนี้” ควอนจียอนไม่ยอม นางดึงมือจียงเข้าหาตัวแล้วกระชากให้ร่างเล็กเดินตาม หากแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อมืออีกข้างของจียงถูกซึงฮยอนดึงเอาไว้อย่างไม่ยอมเช่นกัน

“ผมไม่ให้ไป” ทั้งสองคนดึงร่างเล็กที่อยู่ตรงกลางไปมา จียงถลาไปตามแรงดึงทางนั้นทางทางนี้ทาง ร่างเล็กก็ร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร

“ถ้าไม่ไปกับแม่ต่อไปนี้ไม่ต้องมาเรียกแม่ว่าแม่อีกจียง”

“แม่.......” จียงไม่เคยเห็นมุมนี้ของแม่เลยสักครั้ง แม่ที่เคยมีเหตุผล แม่ทีมีแต่รอยยิ้มแม่ที่พูดเพราะเสียงหวาน แม่ในวันนี้ทั้งการกระทำคำพูดและสายตา ทุกอย่างมันทำให้จียงรู้สึกกลัวเหลือเกิน

“พี่ครับปล่อยผม” จียงหันมาหาซึงฮยอนที่จับแขนอีกข้างของเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

“ไม่จียง พี่ไม่ยอม”

“นะครับ แล้วผมจะกลับมาผมสัญญา” แววตาอ้อนวอนของจียงทำให้ซึงฮยอนต้องยอมปล่อยมือ จียงร้องไห้แทบจะขาดใจต่างกับควอนจียอน คนเป็นแม่ยิ้มออกมาอย่างคนได้ดั่งใจ รอยยิ้มของเธอไม่ได้หยามเหยียบส่งมาที่ซึงฮยอน หากแต่แววตาดูแคลนที่แสดงนั้น มันกลับส่งไปที่จียง
ซึงฮยอนเห็นทุกอย่างแต่เขาไม่สามารถพูดอะไร อย่างไรควอนจียอนก็เป็นแม่ของจียง แม่ที่จียงแสนรักหนักหนายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ควอนจียอนดึงมือของจียงออกไปจากห้อง ซึงฮยอนถลาจะตามไปตอนที่จียงถูกดึงพ้นประตูห้องไปแล้ว หากแต่มีคนของควอนจียอนสองคนกั้นอยู่ ในทีแรกซึงฮยอนไม่เห็นว่าสองคนมากับแม่ของจียงด้วย

“จียงรอพี่นะ พี่จะตามไปให้เร็วที่สุด” ซึงฮยอนตะโกนไล่หลังร่างเล็กที่ถูกลากไป จียงหยุดหันมามองตามเสียงของคนรัก น้ำตาเอ่อคลอไหลลงนองหน้าสวยๆจนเปียกชื้นไปทั่ว แล้วมือของคนเป็นแม่ก็กระชากร่างเล็กให้เดินลับตาของซึงฮยอนไปอีกหน
สามวันมาแล้วที่ซึงฮยอนเพียรมาดักรอจียงที่บ้าน ตั้งแต่ถูกดพาตัวมาวันนี้จียงก็โดนขังอยู่ในห้องไม่ได้ออกไปไหนเลย ป้าฮาอิมคอยส่งข่าวให้เขาเป็นระยะ
ป้าเล่าว่าจียงแทบไม่ยอมกินข้างเลยด้วยซ้ำจนตอนนี้คนตัวเล็กของเขาผมเสียจนน่ากลัวว่าจะไมสบายไปอีก
ซึงฮยอนเข้ามาในบ้านได้ตามปกติ หากแต่เขาไม่สามารถเข้าไปในห้องของจียงได้เพราะห้องของร่างเล็กถูกล็อกกุญแจไว้อย่างหนาแน่น และซึงฮยอนก็ไม่ได้นอนที่บ้านนี้เพราะควอนจียอนไม่ยอมและพูดขู่เอาไว้ว่าหากเขาไม่กลับไปที่คอนโดเธอจะพาจียงไปอยู่ที่อื่น

ทุกครั้งที่เขามาที่หน้าห้อง ร่างสูงจะได้ยินเสียงร้องไห้ที่ดังมาจากข้างในไม่เคยขาด ซึงฮยอนสงสารจียงจับใจ จนเขาแทบจะพังประตูห้องนั้นเสียด้วยซ้ำถ้าจียงไม่ขอเอาไว้
ซึงฮยอนพยายามพูดขอให้จียอนยอมปล่อยจียง หากแต่เธอก็ไม่ยอมท่าเดียว ทางเดียวที่จะทำให้เขาเข้าไปหาจียงได้ก็คือเขาต้องปีนระเบียง และคืนนี้เข้าจะไปพาจียงออกจากห้องนั้น
ตกดึกพอทุกคนหลับสนิท ร่างสูงที่จอดรถรอจังหวะอยู่ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำก็ลงจากรถพร้อมผู้ช่วยอีกสองคน สองพี่น้องตระกูลทง
ทงฮยอนเบยอมช่วยเพราะเขารู้ดีว่าซึงฮยอนรักจียงแค่ไหน เพราะซึงฮยอนเป็นเพื่อนรักของเขา ทงยองเบยอมช่วยเพราะเมื่อก่อนที่เขามาเยี่ยมจียง เขาเห็นสภาพเพื่อนรักแล้วยองเบก็บอกกับตัวเองว่าเขาจะปล่อยไว้แบบนี้ไม่ได้
ยองเบเป็นคนขับรถเข้าไปจอดไว้ที่หน้าบ้านเพราะมีแค่เขาคนเดียวที่ทุกคนวางใจ และพนักงานรักษาความปลอดภัยจะไม่สงสัยอะไรมากนักเพราะเขามาหาจียงบ่อย

พอพนักงานรักษาความปลอดภัยหันหลังไปเปิดประตู ซึงฮยอนกับฮยอนเบที่รอจังหวะอยู่แล้วก็ลงจากรถ ซึงฮยอนใช้ไม้ขนาดไม่ใหญ่นักตีเข้าที่หัวของ รปภ.จนสลบไปก่อนที่ทั้งสามคนจะย่องเข้าบ้านไปเงียบๆ
บันไดสูงถูกพาดกับระเบียงห้องนอนของจียง สองพี่น้องช่วยกันจับมันไว้ก่อนที่ซึงฮยอนจะปีนขึ้นไปข้างบน
ประตูระเบียงถูกปิดตาย ทำให้ซึงฮยอนต้องงัดที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่แทน ซึงก็ไม่ได้เกินกว่าที่ร่างสูงจะทำไม่ได้ ไม่นานซึงฮยอนก็งัดหน้าต่างปีนเข้ามาในห้องของจียงได้สำเร็จ
ร่างสูงเดินมาที่เตียงกว้าง น้ำตาลูกผู้ชายไหลรินเมื่อเห็นคนรักที่นอนอยู่บนเตียง จียงซูบผอม นอนเหมือนคนไร้วิญญาณ ลมหายใจเข้าออกแม้จะสม่ำเสมอ แต่มันก็แผ่วผิวเสียจนเขากลัวว่ามันจะขาดหายไปเสียง่ายก็เป็นได้
ซึงฮยอนนั่งลงที่เตียงกว้างข้างๆจียง ยิ่งเตียงใหญ่เท่าใดยิ่งทำให้เขาเห็นได้ชัดว่าจียงตัวเล็กแค่ไหน มือหนาค่อยๆเกลี่ยปลายผมที่ปรกหน้าผากมนออก ก่อนจะก้มลงจุมพิตเบาๆที่หน้าผากของจียง

“จียงครับ ตื่นเถอะ” ซึงฮยอนกระซิบเรียกเบาๆที่ข้างหูของจียงสองสามครั้ง ร่างเล็กที่หลับสนิทก็ปรือตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใครร่างไรเรี่ยวแรงก็ดันตัวขึ้นจากเตียงแล้วโผเข้ากอดอีกคนเอาไว้แน่น

“พี่ฮะ....ฮึกพี่” จียงร้องไห้เสียงสั่นเรียกคนที่อยากพบแทบขาดใจซ้ำไปซ้ำมา ยองเบที่ตอนแรกจะเดินเข้าไปหาก็ต้องชะงักเท้าตัวเองไว้เพราะคนเป็นพี่ห้ามไม่ให้เข้าไป

“พี่อยู่นี่จียง พี่มารับแล้วนะครับ” ซึงฮยอนก็กอดจียงไว้แน่นไม่ต่าง ร่างสูงลูบหลังร่างเล็กที่กำลังร้องไห้อย่างเสียขวัญไปมาปากก็เอ่ยปลอบไม่หยุด

“อย่าทิ้งผมนะครับพี่ อย่าทิ้งผม”

“ไม่มีทางจียง พี่จะไม่มีทางทิ้งจียงของพี่แน่ๆ ไปกับพี่นะ”

“ไปไหนครับ”

“ไปในที่ๆมีแค่เรา ไปกับพี่นะจียง” จียงไม่ได้ตอบ หากแต่ร่างเล็กพยักหน้ารับแค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ซึงฮยอนยิ้มได้
ร่างสูงประคองจียงที่ตอนนี้ร่างกายอ่อนแอให้ลุกขึ้นยืนก่อนที่จะพยักหน้าให้ยองเบปีนลงไปก่อนเพื่อรอรับจียงข้างล่าง

“หยุดเดี๋ยวนี้” ยังไม่ทันได้มีใครได้ไปไหน เสียงของควอนจียอนก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ในมือของควอนจียอนมีปืนขนาดกลางถืออยู่ เธอหันปากกระบอกปืนเล็งมาที่สองร่างที่ยืนประคองกอดกันอยู่ที่ระเบียง

“มาหาแม่.....”

“ฮึก.......”

“แม่บอกให้มาหาแม่ไง แม่จะไม่ยอมเสียลูกไปให้ใคร ลูกเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่แม่มี ลูกเป็นของแม่” หญิงสาวเอ่ยทั้งน้ำตาอย่างคนไร้สติ ตอนนี้ควอนจียอนเหมือนคนบ้าเพราะพายุอารมณ์ที่เข้ากระหน่ำจนเธอเซ แม้เรื่อลำใหญ่เพียงใด้หากอยู่กลางทะเลอารมณ์เช่นนี้ก็ไม่วายโคลงตามกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากในใจ

“แม่ครับฮึก....แม่” จียงร้องไห้เมื่อเห็นสภาพของแม่ตนเองตอนนี้ ร่างเล็กสะบัดมือจากคนรักจะเดินเข้าไปปลอบแม่ที่กำลังร้องไห้ของเขา หากแต่ขาเรียวขาวต้องชะงักอย่างทั้งงุนงงและตกใจเมื่อได้ยินประโยคถัดมาที่คนที่เขาเรียกว่าแม่พึมพรำ

“มาหาแม่ ซึงฮยอน มาหาแม่นะซึงฮยอนลูกแม่”


*********BLUES*********
06/23(月)13時09分 |Bluesコメント(1)トラックバック (0)

[FS] Brother BLUES END

Blues End


“มาหาแม่ ซึงฮยอน มาหาแม่นะซึงฮยอนลูกแม่”
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างนิ่งเงียบอย่างตกใจไม่แพ้กัน จียงที่กำลังเดินเข้าไปหาชะงักเท้า ขาสองข้างแทบหมดแรง
นี่แม่พูดอะไร คนที่แม่ต้องเรียกหาควรเป็นเขาไม่ใช่หรือ นี่มันเรื่องอะไรกัน

“คุณพูดอะไร” เมื่อตั้งสติได้ซึงฮยอนเอ่ยถามจียงลั่น เขาเองก็ไม่เข้าใจสิ่งที่หญิงสูงวัยพูด

“อย่าพูดกับแม่แบบนั้นสิซึงฮยอน ลูกเป็นลูกของแม่นะ”

“ผมไม่ใช่ลูกคุณ แม่ผมชื่อชเวฮีจิน”

“นังนั่นมันไม่ใช่แม่ของลูกๆ แม่ต่างหากที่เป็นแม่ของลูก”

“แม่ครับ แม่พูดอะไร” จียงร้องเรียก นี่แม่เขาเป็นอะไรไป แม่ที่เคยอ่อนหวาน เปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดเวลามองมาที่เขา จียงเดินเข้าเป็นแม่อีกครั้งหากแต่พอเข้าไปใกล้ จียอนก็ผลักจียงจนล้มลงไปที่พื้น ซึงฮยอนข้าไปประคองคนรักที่ร้องไห้โฮให้ลุกขึ้นยืน

“คุณน้าคุณทำอะไร จียงเป็นลูกของคุณนะ”

“ไม่ใช่ มันไม่ใช่ลูกชั้น จียงเป็นลูกของนังนั่น ชเวฮีจินไงหล่ะ นังเพศยานั่นแย่งทุกอย่างที่ชั้นรักไป แล้วตอนนี้แกยังจะมาแย่งลูกชายคนเดียวของฉันไปอีก ชั้นไม่มีทางยอม” ควอนจียอนหันปากกระบอกปืนไปทางจียงตอนที่พูด

“ไม่ ไม่จริงใช่ไหมฮะฮึก...แม่แค่ล้อมผมเล่นใช่ไหมฮึก...บอกผมสิแม่มันเป็นแค่เรื่องโกหกใช่ไหม” จียงทำท่าจะเดินเข้าไปหาจียอนอีกครั้ง หากแต่ติดมือแกร่งของซึงฮยอนรั้งเอาไว้เพราะกลัวว่าจียอนจะทำร้ายจียง

“จริงสิ ทุกอย่างเป็นเรื่องจริง ชั้นเอาตัวแกมาตั้งแต่แกเกิด แล้วบอกกับพ่อและแม่ของแกว่าแกตายตอนคลอด..ซึ่งก็ไม่ได้ยากเลยที่จะทำให้แม่โง่ๆของแกเชื่อเพราะอะไรรู้ไหม เพราะแม่แกมันโง่ไงหล่ะ มันถึงต้องตายให้สมกับความโง่ของมัน” ควอนจียอนเอ่ยออกมาอย่างคนไร้สติ ตอนนี้เธอเหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ อาจเป็นเพราะเรื่องที่เธอคิดว่าเธอต้องสูญเสียคนที่เธอรักครั้งแล้วครั้งเล่า

“ไม่....ไม่นะฮะ” จียงร้องไห้สะอึกสะอื้นปานจะขาดใจ สิ่งที่จียอนพูดทำให้ร่างเล็กเจ็บจนยืนแทบไม่ไหว แม่ที่รักนักหนากลับกลายเป็นคนอื่นไป แม่ที่นึกว่ารักเขาที่สุดกับมองเขาเป็นแค่เครื่องมือแก้แค้น
สิ่งที่จียอนเล่าตอกย้ำสิ่งที่ซึงฮยอนเห็นเมื่อสมัยเด็ก เขาเห็นควอนจียอนแอบฉีดยาอะไรสักอย่างให้แม่เขาอยู่บ่อยครั้ง และหลังจากนั้นแม่ก็จะชักและหมดสติ จนสุดท้ายเธอก็เสียชีวิตลง
ซึงฮยอนมองจียงอย่างสุดแสนจะสงสาร ควอนจียงคงเป็นคนน่าสงสารที่สุดสินะ เด็กที่ถูกพรากจากอกแม่ตั้งแต่แรก ทั้งที่จียงเป็นผู้ถูกกระทำมาโดยตลอดโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“วางปืนเถอะครับ คุณทำแบบนี้อะไรก็ไม่ดีขึ้นหรอก” ซึงฮยอนหันมาพูดกับควอนจียอน

“ไม่...จียงกำลังจะแย่งลูกไปจากแม่ แม่ต้องกำจัดมันซึงฮยอน ลูกรู้ไหมว่าแม่ต้องทุกข์ทรมานใจแค่ไหน ทั้งที่แม่มาก่อน แม่รักมินวูเรารักกันมาก่อน แต่ชเวฮีจินมันแย่งทุกอย่างไปจากแม่ ซ้ำแม่ของมันยังสั่งคนมาทำร้ายมาข่มขืนแม่จนแม่ท้อง ในวันที่ลูกมันตาย แม่บอกตัวเองว่า ชเวฮีจินได้รับผลกรรมอย่างสาสมแล้วฮึก..แต่ลูกรู้ไหมว่าวันที่มินวูมาขอลูกจากแม่ ขอลูกไปให้นังผู้หญิงคนนั้นเพียงเพราะกลัวว่ามันจะเสียใจ เขาเอาลูกของแม่ไปโดยที่ไม่นึกถึงความรู้สึกของแม่เลยสักนิด วันนั้นแม่ก็สาบานกับตัวเองว่าจะทำลายทุกอย่างที่เป็นของชเวฮีจินให้หมดสิ้น และทุกอย่างมันต้องเป็นของลูกชายแม่เท่านั้น” ควอนจียอนร่ายยาวถึงอดีตที่เธอเคยประสบมา

“ถ้าเป็นแบบนั้นมันก็ไม่ใช่ของผมแต่แรก งั้นผมก็ไม่เอามันหรอก ผมจะคืนมันให้จียง”

“ไม่แม่ไม่ยอม จียงมันต้องตายตามแม่ของมันไป”

“หยุดบ้าเสียที คุณรู้ไหมคุณทำอะไรลงไป เรื่องเก่าๆที่ผ่านมาช่างมันไปเสีย จบเรื่องนี้ไว้ที่นี่”

“แสดงว่าลูกไม่โกรธแม่ ลูกจะกลับมาอยู่กับแม่ใช่ไหมซึงฮยอน”

“ไม่...ผมจะไปอยู่ที่อื่นและผมจะพาจียงไปด้วย” ซึงฮยอนพูดจบก็ประคองจียงให้ลุกขึ้น ร่างสูงพยุงร่างเล็กเพื่อเดินออกจากห้อง ฮยอนเบและยองเบสองพี่น้องเดินนำออกไปก่อนแล้วซึงฮยอนหันกลับมามองคนที่เขาเพิ่งรู้ว่าเป็นแม่อีกครั้งก่อนที่จะหันหลังเดินออกไป
ควอนจียอนทรุดลงร้องไห้อย่างน่าเวทนาหล่อนทำตัวเองทั้งนั้น หากเพียงแค่ยอมรับความจริงเรื่องก็จะไม่เป็นเช่นนี้
หากแต่แวนตาเศร้ากลับแปลเปลี่ยน ควอนจียอนลุกขึ้นอีกครั้ง เธอหยิบปืนที่ตกอยู่แล้ววิ่งตามทั้งสี่คนออกไป จียอนวิ่งมาทันที่หน้าบ้านก่อนที่ทั้งสี่จะขึ้นรถ

“ไม่ยอม แม่ไม่ยอม ลูกต้องอยู่กับแม่ ส่วนแกต้องตายชเวฮีจิน” จียอนเล็งปืนใส่จียง ก่อนที่จะเหนี่ยวไกปืนอย่างไม่คิด หากแต่คนที่ถูกคมกระสุนกลับไม่ใช่จียงดั่งที่เธอหวัง แต่เป็นซึงฮยอนที่เอาตัวเข้าบังรับกระสุนแทนคนรัก

“พี่....................” จียงร้องเสียงลั่นตอนเห็นซึงฮยอนล้มลงไปกับพื้น กระสุนปืนโดนที่กลางหลังของร่างสูงจนซึงฮยอนแน่นิ่งไป

“ไม่จริง....ไม่นะชั้นไม่ได้ยิงซึงฮยอน แม่ไม่ได้จะยิงซึงฮยอนนะลูก แม่...ม...แม่ขอโทษ ลูกแม่ต้องไม่ตายสิ ลูกของแม่ต้องไม่ตายไม่จริง ชั้นไม่เชื่อ ไม่จริง....ไม่จริง” ควอนจียงหมดสิ้นสติสมประดีที่จะประคองตัวให้เหมือนคนปกติเสียแล้ว หล่อนเหมือนคนวิกลจริตที่เอาแต่พูดว่าไม่จริงไม่เชื่อตอนที่เห็นซึงฮยอนล้มลงไป
ฮยอนเบที่เป็นหมอจัดการห้ามเลือดและปฐมพยาบาลให้ร่างสูง ก่อนที่จะหันมาสั่งให้น้องชายโทรเรียกตำรวจและรถพยาบาล

ปังงงงงงง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้นอย่างไม่มีใครคาดคิด จียงที่ประคองซึงฮยอนอยู่หันไปตามเสียงก็ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นควอนจียอนนอนจมกองเลือดอยู่ตรงหน้า
จียงทิ้งซึงฮยอนที่ตอนนี้มีฮยอนเบประคองอยู่ถลาเข้าไปหาร่างไร้วิญญาณของคนเป็นแม่ ร่างเล็กประคองร่างของผู้เป็นแม่ขึ้นมาแนบอก

“แม่....แม่ฮะ ไม่นะฮะ อย่าตายนะ ผมรักแม่ รักแม่นะครับฮึก....” จียงสะอื้นไห้กอดศพของควอนจียอนเอาไว้แน่นโดยมียองเบตามมาดูแล ไม่นานนักทั้งรถพยาบาลและตำรวจก็มาถึง
ซึงฮยอนแม้จะถูกยิงอย่างจังหากแต่กระสุนไม่ได้ถูกจุดสำคัญอะไรซึงฮยอนจึงไม่เป็นอะไรมา ร่างสูงถูกนำขึ้นรถพยาบาลโดยมีคุณหมอฮยอนเบตามไปด้วย

ส่วนจียง...ร่างเล็กไม่ยอมละจากร่างของจียอนเลยจนกระทั่งรถตำรวจได้เข้ามานำศพของจียอนไป จียงถูกยองเบพาเข้ามาในบ้าน แม้ไม่มีน้ำตาไหลแล้ว แต่ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นรู้ดีว่าควอนจียงกำลังจมอยู่ในห้วงน้ำตาที่เอ่อท้นอยู่ในอก
ร่างเล็กนั่งนิ่ง ไม่พูดไม่จา มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาเท่านั้นที่บ่งบอกว่าควอนจียงเป็นคน ไม่ใช่ตุ๊กตาที่ถูกจับมาวางตั้งไว้
ยองเบพยายามหาอะไรมาให้จียงกิน ป้อนก็แล้วทั้งพูดดีทั้งเคี่ยวเข็ญข่มขู่ หากแต่จียงก็ยังไม่ยอมกินอะไรเข้าไปสักนิดเดียว ไม่แม้แต่จะพูดกับเขาด้วยซ้ำ ยองเบรู้จียงคงทั้งช็อคและเสียใจมากกับเรื่องที่ได้รับรู้ในวันนี้ จียงรักแม่มากแค่ไหนเขาเป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดมีหรือจะไม่รู้ และเขาก็ไม่เคยคิดว่าคนที่อ่อนหวานใจดีอย่างคุณน้าจียอนจะมีเบื้องหลังที่น่ากลัวเช่นนี้
งานศพของควอนจียอนถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติโดยยองเบเป็นคนจัดการให้ทั้งหมด ไร้เงาของลูกชายทั้งสองคนที่คนนึงป่วยกายนอนอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนอีกคน ป่วยใจ

ซึงฮยอนฟื้นขึ้นมาหลังจากวันเกิดเหตุสองวัน ทันทีที่ฟื้น ร่างสูงก็โวยวายจะกลับไปหาจียงให้ได้ ร้อนถึงคุณหมอฮยอนเบต้องเข้ามาปรามแกมขู่ว่าให้รักษาตัวเองให้หายก่อน


*********BLUES*********


ประตูบานใหญ่ถูกเปิดเบาๆจากคนนอกห้อง ซึงฮยอนพยายามเดินเข้ามาในห้องให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อไม่ให้อีกคนที่อยู่ในห้องรู้ว่าเขาเข้ามา
ซึงฮยอนจำได้ จียงเคยบอกว่าสักวันหนึ่งจะทำให้เขาทรมานเหมือนกับตกนรกทั้งเป็น แต่ตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนตัวเอกตกนรกขุมที่ลึกเกินกว่าที่คนอื่นจะคาดถึงทั้งที่จียงไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด
จียงเพียงแค่นั่งเฉยๆ ไม่พูดกับใคร ทุกวันร่างเล็กจะตื่นขึ้นมา แววตาสวยจับจ้องอยู่แค่บานหน้าต่าง กินแค่พอประทังชีวิตเพราะถูกยองเบบังคับ และหลับลงไปเงียบๆเมื่อถึงเวลา ที่เลวร้ายไปกว่านั้น คือจียงจะร้องไห้ทุกครั้งที่เห็นเขา ไม่มีเสียงสะอื้นมีแค่หยดน้ำใสที่ไหลมากร่อนหัวใจเขาอย่างไม่ขาดสาย หากแต่แค่นั้นเขาก็รู้สึกเจ็บเหมือนจะตาย จียงคงเกลียดเขามาก ซึ่งมันก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรสักนิด เขาทำร้ายจียงขนาดนั้นซ้ำแม่เขาก็ยังทำกับครอบครัวของจียงไว้อย่างเกินจะให้อภัย
ซึงฮยอนยืนมองร่างเล็กที่หลับตาพริ้มอยู่บนเตียง ประกายวูบไหวของโคมไฟสีอ่อนที่หัวเตียงทำให้เห็นน้ำใสที่คลอหน่วยอยู่ที่หางตาคม

ซึงฮยอนร้องไห้ เหมือนกับทุกคืนที่เขาเข้ามามองร่างเล็กที่หลับใหลและร้องไห้เงียบๆ เขาเข้าใกล้จียงได้ต่อเมื่อร่างเล็กนี้หลับเท่านั้น
จียงไม่ได้ขับไล่โวยวาย หากแต่น้ำตาของร่างเล็กที่รินไหลทุกครั้งที่เห็นหน้าเขามันทำให้ซึงฮยอนรู้สึกทรมานใจเกินไป เหมือนน้ำกรดที่สาดเทลงบนหัวใจของเขา กัดกินแทบไม่เหลือซาก แหลกร้าวแทบไม่มีชิ้นดี

“ใจเย็นๆนะพี่ มันต้องใช้เวลา อาจจะนานสักหน่อย แต่เชื่อเถอะสักวันมันจะดีขึ้น” ร่างกำยำที่เดินตามเข้ามาตบลงเบาๆที่บ่าของซึงฮยอนเป็นเชิงปลอบใจ ยองเบเองก็ลำบากใจไม่น้อย เขาเข้าใจทั้งซึงฮยอนและจียง เห็นใจคนทั้งคู่อย่างมาก แต่ก็อย่างที่บอกทุกอย่างต้องใช้เวลา

“มันอาจแย่ลงก็ได้ หากพี่ยังอยู่” ซึงฮยอนเอ่ยตอบไปเบาๆ เขาลองมาคิดดูแล้วจียงอาจจะไม่อยากเห็นหน้าเขาก็เป็นได้ มันจะดีกว่าหรือเปล่าถ้าจียงจะไม่ต้องเจอเขาอีก

“พี่คิดจะทำอะไร” ยองเบขมวดคิ้วเอ่ยถาม

“พี่จะกลับไปอยู่อเมริกา มันอาจจะดีกว่าถ้าจียงไม่เห็นหน้าพี่”
“คิดอะไรของพี่ พี่ไม่รักจียงเลยหรือไง” ยองเบดึงซึงฮยอนมาทีอีกมุมของห้อง แม่ตอนนี้ร่างกำยำจะรู้สึกโกรธแต่ก็พยายามควบคุมเสียงตัวเองให้เบาเพราะกลัวว่าคนที่หลับอยู่จะตื่นขึ้นมา

“เพราะรักไงยองเบ เพราะพี่รักพี่ถึงทนเห็นจียงทรมานแบบนี้ไม่ได้”

“พี่ก็เลยจะทิ้งมัน”

“พี่ไม่รู้จะทำยังไงแล้วยองเบ พี่ทรมานกับการที่ถูกคนที่พี่รักเกลียด ทุกวันทีเห็นจียงร้องไห้ นายรู้ไหมว่าพี่แทบอยากจะตายไปเสียให้พ้น ไม่ใช่ไม่รัก พี่อยากเห็นหน้าจียงทุกวัน อยากกอดอยากปลอบใจ แต่จะให้พี่ทำยังไงเมื่อจียงแค่เห็นพี่ก็ร้องไห้เสียแล้วแบบนี้”

ยองเบอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อซึงฮยอนบรรยายความอัดอั้นที่มีออกมา ร่างสูงร้องไห้ไม่ใช่แค่หยดน้ำตาอย่างที่เขาเห็นบ่อยๆ หากแต่คราวนี้ซึงฮยอนร้องไห้โฮอย่างกับเด็กจนเขาเองยังอดสงสารไม่ได้
นั่นสินะ เขาเองคิดถึงแต่จียงจนลืมนึกถึงความรู้สึกของซึงฮยอนไป ร่างสูงเองก็คงเจ็บปวดไม่น้อยไปกว่าจียงกับความจริงที่ได้รับรู้

“พี่จะไปจริงเหรอ”

“ถ้ามันจะทำให้จียงดีขึ้น ทำให้คนที่พี่รักยิ้มได้อีกครั้งพี่ก็จะไป”


*********BLUES*********


“จียงกินอะไรหน่อยเร็ววันนี้ชั้นให้แม่บ้านทำของที่นายชอบมาให้เลยนะ” ยองเบเดินถือถาดอาหารเช้าร้อนๆเข้ามาให้จียงที่นั่งอยู่ที่ระเบียงห้อง ทุกเช้ายองเบจะเป็นคนพาจียงเข้าห้องน้ำ เช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อและเอาหารเข้ามาให้เองทุกมือ

“โหน่ากินชะมัดนายต้องกินเยอะๆรู้ไหม แก้มนายไม่เหลือผอมจนแก้มไม่ป่องน่าฟัดเหมือนเดิมแล้วเนี่ย” ร่างหนาพูดคุยกับจียงเหมือนปกติ หากแต่ที่ไม่ปกติก็คือไร้เสียงตอบกลับจากอีกหนึ่งชีวิตในห้อง
ยองเบยิ้มบางๆ ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆร่างเล็ก ค่อยๆตักข้าวต้มป้อนจียงไปเรื่อยๆ จียงทำแค่เพียงอ้าปากรับข้าวคำน้อยเข้าไปประทังการมีชีวิตที่แสนเจ็บปวดไปวันๆ แค่ไม่กี่คำจียงก็เบนหน้าหนี ยองเบรู้ว่านั่นคือสัญญาณบอกว่าร่างเล็กไม่กินแล้ว ร่างหนาเก็บถ้วยก่อนที่จะหันหลังไปจัดยาให้จียงปากก็เล่านั่นนี่ไม่ได้ขาด

“จียง วันนี้พี่ซึงฮยอนเขาจะไปแล้วนะ ได้ยินหรือเปล่าพี่ท็อปของนายเขาจะไปอยู่อเมริกานู่นแล้ว” ยองเบที่มัวแต่วุ่นกับการเตรียมยาไม่ได้สังเกตว่าแววตาว่างเปล่าของจียงเปลี่ยนไป ร่างเล็กขมวดคิ้วมุ่นหันมองแผ่นหลังของยองเบเขม็ง

“เฮ้อ...ไม่รู้คิดอะไรกันอยู่ ห้ามก็ไม่ฟัง นั่นไงสงสัยจะไปแล้ว” ยองเบเอ่ยเมื่อได้ยินเสียงสตาร์ทรถยนต์ที่หน้าบ้าน

“นายเองก็ดีขึ้นสักทีสิจียง...เฮ้ย...จียงจะไปไหน” ยองเบร้องเรียกอย่างตกใจที่อยู่ดีๆจียงก็ลุกจากเตียงวิ่งออกไปนอกห้อง
ร่างเล็กวิ่งลงมาถึงชั้นล่างก็พอดีกับที่รถยนต์คันหรูแล่นออกจากหน้าบ้านไป จียงวิ่งไล่ตามรถที่ซึงฮยอนนั่งออกไปอย่างไม่คิดปากก็ร้องเรียก

“พี่ฮะ อย่าทิ้งฮึก....อย่าทิ้งผม...อย่าไป” จียงวิ่งตามรถออกไปโดยที่รถคันใหญ่ไม่มีวี่แววที่จะจอดลงสักนิด
ซึงฮยอนที่เอาแต่ก้มหน้าดูรูปถ่ายในมือไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองอะไรเลยเพราะหน่วยตาคมกำลังอาบไปด้วยน้ำตาใสไม่ต่างจากร่างเล็กที่อยู่ด้านนอก
จียงวิ่งตามอย่างไม่ยอมลดละ ร่างเล็กไม่ยอมหยุดวิ่งจนมาสะดุดล้มลงที่ตรงเนินไม่ห่างจากหน้าประตูบ้านนัก

“คุณหนูจียง” เสียงลุงคนขับรถที่อุทานเรียกชื่อจียงทำให้ซึงฮยอนต้องเงยหน้าหันไปมอง ดวงใจกระตุกวูบเมื่อเห็นว่าร่างเล็กล้มกองอยู่ที่พื้น

“ลุง..จอดครับ จอดรถ” ซึงฮยอนสั่งคนขับรถให้จอด ร่างสูงรีบลงจากรถแล้ววิ่งกลับไปหาจียงอย่างเต็มฝีเท้า
จียงพยายามลุกแต่เพราะไม่ค่อยได้เดินซ้ำร่างกายก็อ่อนแอทำให้ร่างเล็กหมดแรงที่จะลุกไหว ที่หัวเข่าเป็นแผลที่กระแทกกับพื้นจนได้เลือด ซึงฮยอนวิ่งเข้าไปประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้น ทันทีที่เห็นว่าเป็นใคร จียงก็โผเข้ากอดอีกคนไว้แน่นราวกับกลัวว่าจะหายไป

“พี่ฮะ....พี่ฮึก อย่าทิ้งผมไป อย่าทิ้งจียงฮึก” ร่างเล็กร้องไห้โฮ สองแขนกอดรัดเข้าที่เอวหนาเอาไว้

“จียง.....” ซึงฮยอนครางเรียกชื่อร่างเล็กออกมาเบาๆ จียงยอมพูดกับเขา การที่จียงรั้งไม่ให้เขาไปอย่างนี้แสดงว่าจียงไม่ได้เกลียดเขาใช่หรือเปล่า

“เหลือแค่พี่ จียงเหลือแค่พี่แล้ว อย่าทิ้งจียงไปอีกคนฮึก..”

“ไม่ทิ้งครับ พี่สาบานพี่จะไม่มีวันทิ้ง พี่ขอโทษจียง ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”

“ฮึก...ยกโทษให้ จียงยกโทษให้”

“ขอบคุณครับ เข้าบ้านเถอะนะต่อไปนี้พี่จะดูแลจียงเอง” ซึงฮยอนพูด ร่างสูงช้อนอุ้มเอาร่างเล็กที่เจ็บเท้าขึ้น ก่อนที่จะอุ้มเดินเข้าบ้าน

“ไอ้จีเป็นไงบ้าง” ทันทีที่เข้าบ้าน ยองเบก็เอ่ยถามเพื่อนเพราะเห็นแผลที่หัวเข่า

“ไม่เป็นไร ต่อไปนี้ชั้นจะไม่เป็นไรแล้วยองเบ” ยองเบยิ้มให้กับคำตอบของจียง นั่นสินะ ต่อไปนี้จียงคงไม่เป็นไรอีกแล้ว เพราะเขามั่นใจว่าซึงฮยอนรักจียงมากพอที่จะดูแลเพื่อนเขาได้เป็นอย่างดี

“เห็นไหมพี่ ผมบอกแล้วมันจะดีขึ้น” ยองเบเดินมาตบบ่าซึงฮยอนเบาๆ ร่างสูงหันไปยิ้มให้เพื่อนสนิทของคนรักบางๆ สวรรค์คงให้โอกาสเขาแล้วสินะ


*********BLUES*********


ไม่นานนัก บ้านที่เคยเงียบเหงาก็เต็มไปด้วยผู้คน ยองเบโทรบอกคนอื่นไปทั่วเรื่องที่จียงดีขึ้นแล้ว ทุกคนต่างยินดีและพากันมาเยี่ยมจียงที่บ้าน
งานเลี้ยงเล็กๆที่แสนอบอุ่นถูกจัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับการที่จียงกลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง

“เหนื่อยหรือยัง อยากไปพักไหมจียงดึกแล้วนะครับ” ซึงฮยอนถือแก้วน้ำเดินเข้ามาหาร่างเล็กที่นั่งยิ้มมองฮยอกซูแกล้งซึงโฮถามอย่างเป็นห่วง เพราะจียงยังไม่หายดีและนี่ก็ค่อนข้างดึกแล้วเขาไม่อยากให้จียงเหนื่อยเกินไป

“....” จียงไม่ได้ตอบ ร่างเล็กแค่ส่ายหน้าน้อยๆและยิ้มบางๆกลับไป

“งั้นพี่ให้อีกแค่ครึ่งชั่วโมงนะครับ แล้วไปนอนกัน” จียงพยักหน้ารับคำ ร่างสูงหมุนตัวกลับเพื่อจะเดินไปอีกทาง เขาตั้งใจว่าระหว่างรอจะไปหาอะไรมาให้จียงกินอีกหน่อย

“ไปไหน” ร่างเล็กรั้งมือหนาของซึงฮยอนไว้ก่อนขมวดคิ้วเอ่ยถาม

“ไปหาอะไรมาให้จียงทานไงครับ บาร์บีคิวไหม”

“อิ่มแล้ว” จียงพูดบอกก่อนที่จะดึงมือซึงฮยอนให้นั่งลงตรงเก้าอี้ใกล้ๆตน จียงหันหลังให้เอนกายอิงลงที่อกแกร่งของคนที่นั่งซ้อนหลังอยู่

“พี่ฮะ หนาว...กอดหน่อยได้ไหม” ซึงฮยอนยิ้มให้กับเด็กขี้อ้อนที่ขอให้กอด สองแขนแกร่งตะกองกอดร่างเล็กเอาไว้หลวมก่อนที่จียงจะเอามือตัวเองกอดซ้อนทับแขนของร่างสูงเอาไว้อีกที

“โอ้ยๆๆๆๆๆ สวีทไม่เกรงใจเลยอ่ะ เห็นใจคนไม่มีแฟนอย่างชั้นบ้างดิวะไอ้จี” ซึงโฮที่หันมาเห็นเอ่ยแซว จียงหน้าแดงกล่ำด้วยความอาย

“ไอ้ซึงโฮอย่าไปแซวมัน ดูดิ๊ไอ้จีมันอายจนจะมุดเข้าไปในอกของพี่ท็อปเลยนะเว้ย” ฮยอกซูคนดีที่เหมือนจะช่วยหากแต่ไปๆมาๆกลับกลายเป็นช่วยแซวไปเสียได้

“หยุดเลยนะ ไอ้เพื่อนบ้า” จียงแหวใส่สองคนที่ดูจะเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ” เสียงหัวเราะจากทุกๆดังลั่นเมื่อจียงหยิบเค้กที่วางใกล้มือปาไปที่ซึงโฮ ร่างสูงไม่รอช้าคว้าอีกชิ้นปากลับมา แต่ร่างเล็กหลบทันหวยเลยไปออกที่ซึงฮยอนที่นั่งหัวเราะไม่รู้อิโหน่อิเหน่อยู่ด้านหลัง
ไม่นานสงครามเค้กเล็กๆก็เกิดขึ้น ทุกคนต่างละเลงเค้กใส่คนอื่นเล่นอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วบ้าน
ต่อไปนี้จะไม่มีอีกแล้วความเจ็บปวด ไม่มีการแก้แค้น ไม่มีจียง ไม่มีซึงฮยอน ต่อไปนี้จะมีแค่เรา ฟ้าที่เคยหมองจะกลับมาสดใสอีกครั้งต่อจากนี้ และตลอดไป




LIGHT….BLUES



END
06/22(日)23時27分 |Bluesコメント(2)トラックバック (0)

[FS] Brother Wings 10 END

WINGS END


“ที่ฉีดเข้าไปคือยาคลายกล้ามเนื้อชนิดเข้มข้น”

ไม่นานจากนั้นก่อนที่จียงจะได้ทำอะไรต่อ อูบินก็มาถึงพร้อมรถพยาบาล ร่างไร้สติของซึงฮยอนถูกนำขึ้นรถพยาบาลโดยมีฮยอนจุงที่นางพยาบาลจำเขาได้ว่าเป็นหมอจึงถูกดึงตัวขึ้นรถไปด้วย
เจ้าหน้าที่ช่วยกันปั๊มหัวใจและปฐมพยาบาลกันอย่างวุ่นวาย จียงเองก็แทบนั่งไม่ติดแต่ฮยอนจุงได้แต่นั่งนิ่งมองร่างไร้สติของซึงฮยอนอย่างชั่งใจ เขากำลังคิดไม่ตกว่าจะช่วยซึงฮยอนดีหรือเปล่า เขาช่วยได้มีแค่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าจะรักษาซึงฮยอนยังไง แต่หากเขาปล่อยให้ซึงฮยอนตาย จียงอาจเป็นของเขา

ทุกคนรีบร้อนพาร่างสูงเข้าห้องฉุกเฉินเมื่อมาถึงโรงพยาบาล ซึงฮยอนอาการแย่มากเหลือเกิน หมอทุกคนต่างก็ส่ายหน้าอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะไม่รู้ว่าซึงฮยอนโดนอะไรมา จียงเองก็ไม่ได้พูดอะไรเพราะมัวแต่ตกใจ ฮยอนจุงตัดสินใจจะเดินออกไปเงียบ แต่จียงหันไปเห็นพอดี ร่างเล็กถลาไปหาร่างสูงใหญ่ที่กำลังจะเดินไป

“พี่ ผมขอร้อง ช่วยเทมป์ด้วยครับพี่”

“จียงพี่....”

“นะครับ มีแค่พี่ แค่พี่เท่านั้นที่จะช่วยซึงฮยอนได้ นะครับผมขอร้อง” ฮยอนจุงมองจียงนิ่ง เขาไม่ได้เห็นแค่จียง แต่เหมือนเขาเห็นเงาซ้อนทับของควอนดามีด้วย ภาพหญิงสาวที่ขอร้องให้เขาช่วย ช่วยลูกชายของเธอทำให้ฮยอนจุงตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไร
ร่างสูงปลดมือเล็กของจียงที่เกาะแขนเขาอยู่ออก จียงหน้าเสียเพราะนึกว่าฮยอนจุงจะไม่ช่วย แต่ร่างสูงเดินตรงไปที่หน้าห้องฉุกเฉิน


“ผมหมอคิมครับ ผมรักษาได้ให้ผมดูให้นะครับ” นางพยาบาลพยักหน้ารับก่อนเชิยฮยอนจุงเข้าไปในห้องฉุกเฉิน
ร่างสูงหายเข้าไปพักใหญ่แล้วก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะออกมาเลย จียงเดินไปมาอย่างกระวนกระวายจนอูบินทนไม่ไหวจึงจับน้องชายคนเล็กให้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆตน แต่จียงก็ยังนั่งไม่ติด ถ้าไม่มีมือของอูบินรั้งไว้จียงก็ทำท่าจะเดินไปเกาะของประตูห้องฉุกเฉินเสียทุกที
นานนับสามชั่วโมงที่คนหน้าห้องเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ คนด้านก็กังช่วยรักษาอย่างสุดความสามารถ ไม่นานจากนั้นนัก ประตูห้องฉุกเฉินก็ถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงใหญ่ของหมอหนุ่มที่เดินออกมา


“พี่ฮะ เทมป์เป็นยังไงบ้าง” จียงถลาเข้าหาถามอาการของคนรักกับฮยอนจุงทันที หมอหนุ่มยิ้มอ่อนบางก่อนตอบ


“ปลอดภัยแล้วหล่ะ แต่ยังไม่ฟื้น”


“ขอบคุณฮะ ขอบคุณนะครับพี่”


“ไม่ต้องขอบคุณหรอกจียง พี่สิต้องขอโทษ พี่จะไปมอบตัวกับตำรวจ”


“ไม่นะฮะ พี่เป็นคนช่วยเทมป์ เรื่องที่แล้วมาผมไม่เอาความ และผมก็เชื่อว่าแม่คงไม่อยากให้น้องชายที่แม่รักที่สุดต้องติดคุกหรอกครับ”


“แต่พี่ทำผิด”


“คนเราไม่มีใครไม่เคยทำผิดครับพี่ แต่ตอนนี้พี่รู้แล้วว่าพี่ผิดและพี่ก็แก้ไขในสิ่งผิดนั่นก็เพียงพอแล้วครับพี่”


“นั่นสิ ชั้นเองก็ไม่คิดจะเอาผิดเธอหรอกนะฮยอนจุง” หมอนุ่มมองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างทราบซิ้งใจ


“ขอบคุณครับ และก็ขอโทษจริงๆด้วยใจ”

หลังจากเคลียร์กันเรียบร้อย ฮยอนจุงได้กลับไปทำงานเป็นหมอประจำตัวของมินวูเหมือนเดิม แต่ร่างสูงที่หลับใหลก็ไม่มีวี่แววว่าจะฟื้นทั้งที่สภาพร่างกายก็หายเป็นปกติแล้ว
จียงมาดูแลซึงฮยอนทุกวันหลังเลิกเรียน ส่วนตอนกลางวันมินวูจ้างพยาบาลพิเศษให้มาเฝ้าซึงฮยอนทุกวัน


“เทมป์ ชั้นมาแล้ว วันนี้ก็ยังไม่ยอมตื่นเหรอนอนขี้เซาไปแล้วนะนายอ่ะ ตื่นซักทีสิเดี๋ยวชั้นรอไม่ไหวมีแฟนใหม่อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งนะ”


วันนี้ก็เช่นเดิม หลังเลิกเรียนจียงก็แวะซื้ออาหารเย็นง่ายๆและเตรียมเสื้อผ้ามานอนเฝ้าซึงฮยอนเช่นทุกวัน ร่างเล็กพูดคุยอย่างสดใสเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้อง วันแรกๆจียงซึมเศร้าเพราะเห็นว่าซึงฮยอนไม่ยอมตื่น แต่ทั้งอูบินและฮยอนจุงก็คอยให้กำลังใจจียงเสมอจนร่างเล็กสดใสขึ้นและมีความหวังว่าซึงฮยอนจะตื่นขึ้นมาในอีกไม่นาน


“วันนี้ชั้นซื้อของโปรดนายมากินด้วย อยากกินมั้ยหล่ะตื่นขึ้นมาสิที่รัก ชั้นรอนายอยู่นะ”

จียงก้มลงกระซิบข้างหูซึงฮยอนแผ่วเบาก่อนที่จะเลี่ยงเดินเข้าห้องน้ำไป จียงผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่แล้วออกมาพร้อมอ่างน้ำใบย่อมเพื่อเช็ดตัวให้คนรัก
จียงวางอ่างน้ำไว้ที่ปลายเตียงก่อนที่จะค่อยๆปลดกระดุมเสื้อของร่างสูงออก จริงๆในทุกวันนางพยาบาลจะเช็ดตัวให้ซึงฮยอนก่อนที่จียงจะมา แต่ร่างเล้กคิดว่าซึงฮยอนคงอยากให้เขาทำให้มากกว่า จียงจึงเช็ดตัวให้ซึงฮยอนซ้ำอีกครั้งในทุกๆวัน


“นี่เทมป์ วันนี้ยองเบกับแดซองบอกว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมนายด้วยนะ หลับอยู่แบบนี้เสียมารยาทนะเทมป์ ตื่นได้แล้วนอนขจนอ้วนแล้วนายอ่ะ” จียงเช็ดตัวไปก็พูดคุยกับซึงฮยอนไปด้วย ร่างเล้กจะเล่าเรื่องชีวิตประจำวันให้คนรักฟัง

“จียง” เสียงเรียกผ่าเบาทำให้จียงที่กำลังเช็ดขาให้ซึงฮยอนอยู่ชะงัก เสียงทุ้มต่ำที่ไม่ได้ยินมานานดังขึ้นตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ
น้ำตาหยดเล็กๆที่ไม่ได้ไหลมานานเอ่อคลอที่หางตาเรียว จียงยังไม่กล้าที่จะหันไปมองเพราะกลังเหลือเกินว่าเสียงที่ได้ยินจะเป็นตัวเองที่หูฝาดไป

“จี...ยง” เสียงเรียกย้ำอีกครั้งทำให้จียงไม่รั้งรออะไรอีก ร่างเล็กถลากายเข้าหาร่างที่นอนอยู่บนเตียง กอดรัดร่างสูงไว้แนบแน่นอย่างกลัวว่าอีกคนจะหายไปอีก

“เทมป์.....เทมป์...ฟื้นแล้วนายฟื้นแล้ว”

“ขอโทษที่ให้รอ และขอบคุณที่รอนะจียง ชั้นกลับมาแล้วและจะไม่ทิ้งนานไปอีกชั้นสาบาน”

เหตุการณ์ร้ายแรงผ่านไปดังสายลมพัดซึงฮยอนหายดีและออกจากโรงพยาบาลได้ในไม่นาน
คิมยุนอาคลอดลูกอย่างปลอดภัย เด็กชายหญิงฝาแฝดแก้มแดงปลั่งหน้ารัก
จีอา กับ ฮวายง ซึงฮยอนเป็นคนตั้งชื่อลูกของเขาเองโดยเอาชื่อของจียงเข้ามาผสมผสาน ซึงฮยอนคิดว่า จียงถึงแม้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับเด็กน้อยทั้งสองเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าไม่มีจียง เขาคงไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าลูกน้อยของเขาในตอนนี้เป็นแน่
หญิงสาวได้ทุนจากพ่อของซึงอยอนไปเรียนต่อต่างประเทศหลังจากคลอดลูกได้ไม่นานนัก ส่วนซึงฮยอนก็พาจียงและลูกๆย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ เพราะเวลาที่ทั้งสองไปเรียนจะได้มีคนดูและเด็กทั้งสอง
จีอาและฮวายงเติบโตขึ้นมาอย่างแข็งแรงและน่ารัก เด็กทั้งสองเหมือนแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้าน โดยเฉพาะจียงที่ดูเหมือนจะติดลูกเสียจนลืมสนใจอย่างอื่นไปเลย
ซึงฮยอนเข้าไปฝึกงานที่บริษัทของมินวูซึ่งตอนนี้อูบินเป็นผู้บริหารอยู่ ซึงฮยอนตั้งใจทำงานได้อย่างไม่น่าเชื่อจนมินวูวางใจและปลดเกษียรตัวเองมาอยู่บ้านกับหลานๆ
จียงจบแฟชั่นดีไซน์ ร่างเล็กเปิดร้านเสื้อเล็กๆที่ทำแต่เสื้อผ้าของเด็ก ตอนแรกจียงก็แค่อยากทำเสื้อผ้าให้ลูกๆทั้งสองของตัวเองใส่ แต่ทำไปทำมาก็เปิดเป็นกิจการเล็กที่มินวูสร้างห้องเสื้อไว้ตรงที่ว่างหน้าบ้านของเขาเองให้จียงทำร้าน

“จียงทำอะไรหน่ะ” อูบินถามน้องชายที่ยืนขะมักเขม้นอยู่ในครัวแต่เช้า

“ซุปฮะ เมื่อวานเห็นเทมป์บ่นเหนื่อยๆผมเลยอยากทำให้เทมป์กับทุกคนทาน” จียงเอ่ยพร้อมยิ้มหวานส่งไปให้พี่ชาย

“แล้วนี่เจ้าซึงฮยอนมันยังไม่ตื่นเหรอไง”

“ยังฮะวันนี้วันหยุดตื่นสายหน่อย จีอาๆ เข้ามานี่หน่อยลูก” จียงตอบพี่ชายก่อนที่จะตะโกนเรียกลุกสาวที่นั่งดูการ์ตูนอยู่ให้เข้ามาหาตน

“ขา...แด๊ดดี้มีอะไรเหรอคะ อ๊ะคุณลุงอูบินมอร์นิ่งค่ะ” เด็กน้อยถามเสียงใสพร้อมหันไปทักทายอีกคนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆแด๊ดดี้ของตน

“ถึงเวลาไปปลุกป๊ะป๋าแล้วค่ะ” จียงบอกยิ้มๆ หน้าที่ปลุกซึงฮยอนถูกยกให้เป็นของเด็กน้อยจีอา เพราะนอกจากจีอาแล้วก็ไม่มีใครมีวิธีปลุกซึงฮยอนได้ชะงัดเท่า

“เย่ๆๆๆๆๆ ปลุกป๊าๆๆๆๆ ไปฮวาปลุกป๊ะป๋ากัน” จีอาพยักหน้าชวนน้องชายให้ขึ้นไปด้วย เด็กน้อยสองคนจูงมือกันเริงร่าขึ้นชั้นบนไปอย่างแข็งขัน

มือเล็กเปิดประตูเข้าไปในห้องเป้าหมายอยู่ที่เตียงใหญ่กลางห้องที่มีร่างสูงใหญ่นอนหลับสนิทอยู่ จีอาหันไปหาน้องชาย สาวน้อยเอานิ้วชี้แตะปากตัวเองเป็นเชิงบอกให้น้องชายเงียบๆไว้ เด็กน้อยทั้งสองปีนขึ้นไปคนละข้างเตียงก่อนที่คนเป็นพี่สาวทำท่านับแบบไม่ออกเสียง

“หนึ่ง...ฉอง...ฉั่ม...เย่......” สองร่างกระโดดเข้าทับคนเป็นพ่อที่นอนอยู่บนเตียง สองมือเล็กช่วยกันทึ้งร่างที่นอนอยู่จนคนที่หลับสนิทค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย

“ป๊ะป๋าๆๆๆ ตื่นได้แล้วฮับ” ฮวายงเรียกเสียงใส


“ใช่ค่ะแด๊ดดี้ทำอาหารเช้ารอแล้วนะ”

“ครับๆ.....ตื่นแล้วตัวแสบทั้งสองลุกก่อนป๊ะป๋าหายใจไม่ออกแล้วน้า” ซึงฮยอนเอ่ยครวญเมื่อลูกๆทั้งสองคนที่ตัวไม่ใช่เล็กๆกระโดดทับ แต่พอเด็กทั้งสองยอมลง คุณป๋าจอมเจ้าเล่ห์ก็พลิกกลับเอาเด็กน้อยทั้งสองลงไปอยู่ข้างล่างก่อนที่จะลงมือจี้เอวทั้งสองคนพร้อมหันจนทั้งจีอาและฮวายงดิ้นหนีหัวเราะร่วน

“ป๊ะป๋าๆ ฮวาไม่ไหวแล้วพอฮะพอ” เมื่อเห็นว่าแกล้งลูกได้พอควรแล้วซึงฮยอนก็เอาจีอาขึ้นหลังและอุ้มฮวายงลงมาหาจียงข้างล่าง


“จียง ขอเลยอย่าให้เจ้าสองแสบนี่ไปปลุกได้มั้ยอ่า ชั้นจะหลังหักตายแล้วเนี่ยตัวไม่ใช่เล็กๆแล้วนะ” ซึงฮยอนเดินลงมาบ่น จียงให้ลุกๆไปปลุกเขาเป็นประจำและเจ้าตัวแสบนี่ก็ใช้วิธีนี้ปลุกเขามาตลอด แต่ตอนนี้ทั้งจีอาและฮวายงอายุก็ห้าขวบเข้าไปแล้วแถมตัวก้ไม่ใช่เล็กๆ ขืนให้มากระโดดทับกันแบบนี้บ่อยๆเห็นทีจะไม่ไหว


“ฮ่าๆๆๆๆๆ ก็นายตื่นยากนี่นา จีอาฮวายงมาทานข้าวครับลูก” เด็กน้อยลงจากอกพ่อแล้ววิ่งมาประจำที่ๆโต๊ะอาหาร ไม่นานนักประมุขของบ้านก็เดินลงมา ทุกคนจึงเริ่มทานอาหารเช้ากัน
จียงทานไปก็ตักนั่นตักนี่ให้ลูกๆไป ร่างเล็กไม่ลืมที่จะตักให้พ่อ พี่ชายและคนรักด้วย จียงดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ซึงฮยอนแอบจับมือเล็กของจียงไว้ จียงหันไปมองอย่างสงสัยว่า

ซึงฮยอนจับมือตนเองไว้ทำไมจึงหันไปมอง ร่างสูงยิ้มให้ก่อนที่จะขยับปากพูดบางคำแบบไม่มีเสียงส่งไปให้ จียงยิ้มหวานรับคำพูดที่ซึงฮยอนส่งมาให้ ก่อนที่จะขยับปากพูดบางคำตอบไป ทั้งสองกุมมือกันไว้ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นและถ่ายทอดความรักที่มีให้ต่อกัน



แม่ผมเคยบอกผมไว้ว่า คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมปีกหนึ่งข้าง ส่วนอีกข้างนั้นเราต้องตามหามันด้วยตัวเอง
เพราะเราจะไม่มีทางบินได้ด้วยปีกเพียงข้างเดียว เพราะงั้นผมเองจึงเริ่มตามหาใครซักคน ที่จะเติมเต็มให้ปีกของผมสมบูรณ์ และพร้อมจะบินไปด้วยกัน....กับผม

.....................

.....................วันนี้ผมเจอปีกอีกข้างของผมแล้ว ปีกที่พร้อมจะโบยบินไปกับผม ปีกที่นำผมไปพบทางที่สดใส ทำให้ท้องฟ้าที่เคยมืดดำของผมสว่างสดใส ปีก...แห่งรัก
ร่างสูงยิ้มให้ก่อนที่จะขยับปากพูดบางคำแบบไม่มีเสียงส่งไปให้ จียงยิ้มหวานรับคำพูดที่ซึงฮยอนส่งมาให้ ก่อนที่จะขยับปากพูดบางคำตอบไป ทั้งสองกุมมือกันไว้ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นและถ่ายทอดความรักที่มีให้ต่อกัน


“รักนายนะจียง”

“รักนายเช่นกันเทมป์”


Ending
06/22(日)23時19分 |Wingsコメント(3)トラックバック (0)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 11

Title : BlooD BlonD -2 {P-11}


Pairing : Tempo x G Dragon


Rating : PG15-NC18 [SM Warning]


Genre : AU Drama Romantic Fantasy [??]


Writer : Tempglover


**** BlooD Everlasting -11****


ร่างสูงตื่นตะลึงกับสิ่งที่ได้เห็น สิ่งที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ไม่เคยแม้แต่จะจินตนาการว่ามันมีอยู่จริงด้วยซ้ำ แต่นี่เรื่องที่เหนือธรรมชาติแบบนี้กลับมาอยู่ใกล้ตัวเขาเสียยิ่งกว่าอะไร ใกล้เสียจนหายใจรดต้นคอเขาเลยด้วยซ้ำ คุณจียงเป็นหมาป่า ร่างสูงใหญ่ที่เขาเห็นบ่งบอกได้เป็นอย่างดี
ซึงฮยอนยอมรับว่ากลัวในสิ่งที่เห็น กลัวร่างเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นร่างใหญ่โตที่กำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายตรงหน้า แต่ถึงจะกลัวแค่ไหนแต่ซึงฮยอนก็ยังรู้สึกห่วงจียงจับใจ
ความรู้สึกกลัวที่เขามีไมใช่เรื่องแปลกหากแต่ที่ทำให้ซึงฮยอนแปลกใจกับใจตัวเองตอนนี้คือเขาไม่ได้รังเกียจเลย ไม่ว่าควอนจียงจะอยู่ในร่างไหนก็ตาม
ร่างสูงเห็นว่าหม่าป่าสีทองตนนั้นสุดแสนจะเก่งกาจเกินกว่าหมาป่าตนไหน ไม่ว่าจะกี่ตัวที่ดาหน้าเขามาต่างถูกจัดการสิ้น ไม่มีไลแคนตนไหนเลยที่เหมาะสมจะเป็นคู่ต่อสู้ของจียง
หมาป่าหลายต่อหลายตัวโดนจียงจัดการจนหมอบกองอยู่ที่พื้น ไม่นานพวกมันก็ถูกจัดการจนหมดสิ้น
หมาป่าสีทองตัวใหญ่เดินกลับมาหาเขาอีกครั้ง ร่างสูงใหญ่ผ่านปากถ้ำเข้ามาได้โดยที่ไม่บาดเจ็บจากแร่เงินที่ฝังไว้ที่ปากถ้ำเลยสักนิด ทั้งที่มนุษย์หมาป่าพ่ายแพ้ต่อแร่เงิน แต่จียงไม่
ซึงฮยอนถอยตัวเข้าไปในถ้ำลึกขึ้นกว่าเดิมด้วยยังกลัวอยู่ เขาไม่รู้ว่าคุณจียงในร่างนี้จะควบคุมตนเองได้มากแค่ไหน ไม่รู้ว่าคุณจียงจะจำเขาได้หรือเปล่าด้วยซ้ำ
มือใหญ่ที่ประดับประดาด้วยกรงเล็บแหลมคมเอื้อมมาที่เขา ซึงฮยอนเบียดตัวเข้ากับผนังถ้ำจนชิด ถอยจนหมดทางหนี ร่างสูงหลับตาลงเมื่อร่างสูงใหญ่นั่นเข้ามาจนประชิดตัว
“ไปกันเถอะครับ” หากแต่เสียที่เอ่ยขึ้นทำให้เดขาต้องลืมตามองอีกครั้ง ภาพควอนจียงในร่างมนุษย์ปกติปรากฏแก่สายตาเขา ร่างบางที่สวมแค่กางเกงตัวเดียวเพราะเสื้อที่ใส่มาฉีกขาดไปแล้วตอนที่ร่างเล็กขยายร่าง
“ค....คุณจียง”
“ไปกันเถอะครับ อ๊ะ... คุณคงกลัวอย่างนั้นเดินตามมาห่างๆก็ได้ครับ” จียงบอกร่างเล็กเสียใจเล็กน้อยเพราะซึงฮยอนปัดมือเขาที่เอื้อมไปจับที่แขนออกอย่างตกใจ เขารู้ว่าร่างสูงต้องกลัว จะมีใครกันหล่ะที่ไม่รู้อมนุษย์เช่นเขา จียงเดินนำออกมาเพราะคิดว่าข้างนอกคงปลอดภัยแล้ว หากแต่ซึงฮยอนยังกล้าๆกลัวๆไม่ยอมเดินตามมา
“มาเถอะครับ ปลอดภัยแล้ว” จียงหันมาเรียกอีกครั้ง ซึงฮยอนยอมเดินออกไปแต่โดยดีหากแต่พอเขาจะถึงปากถ้ำ ร่างเล็กที่ยืนรออยู่กลับทรุดลงกับพื้น ที่ท้องของจียงมีดาบเล่มใหญ่ปักทะลุมาจากทางด้านหลัง ร่างเล็กทรุดลงกับพื้นพร้อมๆกับที่ปลายดาบถูกดึงออกไป ข้างหลังจียงปรากฏร่างชายอีกคน ผมและตาสีดำสนิทวาววับดูน่ากลัว
“คุณจียง” ซึงฮยอนรีบวิ่งเข้าไปประคองคนที่นอนอยู่กับพื้น ตอนนี้เขาไม่กลัวอะไรอีกแล้ว ความห่วงหาอาทรที่มี มากเหนือสิ่งใดทั้งหมด ซึงฮยอนประคองร่างเล็กที่อ่อนแรงไว้ในอ้อมแขน บาดแผลค่อนข้างใหญ่ทำให้จียงเสียเลือดมาก
“นี่สินะ จุดอ่อนของท่าน ควอนจียง ชายหนุ่มคนนี้ทำให้ท่านอ่อนแอท่านประมุข” ชายคนนั้นพูดเย้ยหยัน แววตาเหยียดหยามถูกส่งมาให้ร่างบางที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมแขนของซึงฮยอน ร่างสูงใช้ร่างตัวเองบังจียงไว้ทั้งตัวเพราะเกรงว่าอีกคนจะทำร้ายจียงอีก
“แกหลบไป ฉันไม่อยากทำร้ายมนุษย์” คริสบอกให้ซึงฮยอนหลบ เพราะการฆ่ามนุษย์ไม่เป็นผลดีเท่าไหร่หากเลี่ยงได้เขาก็ไม่อยากมีปัญหา
“ไม่อย่าทำอะไรคุณจียงนะ” ซึงฮยอนพยายามจะอุ้มร่างบางของจียงขึ้น หากแต่ตัวเขาเองก็บาดเจ็บอยู่ไม่น้อยเพราะตอนที่ต่อสู้ตอนแรกเขาก็โดนทำร้ายอยู่หลายแห่ง
“ถ้าแกไม่หลบ อย่างนั้นแกก็ตายไปพร้อมกับคุณจียงของแกแล้วกันนะ” ร่างใหญ่เงื้อดาบขึ้นอีกครั้งหมายจะฟันไปที่ร่างของทั้งสองคน ซึงฮยอนหลับตาแน่นอย่างยอมรับชะตากรรม อย่างไรเขาก็ไม่ยอมปล่อยไม่ยอมทิ้งจียงแน่ หากต้องตายเขาก็ยินดีจะตาย
แต่สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ร่างใหญ่ถูกกระชากไปข้างหลังโดยผู้ที่มีกำลังมหาศาล มือหนาบีบเข้าที่ลำคอของร่างสูง ซึงฮยอนเงยหน้ามองอีกครั้ง สองคนผู้มาใหม่เป็นคนที่เขารู้จักดี
ชเวดองวุคพี่ชายของเขา และอิมแทบินคนรักของพี่ดองวุค
มือแข็งแกร่งของพี่แทบินบีบที่คอของร่างสูงแน่น ก่อนที่จะพลิกมือไปทางด้านข้างอย่างแรงเป็นผลให้ร่างสูงที่อยู่ในอุ้งมือคอหักสิ้นชีวิตลงทันที เหล่าไลแคนเห็นหัวหน้าของตนโดนฆ่าตายก็ถอยล่นหนีไปจนหมด แทบินกับดองวุคก็ไม่ได้ตามไปเพราะมีบางอย่างที่น่าห่วงมากกว่า
“จียง...จียงเป็นยังไงบ้าง” ดองวุครีบวิ่งมาดูร่างเล็กที่บาดเจ็บทันที หากแต่เขารักษาจียงไม่ได้เพราะถึงแม้ว่าน้ำลายแวมไพร์จะช่วยสมานแผลได้ หากแต่เลือดของจียงก็เป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับทั้งไลแคนรวมไปถึงแวมไพร์อย่างพวกเขา แค่เพียงแตะตัวจียงตอนนี้เขายังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
“พี่คุณจียงถูกแทง ช่วยทีครับช่วยที”
“ต้องเอากลับไปที่บ้านจียง ซึงฮยอนนายอุ้มจียงไปไหวมั้ย”
“ครับน่าจะไหว” ซึงฮยอนตอบรับก่อนค่อยๆช้อนร่างอันบอบช้ำของจียงขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก
ทั้งสามคนพากันเดินมาที่รถที่จียงจอดทิ้งไว้ ดองวุคเปิดเข้าไปด้านในหยิบบางอย่างในนั้นออกมาก่อนที่จะปิดประตูรถลงเหมือนเดิม เขาต้องทิ้งรถของจียงไว้ที่นี่เพราะหากขับรถพาร่างเล็กกลับไปอาจจะไม่ทันการ เขารู้จียงไม่มีวันตายหากอย่างไรก็ตามจียงก็ยังรู้สึกถึงความทรมานจากความเจ็บปวดอยู่ดี
“พี่ฮะปิดประตูทำไม ผมยังไม่ได้พาคุณจียงขึ้นเลยนะครับ” ซึงฮยอนถามอย่างแปลกใจ ทั้งที่เขาควรจะพาจียงขึ้นรถแล้วรีบขับกลับบ้านแต่พี่ชายเขากลับล็อกปิดประตูรถเสียแน่นหนาแบบนี้มันคืออะไร
“ไปทางรถมันไม่ทันใจหรอกซึงฮยอน”
“พี่หมายความว่ายังไง”
“เราบินได้นะทั้งพี่และพี่แทบิน”
“พี่ดองวุค พี่หมายถึง”
“ไม่มีเวลาที่จะอธิบายตอนนี้ซึงฮยอน เอาไว้จียงปลอดภัยพี่จะเล่าทุกอย่างที่นายอยากรู้”

ดองวุคกับแทบบินพาร่างบอบช้ำของจียงรวมถึงซึงฮยอนกลับมาถึงบ้านของจียง ซึงฮยอนอุ้มจียงมาถึงที่เตียงนอนในห้องนอนของร่างบาง ซึงฮยอนวางจียงอย่างเบามือ ร่างเล็กบาดเจ็บเป็นอย่างมากจนเขาไม่รู้เลยว่าจะรักษายังไง
“เราจะทำไงดีครับพี่ดองวุค ต้องพาคุณจียงไปหาหมอไหมครับ แผลใหญ่ขนาดนี้ผมว่าต้องผ่าตัดนะ” ซึงฮยอนโวยวายอย่างร้อนใจเมื่อเห็นพี่ชายและคนรักของพี่ชายดูจะไม่กระตือรือร้นที่จะช่วยจียงเลย ทั้งที่ควรพาไปโรงพยาบาลแต่พี่ชายเขากลับพากลับมาที่บ้าน ถึงแม้ว่าคุณจียงจะเป็นหมอ แต่แผลขนาดนี้คงรักษาเองลำบาก
“ไม่ต้องหรอกซึงฮยอน นายก็น่าจะรู้ดีแล้วว่าจียงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา”
“ได้แล้วดองวุค” แทบินเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมถุงเลือดถุงใหญ่ ซึงฮยอนจำได้ดีว่าเลือดถุงนั้นเป็นของเขา เพราะเขาเป็นคนเขียนชื่อตัวเองไว้ที่ถุงเลือดนั้นเองกับมือ
“ได้มาแค่นั้นจะพอเหรอพี่แทบิน”
“ทั้งตู้มีแค่นี้ เอาเถอะใช้ไปก่อนเดี๋ยวค่อยหาเพิ่ม หากหาไม่ได้จริงๆคงต้องไปยืมจากมนุษย์แถวนี้สักคนสองคน”
“อย่างนั้นก็ได้ งั้นเริ่มเลยเถอะจียงจะไม่ไหวแล้ว” ดองวุคเอ่ยเร่ง แทบินเดินเข้าไปหาร่างเล็กที่เตียงนอน ก่อนที่จะค่อยๆประคองจียงขึ้นมา
“จียง ดื่มนี่หน่อย” แทบินเอ่ยเรียก ร่างเล็กปรือตาขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะค่อยๆกัดลงที่ถุงเลือดที่แทบินถืออยู่ ร่างเล็กดูดกลื่นมันลงไปอย่างกระหาย รสชาติของโลหิตของซึงฮยอนซึมซาบไปทั่วทุกๆอณูของร่างกายจียง
แผลใหญ่ที่ท้องค่อยๆสมานลงอย่างน่าอัศจรรย์ แผลเล็กตามร่างกายก็เช่นกันจนตอนนี้ร่างของจียงกลับมาเป็นดังเช่นเดิมแล้ว ซึงฮยอนตกใจเล็กน้อยตอนที่เห็นว่าจียงดื่มเลือดของเขาเข้าไปแบบนั้น แต่เท่าที่รู้ทั้งไลแคนและแวมไพร์ก็ต้องดื่มโลหิตเป็นอาหาร
“แผลตามตัวโอเคแล้ว ตอนนี้เหลือแต่ความบอบช้ำข้างใน แต่เราไม่มีเลือดเหลือแล้วนี่สิ”
“เอาของผมไหมครับ เลือดของผมน่าจะใช้ได้” ซึงฮยอนเสนอตัว อย่างไรเสียจียงก็เป็นคนสละชีวิตเพื่อปกป้องเขา เขาจะยอมเสียสละเล็กๆน้อยเพื่อจียงบ้างก็คงไม่เป็นไร
“ดีเลย เอาไว้จียงฟื้นพี่คงต้องรบกวนนายนะ”
“เออพี่แทบินแล้วซึงรีกับยองเบหล่ะ” ดองวุคเอ่ยถามถึงน้องชายอีกคนที่น่าเป็นห่วงไม่แพ้กัน ตอนพวกเขามาถึงที่นี่เป็นเวลาพอดีกับที่ยองเบพาร่างไร้สติของซึงรีกลับมาถึง พ่อมดหนุ่มบอกให้เขาไปช่วยจียงและจะดูแลซึงรีเอง
“อยู่อีกห้องซึงรีปลอดภัยแล้วไม่ต้องห่วง” แทบินเอ่ยบอก เขาเพิ่งไปดูซึงรีกับยองเบมาซึงรปลอดภัยจริงหากแต่เขายังบอกดองวุคไม่ทั้งหมด เพราะร่างเล็กปลอดภัยแล้วพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง ยองเบจำเป็นต้องทำบางอย่างเพื่อยื้อชีวิตของซึงรีไว้บางอย่างที่ยองเบไม่ได้อยากทำมันเลยสักนิด
“ซึงฮยอน” เมื่อเห็นว่าซึงรีปลอดภัยแล้วดองวุคก็หันมาหาน้องชายอีกคนที่ยังสับสนอยู่ ถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเล่าทุกอย่างให้ซึงฮยอนฟัง
“ครับพี่”
“มาสิพี่จะเล่าให้ฟังทั้งหมดที่น้องอยากรู้” ดองวุคพูดจบแล้วก็เดินนำออกไป ทิ้งให้แทบินดูแลหลายชายคนเดียวที่ยังเหลืออยู่เพียงลำพัง เขามีหลายเรื่องที่ต้องคุยกับซึงฮยอน มีหลายอย่างที่อยากอธิบายให้น้องชายเขาได้เข้าใจ ซึงฮยอนยังคงกลัว ไม่ใช่แค่จียง แต่ซึงฮยอนกลัวเขาและคนรักของเขาด้วย
“พี่จะเล่าอะไรครับ”
“น้องอยากรู้อะไรหล่ะ อดีตหรือปัจจุบัน”
“ทั้งหมดครับ พี่เป็นเอ่อ....”
“แวมไพร์ซึงฮยอน พี่เป็นแวมไพร์”
“ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ทำไมผมไม่รู้”
“เจ็ดปีแล้ว ตั้งแต่พี่เจอพี่แทบิน พี่ขอร้องให้พี่แทบินทำให้พี่อยู่กับเขาได้ตลอดกาล”
“หมายความว่าพี่แทบินก็เป็น”
“ใช่พี่แทบินเป็นแวมไพร์ นานเหลือเกินนะซึงฮยอนที่พี่แทบินรอพี่มาตลอดแล้ววันหนึ่งเราก็ได้อยู่ด้วยกัน”
“เราต้องบอกซึงรีเรื่องนี้ด้วยนะครับ”
“ไม่จำเป็นหรอกซึงฮยอน น้องรู้เรื่องนี้ดีซึงรีจำได้ทุกอย่าง”
“อย่างนั้นเล่าทุกอย่างให้ผมฟังได้ไหมครับ”
“ได้แน่นอน” อดีตที่พ้นผ่านถูกถ่ายทอดจากดองวุคสู่ซึงฮยอน เรื่องราวที่ผ่านมาตั้งแต่เริ่มต้นเป็นเรื่องที่ยากที่จะเชื่อ หากคนเล่าเรื่องนี้ให้ฟังไม่ใช่พี่ชายของเขา ซึงฮยอนก็คงไม่ยอมเชื่อเรื่องนี้เป็นแน่
“แล้วคุณจียงก็คือคนรักของผมในชาติที่แล้ว อย่างนั้นเหรอครับ”
“จียงก็เหมือนพี่แทบิน จียงรอซึงฮยอนมานานแสนนานแล้วนะ น้องเองจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ” ซึงฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธ ถ้าเป็นอย่างที่พี่ชายเขาบอก บางทีกาลเวลาอาจจะพัดพาเอาความทรงจำทั้งหมดของเขาไป หากแต่หัวใจของเขาฉุดรั้งความรักที่เขามีต่อร่างเล็กนี้เอาไว้ เขาจึงจำได้แค่ว่าต้องรักคนๆนี้เท่านั้น
“แล้วซึงฮยอนคิดยังไงกับจียง”
“ผมไม่รู้ครับ ผมสับสนคุณจียงไม่ใช่เอ่อ...มนุษย์ ผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไง” ดองวุครู้ว่าน้องชายเขากำลังสับสน ซึงฮยอนไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้ก็ต้องสับสนเป็นธรรมดา
“ก็ทำตามที่หัวใจของน้องสั่งอย่างไรหล่ะ ซึงฮยอนจียงหน่ะพี่มั่นใจเหลือเกินว่าเขารักน้องพี่มากแค่ไหน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่รอซึงฮยอนมาจนถึงตอนนี้หรอก หากว่าซึงฮยอนมีใจให้จียงอย่างที่น้องบอกพี่แล้วหล่ะก็ อย่าลังเลเลยที่จะตอบรับหัวใจตัวเอง อย่ากลัวที่จะรักเพราะความรักไม่แบ่งแยกหรอกนะว่าเขากับเราเป็นอะไร ไม่อย่างนั้นชาติก่อนน้องที่เป็นหมาป่าคงจะไม่หลงรักจียงที่เป็นแวมไพร์หรอกจริงไหม”
“.............”
“น้องลองคิดดีๆนะว่า ถ้าน้องเลือกที่จะทิ้งหัวใจตัวเองไปตอนนี้ น้องจะไม่เสียใจภายหลังแน่ใช่ไหม ถ้าน้องตัดสินใจแล้วพี่ก็ไม่ขัดหรอกนะ”
“ตอนที่พี่รู้ว่าพี่แทบินไม่ใช่คน พี่รู้สึกยังไงครับ”
“รู้สึกรักยังไงหล่ะ ก็ในเมื่อพี่รักไปแล้วไม่ว่าคนที่พี่รักจะเป็นอะไรเขาก็เป็นคนที่พี่รักไม่ใช่เหรอ แล้วยิ่งรู้ว่าเขาต้องทรมานกับการรอคอยพี่มามากแค่ไหนแล้วด้วย พี่ยิ่งสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่ปล่อยให้เขาต้องเจ็บปวดและเดียวดายแบบนั้นอีก พี่บอกน้องได้แค่นี้ ทุกอย่างอยู่ที่ซึงฮยอนนะ พี่หวังว่าน้องจะเลือกทำในสิ่งที่หัวใจน้องต้องการจริงๆ”
ซึงฮยอนกลับไปเอาของใช้จำเป็นที่บ้านโดยมีแทบินตามไปคุ้มกัน หลังจากเอาของใช้เรียบร้อยซึงฮยอนก็มาดูซึงรีที่ห้องของยองเบ น้องชายเขายังหลับสนิท น่าแปลกที่ร่างกายของซึงรีไม่มีแผลเลยทั้งที่เขาเห็นว่าน้องชายของเขาถูกทำร้ายหนักแค่ไหน
ซึงฮยอนแอบเห็นว่าแววตาของยองเบก็เปลี่ยนไป ชายหนุ่มผู้มีตาสีน้ำตาลเข้มคนเก่าไม่มีอีกแล้ว ดวงตาของยองเบตอนนี้เป็นสีแดงฉาน สีเดียวกับที่เขาเห็นตอนจียงสู้กับหมาป่าพวกนั้น
“ผมเป็นพ่อมดครับ ตอนนี้เป็นแวมไพร์ด้วยแล้ว” อยู่ดีๆยองเบก็เอ่ยขึ้นมาทั้งที่เขาแค่คิดไม่ได้ถามออกไป
“ครับ....”
“ความสามารถพิเศษของผมคือล่วงรู้และอ่านใจ ผมรู้ว่าคุณคิดอะไร”
“อย่างนั้นคุณก็รู้สิครับว่าผมกำลัง...”
“สับสน ใช่ไหมครับ” ยองเบพูดแค่นั้นก่อนที่จะเดินไปหาร่างที่นอนนิ่งอยู่ที่เตียง มือแกร่งลูบเบาๆที่ศีรษะของร่างโปร่ง แววตาที่แสนรักแสดงออกอย่างชัดเจนในสายตาของซึงฮยอน
“ซึงรีน่ะ พูดกับผมทุกวันเรื่องที่เขารักผมและอยากอยู่กับผมชั่วนิรันด์ แต่ผมเองที่เฝ้าปฏิเสธมาตลอด เพราะผมกลัวว่าวันหนึ่งจะเสียเขาไป แต่วันนี้ผมรู้แล้วครับว่าหน้าที่ที่ผมควรทำไม่ใช่ผลักไสเขาให้ออกห่างจากอันตราย แต่หน้าที่ของผมคือปกป้องเขาจากอันตรายต่างหาก”
“คุณทำสำเร็จครับ คุณดูแลปกป้องน้องผมได้”
“ผมเปลี่ยนเขาครับ ทางเดียวที่จะยื้อชีวิตของเขาได้คือต้องทำให้เขาเป็นเหมือนผม หากซึงรีตื่นมาเมื่อไหร่คงดีใจมากแน่ๆที่ตื่นขึ้นมาแล้วเจอผมคนแรก”
“อย่างนั้นหรือครับ” ซึงฮยอนนับถือในตัวของน้องชายของเขามาก ซึงรีเป็นเด็กชายตัวเล็กๆที่มองโลกในแง่ดีมาตั้งแต่เด็ก หากแต่น้องชายเขาก็เด็ดเดี่ยวพอที่จะรักทั้งที่รู้ว่าคุณยองเบไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเหมือนพวกเรา แต่ซึงรีก็เลือกที่จะตามหัวใจตัวเอง แล้วเขาหล่ะจะเลือกที่จะทิ้งความรักเพราะความต่างอย่างนั้นหรือ
“ผมว่าจียงก็คงอยากตื่นขึ้นมาแล้วเจอคุณนะครับคุณซึงฮยอน แล้วคุณหล่ะครับอยากให้จียงเห็นคุณเป็นคนแรกเมื่อเขาตื่นหรือเปล่า”
“ผมขอเวลาสักหน่อยนะครับ แล้วผมจะให้คำตอบคุณแน่ๆ”
06/19(木)00時26分 |blood blondコメント(9)トラックバック (0)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 10

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
06/09(月)00時52分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 9

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
05/29(木)00時51分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

[fic] Blood Blond II {Blood Everasting} 8

ข้อความนี้อ่านได้หลังจากใส่รหัสผ่านเท่านั้น
ใส่รหัสผ่าน
05/19(月)00時10分 |blood blond |ความคิดเห็น:(-) |trackback:(-)

Blood Blond I EP.6

Title : BlooD BlonD...Part..Six


Pairing : Tempo x G Dragon


Rating : PG15-NC18[SM WARNING]


Genre : AU Drama Romantic Fantasy [??]




หลายวันมาแล้วที่เขามาอยู่รับใช้ไลแคนน้อยผู้นี้ ยองเบรู้สึกได้ว่าองค์ชายซึงรีที่ดูสดใสร่าเริงนั้น



ในบางมุมก็มีการแสดงสายตาหม่นหมองออกมายามเผลอไผล หากแต่เขาเองไม่แน่ใจว่าคน



ตรงหน้าจะหม่นหมองด้วยเหตุใดเพราะดูว่าทุกคนในวังก็จะทั้งรักทั้งตามใจเสียยิ่งกว่าอะไร





"นายน้อย ได้เวลาอาบน้ำแล้วครับ" นายน้อยเป็นสรรพนามที่ยองเบใช้เรียกซึงรีเพราะซึงรี



พยายามให้ยองเบเรียกชื่อตนเฉยๆหากแต่ยองเบไม่ยอมคำๆนี้จึงถูกนำมาใช้



"ทำไมเป็นยองเบหล่ะฮะ พี่ฮงกีไปไหน"



ฮงกีเป็นคนรับใช้อีกคนที่ค่อนข้างสนิทจึงได้รับหน้าที่ดูแลเรื่องการอาบน้ำขององค์ชายน้อย



"ฮงกีไม่สบายน่ะท่านจึงไหว้วานให้ข้ามาดูแลนายน้อยแทน นี่ข้าเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้ว วันนี้ท่านมี



กำหนดการณ์ที่ต้องเข้าพบราชานี่เดี๋ยวจะไม่ทันเอานะครับ"



วันนี้เหล่าองค์ชายจะต้องเข้าพบองค์ราชา แล้วหากฮงกีไม่สบายเช่นนี้เขาเองก็จะได้มีโอกาส



ตามซึงรีไปอย่างแน่นอนและอย่างน้อยเขาก็อาจจะได้พบจียงบ้าง



เพราะตั้งแต่ที่องค์รัชทายาทพาจียงไปเมื่อวันก่อนก็ไม่เคยได้พบกันอีกเลยที่เรือนทาสก็ไม่มี พอ



ถามแดซองรายนั้นก็บอกได้แค่เพียงว่าจียงสบายดีไม่ต้องห่วง



ร่างโปร่งลุกจากเตียงเพื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ที่มีแล้วส่งให้กับยองเบถือไว้ ยองเบเองก็เดินเข้า



ไปช่วยนายน้อยของเขาถอดโน่นนี่ออก มือหนาเอื้อมไปจับที่สร้อยคอเส้นบางที่ลำคอระหง



หมายจะดึงออกเพราะส่วนใหญ่คนที่จะอาบน้ำก็จะถอดเครื่องประดับทั้งหมดออก หากแต่มือบาง



รีบตระคุบเข้าที่มือหนาทันทีที่รู้ว่าอีกคนจะทำอะไร



"ไม่ได้นะ" นี่เป็นคำพูดเดียวที่ออกจากปากคนที่เป็นนายพร้อมสายตาแข็งกร้าวที่ยองเบไม่เคย



คิดว่าคนอย่างซึงรีจะทำได้ แต่ก็แค่ประเดี๋ยวเดียวแววตานั้นก็หายไปราวกับคนตกใจควบคุมสติตัวเองได้แล้ว



"ไม่มีอะไรหรอกสร้อยนี่เป็นดังตัวแทนแม่ข้า ข้าเลยไม่อยากถอดให้ห่างตัว จำไว้นะพี่ยองเบ ไม่



ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม ห้ามถอดสร้อยเส้นนึ้ออกจากคอข้าเด็ดขาด"



.



..



...



..



.



เปลือกตาที่ค่อยๆกระพริบขยับ หาใช่เพราะแสงสุริยากระทบเปลือกตาไม่ มันจะเป็นไปได้



อย่างไรเมื่อในห้องมืดสลัวราวกับราตรีมีเพียงแสงจากตะเกียงอ่อนๆในห้องเท่านั้น



แต่สิ่งที่ทำให้ต้องตื่น คือเสียงเคาะประตูที่ดูจะยืดเยื้อมากว่าห้านาทีนี่ต่างหาก



"ท่านเทมป์ต้องตื่นแล้วนะครับวันนี้ต้องเข้าพบท่านพ่อนะครับ เฮ้อ" เสียงแดซองที่เคาะเรียก



อย่างอดทนมากว่าห้านาที ทำให้ตอนนี้คนให้ห้องทั้งสองตื่นจากนิทราแล้ว แต่จียงยังคงลุกไป



ไหนไม่ได้เพราะติดท่อนซุงที่พาดอยู่ที่ช่วงเอว จึงได้แต่ดิ้นแต่แงะแต่ก็ไม่ได้มีผลอะไรหาก



เจ้าของมันไม่คิดจะละออกเอง





เทมป์ต้องไปพบพ่อในวันนี้จียงรู้และจียงเองก็อยากไปด้วย เขาอยากไปเห็นหน้าคนๆนั้นสักครั้ง





"ลุกเสียที ท่านต้องอาบน้ำแต่งตัวไม่ใช่เหรอ" จียงพูดเมื่ออีกคนไม่ยอมละมือหนาออกจากกายให้เขาได้ลุกเสียที





"สายนิดสายหน่อย ท่านพ่อไม่ว่าข้าหรอกน่า เจ้านอนไปเถอะข้าไม่รีบเจ้าก็ไม่เห็นต้องรีบ" คน



เอาแต่ใจก็ยังเป็นคนเอาแต่ใจ เทมป์กระชับแขนเข้ามาอีกทำให้แผ่นหลังบางที่ขืนกายขยับออก



ห่างได้บ้างแล้วต้องกลับมาแนบชิดกับอกแกร่งอีกครั้ง





ใบหน้าคมซุกลงที่ท้ายทอยจมูกโด่งก็คลอเคลียไปกับซอกคอหอมกรุ่น



จียงกำลังจะหลับตาลงอีกครั้งหากแต่เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้แวมไพร์น้อยต้องลืม



ตาโพล่งขึ้นมาอีก และดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทเองก็เริ่มจะมีน้ำโหแล้วที่ถูกกวนใจ ขายาวก้าว



ฉับๆไปที่ประตูหมายจะจัดการทุกคนที่บังอาจมารบกวนเวลานอนของเขา ประตูถูกเปิดออกอย่าง



ไม่เบานัก ปากบางเตรียมจะเอ่ยตวาด หากแต่สองร่างที่ยืนอยู่หน้าห้องทำให้ร่างหนาต้องหุบ



ปากฉับร่างหนึ่งยิ้มร่า อีกร่างหนึ่งบึ้งตึงราวกับอยากบอกให้รู้ว่าไม่พอใจที่ต้องรอนาน




"พี่ดองวุค ซึงรี?"



"เปิดช้าจริง พี่ให้แดซองเรียกตั้งนาน"ว่าเสร็จทั้งดองวุคและซึงรีก็เดินเข้าไปในห้องแบบไม่สนใจเจ้าของมันสักนิด




เหล่าบริวารที่ตามมาอันประกอบด้วย แทบิน ยองเบ ดาร่า บอม และสององครักษ์อย่างเท็ดดี้และแดซอง




องค์รัชทายาทชักสีหน้าทันทีที่เห็นยองเบเพราะเขาเองดูเหมือนจะไม่ถูกชะตากับแวมไพร์กล้าม



งามนี่นัก ส่วนยองเบถึงแม้จะรู้สึกอะไรบ้างแต่เขาก็เลือกที่จะไม่แสดงออกใดๆเพราะสถานะภาพ



ของเขาคงไม่เหมาะสมนัก จียงเมื่อเห็นเหล่าเพื่อนรักก็ดีใจ อย่างน้อยวันนี้หากเขาไม่ได้พบ



ราชา ก็คงมีโอกาสได้ปรึกษากับเหล่าสหายบ้าง เพราะตั้งแต่ฟื้นมาเขาก็ถูกองค์รัชทายาทกักตัว



ไว้ตลอดจนแทบไม่รู้เดือนรู้ตะวันเลยทีเดียว




"ท่านพี่ทำไมเพิ่งตื่นหล่ะฮะ สายป่านนี้แล้วนะ ท่านพ่อรอแย่แล้วกระมัง"องค์ชายเล็กเอ่ยขึ้นเมื่อ



เห็นคนเป็นพี่ยังคงอยู่ในชุดพร้อมนอน




"นั่นสิไปอาบน้ำได้แล้วอย่ามัวร่ำไร เจ้าสายมากแล้วนะเทมป์" เป็นองค์ชายใหญ่ที่เอ่ยเตือนเมื่อ



องค์รัชทายาทยังคงอ้อยอิ่ง คนถูกสั่งเดินหน้ามุ่ยไปยังห้องอาบน้ำโดยมีแดซองเดินตามไปรับ



ใช้ตามหน้าที่ที่ตนละเลยไปเสียหลายวันเพราะคนที่ตนต้องรับใช้ได้ผู้ดูแลคนใหม่ที่ถูกใจกว่าแล้ว




"จียง เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ทันทีที่องค์รัชทายาทพ้นตา ยองเบก็ถลามาหาเพื่อนรักทันที พร้อม



ด้วยเหล่าสหายคนอื่นๆด้วยที่เข้ามาจับจียงพลิกซ้ายพลิกขวาดูอย่างเป็นห่วง





"ข้าสบายดียองเบ พวกเจ้าก็ด้วยเลิกจับข้าหมุนไปหมุนมาเสียทีข้าเวียนหัวจะแย่แล้ว"



จียงกล่าวกลั้วหัวเราะเมื่อเพื่อนแต่ละคนดูกังวลเสียยิ่งกว่าอะไร





"เฮ้อ!!!โล่งอกไปที" เป็นดาร่าที่กล่าว"ข้านึกว่าองค์รัชทายาทจะทำอะไรเจ้าอีกเสียแล้ว"




"องค์รัชทายาท มิได้ใจร้ายถึงเพียงนั้นหรอกนะดาร่า ท่านเทมป์เพียงแค่โมโหมากไปเท่านั้น" เท็ดดี้เอ่ยบอก





"แล้วถ้าโมโหขึ้นมาอีกจียงไม่แย่หรือคะ"แวมไพร์เอ่ยเถียง




"ไม่เอานะคะ ไม่พูดเรื่องนี้ค่ะดาร่า มันไม่ดีต่อตัวเจ้า"



การพูดคุยถกเถียงระหว่างไลแคนหนุ่มกับแวมไพร์สาว ทำให้จียงแอบสังเกตถึงความสัมพันธ์ที่ดู



สนิมสนมของทั้งสอง แทบินและดองวุครวมทั้งคู่หมั้นหมายอย่างบอมก็สังเกตเห็นเช่นกัน





หากแต่ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา นอกจากนี้จียงยังรู้สึกได้ว่าแทบินมองเขาอยู่บ่อยๆเป็นระยะ



เหมือนต้องการดูปฏิกิริยาเขา แวมไพร์หนุ่มคงไม่น่าไว้ใจอย่างที่คิด ถึงแม้สมองจะประมวลผล



ได้แบบนั้น แต่จียงเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้รู้สึกคุ้นเคยและวางใจแวมไพร์ตนนี้


อย่างหน้าประหลาด




"เจ้าหนู มาหาข้าสิ" องค์ชายใหญ่เรียกแวมไพร์เลือดผสมเข้าไปหา จียงเดินเข้าไปค้อมหัว



น้อยๆเป็นการทำความเคารพ ดองวุคจับที่ไหล่บางก่อนหมุนไปมา "เฮ้อ!! ปกติดี"




องค์ชายใหญ่เอ่ยขึ้นเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้เป็นห่วงจียงถึงเพียงนี้ ทั้งที่เพิ่งเจอกัน



ได้ไม่นานกลับรู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก ทั้งสงสารทั้งเป็นห่วงราวกับรู้จักกันมานาน



แทบินเองก็รับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่ดองวุคมี เขาเองไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด เพราะถ้าสิ่งที่



เขาคิดไว้เป็นเรื่องจริง ความรู้สึกห่วงหาผูกพันธุ์ที่ทั้งเขาและดองวุคมีให้จียง มันคงเกิดขึ้นจาก



ธรรมชาติของคนที่ผูกพันธุ์ทางสายเลือด



.



..



.




หลังจากที่องค์รัชทายาทจัดการกับตัวเองเสร็จ เหล่าองค์ชายก็มุ่งหน้าสู่ปราสาทราชา ในทีแรก



เทมป์ยืนกรานจะเอาจียงไปด้วย หากแต่ดองวุคไม่อนุญาติ เพราะคงไม่เหมาะนักที่จะนำทาสที่



เพิ่งมาใหม่ไปพบราชา เมื่อเถียงสู้พี่ชายไม่ได้จึงได้แต่เดินกระฟัดกระเฟียดไปเท่านั้น



โดยที่ในห้องเหล่าแวมไพร์ทาสรุ่นใหม่ต่างอยู่รอเจ้านายตนที่นี่





"จียงเจ้าจะทำอย่างไรต่อไปหากเจ้าถูกกักตัวอยู่แต่ในที่นี้คงไม่มีโอกาสได้ถึงตัวราชาแน่"เป็นดา



ร่าที่เอ่ยขึ้น




"นั่นสิจียงข้าเองก็กังวลใจหากองค์ชายทำอะไรเจ้าอีก"ยองเบเอ่ยด้วยสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้



ชัด เขาเองรักจียงเหมือนน้องชายแท้ๆดูแลปกป้องมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยแต่นี่เข้าวังมาได้แค่ไม่



นานจียงถูกทำร้ายโดยที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลยยิ่งคิดยิ่งเจ็บใจอย่างที่สุด




จียงเองเหมือนจะรับรู้ได้ถึงห้วงความคิดของสหายต่างสายเลือด แวมไพร์เลือดผสมย่างเท้ามา



ใกล้ มือบางวางลงที่บ่าแกร่งของสหายรัก ไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยมาอีก มีเพียงแต่สายตาห่วงใยที่



ทอดถึงกัน เพื่อสื่อความหมายแทนคำพูดที่ไม่สามารถมีคำได้ลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยได้



.



..



...



..



.



ทางด้านห้องโถงในห้องราชา เหล่าองค์ชายต่างมานั่งรอผู้เป็นใหญ่สุดในเผ่าพันธุ์



ราชา ลูเซีย ย่างก้าวออกมาอย่างผ่าเผยถึงแม้อายุไขจะร่วงไปกว่า สหัสวรรษ แล้วก็ตามแต่ไล



แคนผู้ยิ่งใหญ่ก็มิได้ดูร่วงโรยไปตามกาลเวลาไม่ หากแต่ยังดูงดงามราวหมาป่าที่องอาจไม่แพ้



หมาป่าหนุ่มๆเลยทีเดียว




ราชาเดินมาถึงกลางห้อง และ นั่งลงตรงแท่นใหญ่ที่กลางห้องนั่นไม่ได้มีข้อราชการใดสำคัญ



เพียงแค่ผู้เป็นพ่ออยากพบพานหน้าบุตรในอุทรและหลานๆบ้าง หากไม่มีข้ออ้างเหล่านอกจาก



องค์ชายน้อยแล้วเหล่าบรรดาองค์ชายตนอื่นๆก็ต่างพากันละเลยที่จะมาเยี่ยมเยียน องค์ชายน้อย



ทำความเคารพพระบิดาพร้อมสวมกอดอย่างเป็นกันเอง การเสวนาเป็นไปอย่างคึกคัก หัวข้อการ



สนทนาส่วนมากก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับงานฉลองการกลายร่างครั้งแรกขององค์รัชทายาท และ



สารทุกข์สุขดิบทั่วไปตามประสาพ่อลูกเห็นจะมีก็แต่บุคคลที่เป็นหัวข้อสนทนาคนเดียวนี่หล่ะที่



ไม่ยินดียินร้ายกับการสังสรรค์ครั้งนี้แม้แต่น้อยเพระในสมองได้แต่ก็ครุ่นคิดถึงร่างบางที่อยู่ที่ห้อง



หากตอนนี้จียงอยู่คนเดียวเขาคงไม่กระวายใจถึงพียงนี้ ยิ่งพอนึกถึงหน้าของคนที่สวมกอดทาส



เขา ที่เขาเหลือบไปเห็นก่อนประตูห้องจะปิดสนิทด้วยแล้ว อารมณ์กรุ่นในใจยิ่งประทุ อยากจะ



กลับไปไล่เหล่าบรรดาแวมไพร์พวกนั้นกลับไปเสียให้สิ้น แต่คนเอาแต่ใจอย่างเขาก็ยังมีมารยาท



อยู่บ้าง ถึงแม้เขาจะเอาแต่ใจอยู่มากแต่ก็รู้ว่าอะไรควรไม่ควร



.

..

...

..

.

“ยองเบ วันนี้วันที่เท่าไหร่แล้วเหรอ” แวมไพร์น้อยเอ่ยถาม



“วันที่ สิบ สิงหาคม แล้วหล่ะ” ยองเบตอบ



“งั้นเหรอ อีกเพียงแปดวันเท่านั้นสินะ หากความกังวลใจของข้าเป็นจริง งานที่เราหวังไว้ ข้า

คงต้องฝากความหวังไว้ที่เจ้านะ เพราะหากข้าต้องกลายร่างในคืนจันทร์เต็มดวงแรกจริง

ข้าคงหมดหวังที่จะได้แก้แค้นเสียแล้วหล่ะ” แวมไพร์เลือดผสมถอนใจอย่างหนักอก

เวลาของเขาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เขาจะทำอย่างไรถึงจะสามารถหลบหลีกออกห่างองค์รัช

ทายาทแห่งสายเลือดหม่าป่าได้ในวันนั้น หากเค้าสามารหลบออกมาได้ ความลับของเขาก็จะ

ยังคงเป็นความลับต่อไป แต่ถ้าหากไม่ สิ่งที่เขาเคยหวังไว้คงพังไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน

เห็นทีเขาต้องทำอะไรสักอย่าเสียแล้ว ทำในสิ่งสุดท้ายที่คิดจะทำ

.

..



..

.



To Be Continue
05/18(日)21時20分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Blood Blond I EP.5

Title BlooD BlonD...Part..Five

Pairing Tempo x G Dargon

Rating PG15-NC18[SM WARNING]

Genre AU Darma Romantic Fantasy [??]






แสงอ่อนๆส่องมากระทบเปลือกตาบางที่ปิดสนิท สามวันแล้วที่จียงหลับไปไม่รู้สึกตัว

โดยมีแทบินและดองวุคคอยดูแล โดยที่เหล่าสหายแวมไพร์แวะเวียนมาถามอาการมิได้ขาด


วันนี้คือวันสุดท้ายแล้วของคำขาดที่เทมป์ยื่น


หลายคนกังวลว่าหากจียงไม่ฟื้นขึ้นมาวันนี้ เทมป์จะมาเอาตัวไปทั้งที่แวมไพร์น้อยยังไร้สติอยู่เช่นนี้รึเปล่า


"พี่แทบิน วันนี้ครบกำหนดสามวันแล้วนะพี่ เจ้าตัวน้อยนี่ยังไม่ได้สติเลย หากเทมป์มาลากไปเราจะทำยังไงดี "

องค์ชายใหญ่แห่งปราสาทเอ่ยกับองครักษ์คู่ใจอย่างประหวั่นในนิสัยของน้องชายจอมรั้น



"หากท่านเทมป์มา เราคงต้องยอมให้ท่านพากลับไป " องครักษ์หนุ่มตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวนักจนคนถามขัดใจในความใจเย็น



"แล้วถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าตัวน้อยนี่จะเป็นอย่างไรพี่ ดูสินี่ยังไม่ฟื้นเลยไหนพี่ว่าเขาแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปทำไมยังไม่ได้สติเล่า"



"เจ้ารู้รึไม่ หากท่านเทมป์มาพาตัวเจ้าหนูนี่กลับเองจริงๆ นั่นเท่ากับว่าเจ้าหนูนี่มีความสำคัญต่อเขาเพียงใด หากเป็นเช่นนั้นความหวังของเราก็ไม่ไกลเกินเอื้อม"



.





..




...




..




.





สามวันมาแล้วที่เขารู้สึกกระสับกระส่ายในอกเป็นอย่างมาก ภาพร่างบางที่ถูกคนสนิทพี่ชายอุ้มไปต่อหน้าต่อตายังคงวนเวียนอยู่ในหัว ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจ





วันนี้ครบกำหนดตามคำขาดของเขาแล้ว หากวันนี้ร่างบางนั่นยังไม่กลับมาเขาควรทำเช่นไรดี หรือจะยังไม่ฟื้น



ไม่รู้หล่ะเขาคือองค์รัชทายาทพูดแล้วต้องทำ ในเมื่อบอกให้กลับวันนี้ก็ต้องวันนี้

หากไม่กลับมาเองเขานี่แหละจะไปลากกลับมาด้วยมือของเขาเองเลย



"แดซอง...แดซอง" องค์รัชทายาทหนุ่มเอ่ยเรียกคนสนิท



"ขอรับท่าน" แดซองรีบเข้ามาทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกเพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าวันนี้คือวันครกำหนด



หากแต่แวมไพร์น้อยนั้นยังไม่คืนสติ ดองวุคจึงไม่ยอมปล่อยให้ใครพากลับเป็นแน่



เขาห่วงแต่ว่าองค์รัชทายาทเจ้านายเขาจะไปเอาตัวกลับเองน่ะสิ หากเป็นเช่นนั้นเรื่องยุ่งแน่




"เจ้านั่น กลับมารึยัง"




"ครับ.อ๋อ จียงยังไม่ได้สติเลยครับนายท่าน"




"แล้วเมือใดพี่ดองวุคจะพามาคืนข้าได้เล่า ข้ามิรั้งรอสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว หากพี่ดองวุคไม่พาเจ้านั่นมาคืน ข้าจะไปเอาคืนเอง"


ว่าคงองค์รัชทายาทหนุ่มก็รุดไปยังห้องของผู้เป็นพี่ชายทันที


ประตูห้องถูกเปิดเข้าไปอย่างถือวิสาสะดวงตาหลายคู้จ้องมาที่เขาเป็นตาเดียว


ตอนนี้ที่ห้องดองวุคมีเหล่าแวมไพร์และไลแคนอยู่หลายตนเพราะเป็นเวลาที่เหล่าแวมไพร์มาเยี่ยมจียงพอดี


ดาร่าพอเห็นเทมป์ก็เบี่ยงตัวเองไปหลบอยู่ข้างหลังเท็ดดี้ทันที

เทมป์เองไม่ได้สนใจสายตาใคร ดวงตาคมจับจ้องไปที่ร่างที่ยังหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มนั้น




"ข้ามารับคนของข้าคืน" องค์รัชทายาทหนุ่มกล่าวเสียงเรียบ



"แต่จียงยังไม่ฟื้นเลยนะขอรับนายท่าน" เป็นเท็ดดี้ที่เอ่ยออกมา




"ไม่รู้ ข้ารู้แต่ว่าวันนี้เจ้าแวมไพร์อวดดีนี่ต้องไปกับข้าวันนี้ ตอนนี้"



หลายคนตกตะลึกกับสิ่งที่ไม่คาดคิด องค์รัชทายาทหนุ่มเดินมาที่ร่างบางก่อนที่สองแขนจะช้อนอุ้มร่างไร้สติขึ้นแนบอก



ขายาวก้าวออกไปอย่างรวดเร็วจนทุกคนในที่นี่ไม่อาจเอ่ยปากห้ามทัน

แม้แต่ผู้ที่ทำหน้าที่เปิดประตูให้อย่างแดซอง



ดองวุคขยับกายจะเข้าห้ามหากแต่ติดที่แขนแกร่งของคนรักแตะเบาๆห้ามไว้



จึงได้แต่ยืนมององค์รัชทายาทหนุ่มอุ้มจียงออกไป



สองขายาวก้าวฉับๆกลับยังที่พัก สององครักษ์คู่กายก้าวตามอย่างรวดเร็ว

แดซองทำหน้าที่เปิดประตูอย่างเคย



"ไม่ต้องเข้าไป เจ้าสองคนรออยู่ข้างนอก เฝ้าไว้หากข้าไม่ได้สั่ง ใครก็ห้ามเข้ามาทั้งนั้น"


องค์รัชทายาทหนุ่มสั่งทันที่ที่สองราชองครักษ์จะก้าวตามเข้าไปในห้องทั้งสองจึงได้แต่ผงกศีรษะรับคำเจ้านายเท่านั้น



ประตูใหญ่ปิดลง องค์รัชทายาทก้าวมาที่เตียงแขนแกร่งวางร่างบางที่เตียงของตน



'เตียงที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะได้แตะต้อง'



สองขาก้าวไปยังบานหน้าต่างใหญ่แล้วปิดมันลงเพราะแวมไพร์ไม่ถูกกับรังสีสุริยาที่ทอดผ่านหน้าต่างบานโตเข้ามาในห้อง



ตาคมมองร่างที่หลับใหลอย่างลุ่มหลงตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจเหตุใด แวมไพร์น้อยตนนี้ถึงทำให้เขากระวนกระวายใจได้ถึงเพียงนี้ ร่างสวยงามตรงหน้าที่เขาได้สัมผัสมาแล้วแทบทุกซอกมุม หากแต่ยังมีอารมณ์ครุกรุ่นน้อยๆเมื่อนึกถึงว่า แวมไพร์สหายก็ได้สัมผัสเช่นกัน



ยอมไม่ได้หรอกเจ้านี่เป็นทาสเขานี่ มันควรจะมีเขาคนเดียวสิที่ได้แตะต้อง รอยสัมผัสจากผู้อื่นไม่ควรมาประทับอยู่ที่ตัวคนของเขาสิ



ริมฝีปากบางกดแนบไปที่พวงแก้มนุ่มสีระเรื่อตรงหน้าเบาๆไล่เรื่อยมาจนถึงริมฝีปากสีกุหลาบแรกแย้ม ค่อยละเลียดชิมความหวานล้ำ บางเบาอ่อนหวานจนผู้ถูกกระทำยังเคลิ้มไหวไปกับรสสัมผัสที่อีกคนมอบให้

จวบจนพอใจริมฝีปากหนาจึงระออกอย่างอ้อยอิ่ง

มุมปากยกยิ้มกับท่าทีตัวเององค์รัชทายาทหนุ่มเองยังแปลกใจกับความอ่อนโยนของตน

มือหนาหยิบเอาผ้าผืนเล็กๆชุบน้ำในอ่างที่ตนเตรียมมาพลางลูบเช็ดไปยังดวงหน้าหวานของคนที่ยังไม่ได้สติเบาๆ



แวมไพร์น้อยค่อยๆขยับตัวเปลือกตาบางกระพริบถี่เพื่อปรับแสงที่เล็ดลอดเพียงเล็กน้อยมากระทบเปลือกตา แววตาฉายแววตระหนกเล็กน้อยที่เมื่อเห็นหน้าอีกคน



เทมป์เองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายฟื้นก็ปรับสีหน้าโหดเข้าใส่ ตาคนจ้องเขม็งราวกลับโกรธเกรี้ยวเสียเต็มประดา ไม่กล้าที่จะแสดงความเป็นห่วง ปกปิดความรู้สึกอาทรที่มีให้เพราะ กลัวๆจะต้องผิดหวังและเจ็บปวดอีกเหมือนครั้งก่อน




"ฟื้นแล้วก็ลุกเสียสิ เจ้ามีหน้าที่รับใช้ข้านะ หายแล้วอย่ามัวแต่นั่งๆนอนๆ"



.




..





...





..





.




"พี่แทบิน ข้าเป็นห่วงเจ้าหนูนั่นจัง"

องชายใหญ่ของวังพูดกับคนรับใช้คู่ใจถึงเรื่องที่เทมป์พาจียงไป




"ไม่ต้องหวงไปหรอกนะ พี่เชื่อว่าเจ้าหนูนั่นจะไม่เป็นไร ท่านเทมป์เองก็ทำให้พี่ประหลาดใจไม่ใช่น้อย แบบนี้แสดงว่าท่านเทมป์เองก็มีใจให้เจ้าหนูนั่นมากทีเดียวเพราะถึงกับมารับด้วยตัวเอง" แทบินพูด




"แต่ถ้าเทมป์รุนแรงอีก ข้ากลัวว่า !!"




"พี่ให้คลาวน์ตามไปดูแล้วอีกสักพักคงมา" พูดยังไม่ทันจบ ก็ปรากฏร่าง ค้างคาวภูติตัวเล็กสัตว์เลี้ยงที่แทบินเลี้ยงมาแต่เด็กขึ้น



"ได้ความว่าไงคลาวน์" แทบินเอ่ยถามภูติน้อย



ภาษาที่สื่อสารกลับมามีเพียงเจ้านายภูติเท่านั้นที่ฟังออก แทบินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่จะโบกมือเป็นเชิงให้ออกไปได้ แวมไพร์หนุ่มหันมายิ้มให้คนรัก




"เป็นไงพี่แทบิน"




"หึหึ!! ไม่ต้องห่วงหรอก ทุกอย่างเป็นไปได้สวย"





.





..





...





..





.





"ตรงนั้นน่ะ แล้วก็ตรงนี้ด้วย เบาๆนะเจ้าทำเป็นรึเปล่าเนี่ย"



"เฉยๆสิ"




"โอ้ย!! นี่เจ้าเบาๆไม่เป็นรึไงข้าเจ็บนะ"




"แผลแค่นี้ "




"แค่นี้อะไรของเจ้า แผลออกใหญ่"




"เฮ้อ " จียงได้แต่ถอนใจปลงๆกับไอ้คนตรงหน้า

พอตื่นมาเจอหน้ากันก็มาตีหน้ายักษ์ใส สั่งนู่นสั่งนี่ ไปๆมาๆ ตัวคนสั่งก็ซุ่มซ่ามเดินชนแก้วแตก แล้วใครจะเก็บถ้าไม่ใช่จียงคนนี้



แล้วไงสุดท้ายไอ้คนซุ่มซ่ามก็ยังเดินมาเหยียบเศษแก้วที่เขาเก็บอยู่นี่อีก

จียงสาบานได้เลยนะว่าแผลเนี่ยมันเล็กนิดเดียวจริงๆแต่องค์รัชทายาทร่างยักษ์เนี่ยร้องอย่างกับถูกเชือดก็ไม่ปาน



"พอๆ เจ้านี่ตัวนิดเดียวมือหนักเป็นบ้า" องค์รัชทายาทหนุ่ม

บ่นต่อ ซึ่งมันทำให้จียงรู้สึกว่าคนตรงหน้าไม่ได้หน้ากลัวนักผิดกับวันนั้น



วันนี้ องค์รัชทายาทหนุ่มมีท่าทางอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จะทำตาดุบ้างแต่ก็ไม่ได้เหมือนกับวันนั้น ราวกับว่าเป็นคนละคน




"มองอะไรเจ้าทำข้าเจ็บนะ ทำ องค์รัชทายาทเจ็บตัวน่ะมีโทษถึงตายเชียวนะ"




"นั่นท่านทำตัวเอง"




"ไม่รู้หล่ะ ข้าเจ็บยังไงวันนี้เจ้าต้องมาดูแลรับใช้ข้า ทดแทนความผิดของเจ้า" องค์รัชทายาทหนุ่มเอ่ยอย่างไม่ยอม เขาแค่หาข้ออ้างที่จะไม่ให้แวมไพร์น้อยไปไหนเท่านั้น




"มันไม่ใช่ความผิดข้า"




จียงตอบนิ่งๆแต่มันก็ทำให้เทมป์หงุดหงิดไม่น้อยที่เจ้าแวมไพร์สามหาวนี่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับการพูดคุยของเขาเลยมือใหญ่จับข้อมือบางที่กำลังทำแผลไว้ก่อนจะเอ่ย




"เจ้าจะทำให้ข้าดีๆ หรือจะให้ข้า...ทำ...กับเจ้า..เหมือนวันนั้น ?"





.





..





...





..





.




"ท่านพ่อ" ไลแคนหนุ่มหน้าตาดีร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในห้องของผู้ที่ตนเองเรียกว่าพ่อ



"ว่าไง เจ้าเตรียมการไปถึงไหนแล้วลูกรัก"



"ข้ากำลังระดมไลแคนทหารที่เป็นพวกเราอยู่ขอรับ คาดว่าจะทันวันสถาปณา กลายร่างครั้งแรกของ องค์รัชทายาทแน่นอน" ผู้เป็นลูกตอบ




"ดี หากเราจะสังหารองค์รัชทายาท วันนั้นคือวันที่เหมาะสมที่สุด หากเรากำจัดทุกคนได้หมด ลูกพ่อก็จะได้เป็นใหญ่เสียที ไม่ต้องมาทนเป็นเจ้าชายที่ไร้อำนาจแบบนี้"





.





..





...





..





.





"ขัดหลังให้ข้าด้วย" องค์รัชทายาทสั่งเสียงสบายให้ให้คนรับใช้ส่วนตัวคนใหม่ทำ



ตั้งแต่ที่จียงฟื้นมาก็ถูกอีกคนให้ทำนู่นทำนี่ไม่ได้หยุด หลังจากที่ถูกแก้วบาดก็ยิ่งแกล้งเขาหนัก



ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องให้เขาทำให้ทั้งหมดไม่เว้นแต่ตอนนี้ที่แวมไพร์น้อยกำลังอาบน้ำให้องค์รัชทายาทตัวโตอยู่นี่



จียงบรรจงถูหลังคนตรงหน้าไปเรื่อยๆตามคำสั่ง เพราะเขาเคยลองดื้อขัดขืนแล้วตอนที่เทมป์สั่งให้เขาขึ้นมาเป็นหมอนข้างตอนเจ้าตัวจะนอนกลางวัน

ก็เลยถูกองค์รัชทายาทเอาแต่ใจปล้ำจูบ สุดท้ายก็ต้องยอมมานอนเป็นหมอนข้างให้อีกคนกอดอยู่ดี




"เลื่อนมาถูข้างหน้า" จียงย้ายตำแหน่งตามคำสั่งอีกครั้งโดยไม่พูดอะไรเช่นเคย



"ต่ำอีก" คนถูกสั่งยังคงนิ่งมีเพียงแค่หางตาที่เหลือบมองนิดหน่อย




"ลงไปอีก"




"ถ้าต่ำกว่านี้มันจะ" แวมไพร์น้อยสะบัดเสียงไม่พอใจออกมา ซึ่งนั่นก็ทำให้องค์รัชทายาทพอใจมากโข เพราะความพยายามเขาประสบผลแล้วที่ทำให้เจ้าแวมไพร์น้องหงุดหงิดได้บ้าง




"พอแล้วๆ ไปเอาผ้ามาเช็ดตัวให้ข้าไปข้าจะขึ้นแล้ว" องค์รัชทายาทสั่ง



จียงหันหลังเดินไปหยิบผ้าตามที่สั่งแต่พอหันกลับมาก็พบองค์รัชทายาทหนุ่มยืนอยู่ข้างหลังเสีย


แล้ว แก้มนวลขึ้นสีเล็กน้อย เพราะองค์รัชทายาทหนุ่มไม่ได้มีอาภรณ์ใดๆปิดกายแม้แต่น้อยเลยน่ะสิ



"เช็ดสิ" สองขาก้าวเข้าประชิดจนจียงต้องถอยหลัง ขาเรียวถอยไปจนสุดกำแพงนั่นเท่ากับว่าเขาหมดทางหนี


เมื่อไม่มีทางเลือก มือบางจึงจรดผ้าผืนน้อยลงที่ร่างองค์รัชทายาท บรรจงเช็ดอย่างเบามือที่สุด



ตาเรียวหลุบต่ำ เสมองไปทางอื่นเพราะขลาดเขินเกินกว่าจะจ้องร่างเปลือยเปล่าของผู้อื่นได้



องค์รัชทายาทยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ แววตาเจ้าเล่ห์ของหมาป่าหนุ่มบ่งบอกถึงแผนการณ์



ต่อไปที่จะใช้แกล้งคนตรงหน้ารวมถึงสนองสิ่งที่ตนต้องการจากในใจด้วย



"นี่" องค์รัชทายาทส่งเสียงเรียกคนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเช็ด ตอนนี้แวมไพร์น้องกำลังเช็ดที่ขาให้เขาอยู่ หากแต่ใบหน้าหวานมิได้มองส่วนที่เช็ดไม่ ใบหน้าเรียวกลมหันข้างให้อย่างเลี่ยงจะมอง แต่นั่นยิ่งทำให้คนขี้แกล้งอยากแกล้งอีกคนมากขึ้น



แขนแกร่งรั้งร่างที่กึ่งนั่งให้ยืนเต็มความสูง ใบหน้าคมโน้มต่ำลงมาใกล้ แม้แวมไพร์น้อยจะเก็บสีหน้าเก่งเพียงใด หากแต่ริ้วสีระเรื่อที่พาดผ่านพวงแก้มใสก็ไม่อาจให้เจ้าตัวฝืนธรรมชาติปกปิดมันไว้ได้



ยิ่งตาคมส่งสายตาโลมเลียอย่างชัดเจนคนถูกจ้องยิ่งควบคุมความประหม่าไม่อยู่ พลางให้นึกถึงเรื่องวันนั้นอีกจนได้



ใบหน้าระเรื่อน่ารักดั่งผลแอปเปิ้ลสุกปลั่งยิ่งทำให้ความร้อนที่เหมือนดั่งเปลวเพลิงที่รุมสุมร่างหนายิ่งทวีคูณอย่างเหลือคณา



ริมฝีปากบางฉวยผ่านพวงแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว แวมไพร์น้อยเงยขึ้นมองอย่างลืมตัว

แต่นั่นก็เป็นโอกาสงามๆที่องค์รัชทายาทหนุ่มจรดริมฝีปากกับปากนุ่มที่ตนเองโหยหา บดเบียดหยอกเย้าให้ร่างบางที่เกร็งกร้าวผ่อนปรน



แวมไพร์น้อยเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกดีกับรสสัมผัสแบบนี้ไม่น้อย รสจุมพิตที่คุ้นเคยหากแต่จำไม่ได้ว่าไปเคยคุ้นกับรสจูบอ่อนหวานนี่ได้ยังไง



เพราะในเมื่อครั้งก่อน รสจูบขององค์รัชทายาทมีเพียงแต่ความรุนแรงเมื่อสมองตกอยู่ในห้วงความคิดร่างกายก็เลยหลงลืมที่จะต่อต้าน



ร่างบางที่โอนอ่อนทำให้องค์รัชทายาทหนุ่มรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย

แต่ก็สร้างความพอใจให้ไม่น้อยเหมือน



รสจูบทวีความร้อนรุ่มขึ้นตามลำดับจากแค่เคล้าคลึงริมฝีปาก ลิ้นร้อนค่อยๆแทรกซึมในโพรงปากบางอย่างย่ามใจ



เรียวลิ้นลิ้มรสความหวานภายในอย่างเร่าร้อน ไล่ต้อนรุกเร้าอีกฝ่ายให้หมดทางหนี เมื่อจนมุมเรียวลิ้นเล็กจึงต้องตอบโต้กลับอย่างหมดทางเลือก



เรียวลิ้นทั้งสองแรกไล่อย่างไม่มีใครยอมแพ้จวบจนเมื่อแทบสิ้นลมหายใจ สติที่พึงมีของร่างเล็กก็กลับมา



มือเรียวรวบรวมกำลังทั้งหมดผลักคนตรงหน้าออก มือบางถูเข้ากับริมฝีปากตัวเองแรงๆ



นี่เขาถูกปล้นจูบอีกแล้วแถมเขายังควบคุมตัวเองไม่ได้อีกด้วย ทำไม่กันนะ ทำไมเขาต้องรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสของคนๆนี้ทุกที



ขายาวก้าวเข้าหาอีกจนคนตัวเล็กตกใจก้าวถอยหลังเช่นกัน มือบางที่ป้องปิดอยู่ที่ริมฝีปาก ไม่อาจปกปิดรอยแดงที่พาดผ่านปรางค์แก้มไว้ได้มิด ตาคมหรี่ลงเหมือนหยอกล้อ



"หน้าเจ้า.....แดงมาก ร้อน?...หรือ" ปากบางขยับเอ่ยหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี

แต่ไม่ทันได้เย้าจบ ร่างเล็กก็รีบมุดหนีวิ่งออกจากห้องน้ำไป



ร่างสูงหัวเราะในลำคอน้อย นานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้อารมณ์ดีแบบนี้





.





.





...





..





.



"พี่แทบิน" ร่างบางเอ่ยเรียกคนสนิทคู่ใจ



"หืม ว่าไงครับ?" แทบินเงยหน้าจากสิ่งที่ทำมามองหน้าคนเรียก ถึงจะเป็นประโยคเรียกแค่ธรรมดาหากแต่น้ำเสียงนั้นช่างเศร้าเสียจนเขารู้สึกได้



"ข้า คิดถึง..เอ่อ..ท่านพ่อ" คนตัวบางพูดตะกุกตะกัก



แวมไพร์หนุ่มเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มบางๆไปให้ขายาวก้าวเข้าหาก่อนที่จะกอดประคองไลแคนตัวบางไว้แนบอก




"คิดถึงก็ไปหาสิครับ"




"ได้เหรอ? เราไปบ่อยๆได้เหรอ "




"ได้สิ ได้เสมอ หากท่านต้องการ"




"แล้วจะไม่มีใครรู้เหรอ" ไม่มีคำตอบใดๆมีเพียงแต่รอยยิ้มอบอุ่นที่แผ่ซานมาถึงหัวใจที่กำลังหนาวเหน็บพลันทำให้มันอบอุ่น ดั่งแสงตะวันยามเช้าที่ส่องผ่านกระทบหัวใจ




เมื่อตะวันลาลับขอบฟ้า สองเท้าก้าวเดินมาจนสุดเขตวังทางด้านตะวันตกลัดเลาะริมป่าเรื่อยๆ



สักพักทั้งสองร่างก็พบกระท่อมน้อยที่ถูกปลูกอย่างสวยงามแม้มันจะดูเล็กและเก่าเพียงใด



มือเรียวเอื้อมเปิดประตูอย่างคุ้นเคย พอประตูเปิดออกก็พบร่างคุ้นเคยยิ้มรอรับเขาอยู่

ชายหนุ่มวัยกลางคน ใบหน้าคมคายหล่อเหลาแม้วัยจะร่วงเลยมากแล้วก็ตาม



ร่างบางถลากายเข้าร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เก่าๆทันที



"ท่านพ่อ ข้าคิดถึงท่านเหลือเกิน" ร่างบางเอ่ยกับคนที่ตนเรียกว่าพ่อ ชายสูงวัยยิ้มรับ




"แทบินพาเจ้ามาพบพ่อออกจะบ่อยยังไม่หายคิดถึงอีกรึเจ้าลูกชายขี้อ้อน"ชายสูงวัยรูปศีรษะไลแคนหนุ่มเบาๆอย่างดูอบอุ่น




ใครไม่เคยเห็นคงไม่อาจเชื่อว่าองค์ชายใหญ่แห่งปราสาทกลายเป็นเพียงเด็กน้อยขี้อ้อนเมื่ออยู่กับบุรุษผู้นี้



แทบินเองเมื่อเห็นว่าพ่อลูกอยู่ในโหมดส่วนตัวจึงค่อยเลี่ยงออกมาเฝ้าทางด้านนอกเผื่อมีอะไรฉุกเฉิน



จริงๆแล้วก็ไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นหรอกเพียงแต่แวมไพร์หนุ่มห่วงคนข้างในมากเกินที่จะเสี่ยงกับเรื่องใดๆทั้งสิ้น



นั่งอยู่ได้สักพักไลแคนอวุโสก็ออกตามมาสมทบ



"ท่านดองวุคหลับแล้วหรือขอรับท่าน" แทบินค้อมศีรษะเล็กน้อยก่อนเอ่ยถาม



"เจ้าลูกชายน่ะเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้วหล่ะ "ไลแคนสูงวันตอบยิ้มๆเมื่อนึกถึงลูกชายที่หลับราวกับเด็กอยู่ในห้อง พลันดวงตาก็กลับเศร้าหมอกอีกครั้งเมื่อนึกถึงอีกคน



"แทบิน เรื่องที่ข้าวานเจ้าได้เรื่องบ้างรึเปล่า" ถามเสียงเศร้าเมื่อพูดถึงเรื่องนี้



"ได้ความมาบ้างขอรับ ตอนนี้ข้ากำลังพิสูจน์อยู่ว่าจะใช่คนเดียวกันหรือไม่" คำตอบของแวมไพร์หนุ่มเรียกประกายความหวังจากดวงตาเหนื่อยอ่อนของไลแคนอวุโสได้มากทีเดียว



"ขอบใจ ขอบใจเจ้ามากๆแทบิน ความหวังที่ข้าจะได้พบลูกชายอีกคนคงจะไม่ริบหรี่อีกต่อไปแล้วสินะ ยังไงฝากเจ้าด้วยนะ ข้าฝากความหวังครั้งสุดท้ายในชีวิตไว้ที่เจ้านะ แทบิน" ไลแคนหนุ่มพูดอย่างซาบซึ้ง




"ข้าจะทำให้ดีที่สุดขอรับ 'ท่านเลเชี่ยน' "


.





..











..





.




Flash back




18ปีที่แล้วหลังจากที่เกิดโศกนาฏกรรมความรักขึ้นที่ปราสาทแห่งนี้ เลเชี่ยนได้ถูกจับตัวมาคุมขัง



ส่วนซอนย่าและลูกทุกคนสันนิษฐานว่าคงจะไม่มีชีวิตรอดแล้วและไม่มีผู้ใดสนใจจะค้นหาศพ



แต่เขาได้รับคำสั่งลับจากผู้มีพระคุณสูงสุดให้ไปดูที่เกิดเหตุอีกครั้งเพื่อจัดการทางพิธีของเผ่าพันธุ์ หากแต่ถึงแม้ไม่ได้รับคำสั่งเขาก็ต้องลงไปอยู่แล้วเพราะนางและลูกน้อยก็มีความสำคัญกับเขามากเหมือนกัน



หุบเหวลึกชันที่ขนาดแวมไพร์แข็งแกร่งอย่างเขายังต้องใช้เวลาถึงสามวันในการลงไปใต้สุด

แต่สิ่งที่พบกลับเป็นเพียงร่างไร้วิญญาณของแวมไพร์สาวแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ไม่พบร่างน้อยของเด็กเลือดผสมแต่อย่างใดอีกทั้งสร้อยคอสื่อความหมายที่เขาเห็นนางสวมใส่อยู่ตลอดก็ได้หายไปด้วย แบบนี้เขาจึงคิดได้ว่าเด็กน้อยข้ามสายพันธ์นั้นยังมีชีวิตอยู่เป็นแน่



เมื่อกลับมารายงายผู้เป็นนายภารกิจต่อไปของเขาคือตามหาเด็กน้อยผู้นั้นให้พบ



18ปีมาแล้วที่เฝ้าพยามตามหาทุกที่หากแต่ยังไร้ร่องรอย แต่เพียงไม่กี่วันมานี้ความหวังได้เกิดกับเขาอีกครั้งเมื่อได้พบหนุ่มน้อยคนนั้น


เด็กหนุ่มที่อาจเป็นตัวแปรสำคัญแห่งความสัมพันธ์ของทั้งสองเผ่าพันธุ์



เด็กหนุ่มที่อาจเป็นสายเลือดของผู้ที่มีพระคุณกับเขา



เด็กหนุ่มที่อาจเป็นญาติร่วมสายเลือดคนเดียวที่เหลืออยู่ของเขา

.





..





...





..





.





To Be Continue................
05/18(日)20時54分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Blood Blond I EP.4

Title BlooD BlonD...Part-Four



Pairing Tempo x G Dargon



Rating PG15-NC18[SM WARNING]



Genre AU Darma Romantic Fantasy [??]



Note: ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ตอนที่แล้วเม้นเยอะมาก(เพราะซ่อน)



มีรีดเดอร์ท่านนึงบอกว่าขอจินตนาการแผลจียงเป็นแค่รอยขีดข่วนได้มั้ย



มันก็ได้นะคะแต่มันจะลดอรรถรสในการอ่านตอนนี้ไปนะเอาหล่ะค่ะไปอ่านกันดีกว่าเนอะ



.



.



.





//ก๊อกๆๆๆ//



"ท่านพี่เปิดประตูให้ข้าหน่อย" เสียงองค์ชายน้อยร้องเรียก



ทำให้ผู้เป็นพี่หยุดการกระทำทุกอย่างน้องชายผู้เป็นที่รัก



คนเดียวที่เทมป์ไม่เคยแม้แต่ที่จะอารมณ์เสียใส่



ไลแคนหนุ่มละจากร่างตรงหน้าเดินไปเพื่อเปิดประตูให้ผู้เป็นน้อง



ทันทีที่ประตูเปิดออกรอยยิ้มน่ารักก็ปรากฏแก่สายตา แต่ฉับพลันมันก็เลือนหายเมื่อเห็นสภาของผู้เป็นพี่



รอยเลือดที่กระเด็นเปรอะเปื้อนไปทั่วตัวนั่น เขารู้ได้ทันทีว่ามันมิใช่ของคนตรงหน้าเขาแน่ ดวงตาเรียวเหลือบมองไปด้านใน



ร่างที่นอนจมกองเลือดอยู่บนเตียงเรียกเสียงอุทานจากเขาได้ไม่ยาก



จริงๆแล้วไลแคนน้อยไม่ได้คิดมาขัดขวางใดๆแต่ต้น เพราะเขาไม่คิดว่าพี่ชายจะทำอะไรอย่างนี้ เขาเพียงแค่อยากมาดูหน้าทาสคนใหม่ของพี่ชาย



ที่เมื่อสักครู่เขายังมิทันได้เห็นหน้าชัดๆเสียงกรีดร้องตกใจเรียกให้คนอื่นๆเดินกลับมาดู



เท็ดดี้และแดซองที่ยืนอยู่หน้าประตูอยู่แล้ว เดินเข้ามาก่อน



พวกเขาเองก็ตกใจไม่น้อยกับสภาพที่เห็น



ยองเบที่ตามเข้ามา เมื่อเห็นร่างสิ้นสภาพของสหายรัก ก็แทบถลาเข้าหา



หากแต่ติดที่แขนแกร่งของเทมป์รั้งไว้



"ห้ามยุ่ง" องค์รัชทายาทคำรามบอก



แวมไพร์หนุ่มไม่ตอบโต้อะไรแต่แววตาจ้องเขม็งอย่างไม่ลดละนี่แสดงความไม่พอใจอย่างมาก



"ท่านพี่ข้าขอ หากไม่รีบช่วย เขาอาจไม่รอดก็เป็นได้"

เมื่อคนเป็นน้องพูด เขาจึงยอมปล่อยมือจากยองเบ



ตั้งแต่เหตุการณ์ครั้งนั้นเขาไม่เคยขัดใจน้องชายสักครั้ง เหตุการณ์ที่เขาสร้างบาดแผลให้น้องชายเขาด้วยน้ำมือของเขาเอง



"จียงๆเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ผู้เป็นสหายรักพยายามเรียกร่างที่ไรสติในอ้อมแขน

หากแต่ไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้นออกมาจากริมฝีปากแดงช้ำนั่น



"ดาร่า แชรินวานเจ้าสองคนหน่อยนะ" ยองเบพยักหน้าเรียกสองสาวร่วมเผ่าพันธุ์

เพียงแค่นั้นทั้งสองคนก็รับรู้สิ่งที่ยองเบต้องการให้พวกนางทำ



ยองเบวางร่างจียงลงที่พื้นพรมนั่น นางแวมไพร์ทั้งสองเดินเข้ามาใกล้ร่างไร้สติของสหายรัก ก่อนที่จะก้มลงใช้ลิ้นไล่เลียไปทั่วร่างบอบช้ำนั่น



ดาร่าแชรินช่วยกันไล่เลียไปทั่วบาดแผลทั้งที่เรียวขาและตามตัว

ส่วนยองเบเองก็จัดการแผลตามใบหน้าและลำคอ



เป็นที่รู้กันดี"น้ำลายแวมไพร์"ยาสมานแผลชั้นเลิศ



เทมป์เมินหน้าหนีอย่างช่วยไม่ได้ ร่างกายนั่นควรเป็นเขาคนเดียวสิที่ได้สัมผัส



บาดแผลฉกรรจ์ตามร่างกายค่อยๆเลือนหาย รอยฉีกเหวอะหวะที่มีค่อยสมานเข้าหากัน

จนตอนนี้ผิวขาวเนียนไร้รอยใดๆอีกดวงตาเรียวค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ



ถึงแม้สภาพภายนอกจะดีขึ้นมากแล้วแต่ความบอบช้ำจากภายในยังคงสร้างความทรมานให้แวมไพร์น้อยเป็นอย่างมาก



ยองเบช้อนร่างสหายรักขึ้นแนบอก



"จียง ดื่มโลหิตข้า กัดเร็วสหายแล้วเจ้าจะดีขึ้น"

ยองเบบอกให้จียงดื่มเลือดตนเองเพราะแวมไพร์ที่ร่างกายอ่อนแอจำเป็นต้องได้เลือดสดๆ



แวมไพร์น้อยไม่รั้งรอ เขี้ยวขาวกดลงที่ซอกคอสหายรัก ค่อยๆดูดดึงกระแสโลหิตจากกายกำยำอย่างช้าๆ หากเป็นยามปกติเขาจะไม่มีวันทำเช่นนี้เป็นอันขาด แต่ตอนนี้เขาจะเป็นต้องรักษาชีวิตไว้เพื่อความหวังของเผ่าพันธ์



ริมฝีปากแดงสดที่เคลือบไปด้วยหยาดโลหิตของเพื่อนรักค่อยๆถอนเขี้ยวออกจากซอกคอช้าๆก่อนที่จะเลียเข้าที่รอยกัดเล็กๆนั่นเพื่อสมานแผลจากคมเขี้ยวของตนจนหายสนิท



ยองเบพยายามลุกขึ้นเพื่อช้อนร่างบอบบางไปจากที่นี่ หากแต่เลือดปริมาณไม่ใช่น้อยที่เสียไปทำให้ยองเบ ถึงกับหน้ามืดเซจนเกือบจะล้ม



แทบินที่ยืนสังเกตุการณ์อยู่นาน ถลาเข้าไปรับร่างแวมไพร์น้อยไว้ได้ทันก่อนที่จะร่วงลงพื้น



"เอาไปที่ห้องข้า" ดองวุคสั่งแทบินทันที



"ห้ามใครเอาเจ้านั่นไปไหนทั้งนั้น" เทมป์ค้านเสียงดัง



"เทมป์ พี่ว่าเจ้าทำเกินไปแล้วนะ เขาต้องได้รับการรักษา แล้วพี่จะดูแลจนกว่าเขาจะหายดี เรื่องอื่นค่อยว่ากัน" คนเป็นพี่ยืนกราน



เทมป์เองไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ไม่ใช่เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าหาย หากเพียงแต่เขาไม่อยากให้แวมไพร์ตนนี้ห่างสายตาเขาเท่านั้น ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร หวงของหรือหวงแหน



"ไปแทบิน ส่วนเจ้า เทมป์พี่พาจียงไปที่ห้องเสร็จ เราคงมีเรื่องต้องคุยกัน"



"สามวัน" ก่อนที่ทุกคนจะเดินออกจากห้อง องค์รัชทายาทก็เอ่ยขึ้น ทุกคนหันมามองงงๆกับคำห้วนๆที่เอ่ย



"แค่สามวันเท่านั้น หากอีกสามวันข้าไม่ได้เจ้านั่นกลับมา จะได้เห็นดีกัน" ไลแคนหนุ่มเอ่ยไขข้อข้องใจก่อนเดินกลับเข้าห้องไป

.



..



.



ดองวุคพาจียงมาที่ห้องของตัวเอง จะเรียกว่าห้องก็ไม่ถูกเสียทีเดียวไลแคนสูงอำนาจจะมีห้องพักโอ่โถง ภายในจัดเป็นส่วนต่างๆเรียกว่าเป็นปราสาทย่อมๆของแต่ละตนก็ว่าได้



"เอาไปไว้ห้องด้านในนะแทบิน ส่วนพวกเจ้ากลับไปรับใช้นายของเจ้าได้แล้ว "

ดองวุคสั่งกับเหล่าแวมไพร์ที่เดินตามมารวมถึงแดซองด้วยเพราะเท็ดดี้ส่งสายตาให้เขาตามมาดูโดยที่เท็ดดี้กับซึงรีองค์ชายน้อยยังอยู่กับเทมป์



ทุกตนจึงแยกย้ายกันออกไปโดยไม่เต็มใจนักโดยที่ยองเบออกไปเป็นคนสุดท้าย

สายตาปรอยละห้อยที่เหลือบมองเพื่อนรักอย่างสุดห่วงจนทั้งดองวุคสังเกตได้



"เป็นไงบ้างพี่แทบิน"สรรพนามที่เปลี่ยนไปเมื่ออยู่ด้วยกันแค่สองคนบอกถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของสองบุคคลต่างเผ่าพันธ์ได้เป็นอย่างดี



"หลับไปแล้วหล่ะ น่าแปลกมั้ยบาดแผลขนาดนี้หากเป็นคนอื่นคงสิ้นลมไปแล้ว แต่เจ้าตัวน้อยนี้กลับฟื้นตัวได้เร็วอย่างไม่น่าเชื่อ พี่ว่าเขานี่แหละความหวังที่เรารอคอยมานานแสนนานดองวุค"

แทบินพูด ตอนนี้เขากำลังมีความหวังว่าจียงนี่แหละคือคนที่เขารอคอยเพื่อมาต่อเติมความฝันของเขาและคนรักให้เป็นจริง



"พี่หมายความว่า!! จะดีเหรอพี่แทบินนี่ขนาดเจอหน้าครั้งแรก เจ้าเทมป์มันยังคลั่งได้ถึงเพียงนี้ หากส่งเจ้าตัวน้อยนี่กลับไปอีกข้าหวั่นว่าเขาอาจจะไม่ชีวิตรอดถึงวันที่เราต้องการน่ะสิ"

ดองวุคกังวลใจเขารู้จักน้องชายคนนี้ดีกว่าใคร หลังจากเหตุการณ์นั้นเทมป์ก็ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้เขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเดิมอีก



"พี่ว่าไม่หรอกเพราะมันไม่เหมือนตอนนั้น ท่านเทมป์ดูจะสนใจเจ้าตัวน้อยนี่เป็นพิเศษ

ไม่เช่นนั้นคงไม่ลากไม่ถูกันมาแบบนั้นหรอก เพียงแต่เจ้าหนูนี่คงไปทำอะไรขัดใจเข้าน่ะสิถึงได้โมโหถึงเพียงนั้น ดูจากเมื่อครู่ท่านเทมป์คงไม่ได้ต้องการฆ่าหรอก เพียงแค่สั่งสอนหนักมือไปหน่อยเท่านั้น เชื่อพี่เถอะพี่สัมผัสได้ถึงความพิเศษที่เจ้าหนูนี่มี"

.



..



...



..



.



ทางด้านห้องเทมป์หลังจากที่ทุกคนออกไปจนเกือบหมด ตอนนี้จึงเหลือแต่เจ้าของห้อง

ซึงรีและเท็ดดี้องครักษ์คนสนิทเท่านั้น



"ท่านพี่" ผู้เป็นน้องร้องเรียกพี่ชายที่ยืนหันหลังสงบอารมณ์



เทมป์หันมาตามเสียงเรียกแต่ก็พลันต้องใจหายเมื่อเห็นน้ำตาของน้อง



"น้องพี่ อย่าร้องไห้ไปเลยนะ พี่ขอโทษ" ผู้ป็นพี่ถลาเข้าหาน้องรักทันทีลูบหัวลูบหางปลอบประโลม



"ข้าไม่อยากให้ท่านพี่ทำแบบนี้อีก ท่านพี่ต้องระงับโทสะให้ได้ ข้าไม่อยากให้เกิดเรื่องดังครั้งก่อน ข้ารู้ว่าท่านทุกข์ทรมานมากพอกับความทรงจำเลวร้ายครั้งนั้น ข้ารู้ว่าท่านพี่รู้สึกผิดมากแค่ไหน

แต่ท่านพี่ ข้าไม่เคยโกรธพี่แม้แต่น้อย เรื่องคราวนั้นข้าไม่เคยโทษพี่ เพราะข้ารู้ดีว่าตอนนี้

พี่ทุกข์ใจมากเพียงใดแค่นี่พี่ก็คงรู้สึกผิดไปชั่วชีวิต

ข้าไม่อยากให้พี่ทำผิดเป็นครั้งที่สองเพราะข้าไม่อยากให้พี่ต้องเสียใจอีก"

ซึงรีร่ายยาวทั้งน้ำตาเหตุการณ์ครั้งก่อนทำให้ทั้งเขาและทุกคนที่นี่เจ็บปวดมาก หากแต่คนที่ทุกข์ใจที่สุดคงไม่พ้นพี่ชายผู้น่าสงสารของเขา



เทมป์สำหรับคนอื่นอาจถูกมองว่าโหดร้าย แต่สำหรับเขาแล้วเทมป์คือพี่ชายผู้แสนจะน่าสงสาร สิ่งที่พี่เขาทำเขารู้ว่าเทมป์ไม่ได้ตั้งใจ



แต่มันเกิดจากผลการกระทำของคนอื่นทั้งนั้นและพี่เขาก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้

ร่างโปร่งดึงรั้งพี่ชายเข้าสู้อ้อมกอด ปลอบประโลมดังเด็กเล็กๆ ความผิดพลาดที่ไม่ได้เริ่มต้นมาจากคนตรงหน้า แต่คนๆนี้กลับต้องเป็นผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นคนผิด

เขารู้ดีว่าพี่ชายยังรอคอยนางมนุษย์ผู้นั้นกลับมา

แต่นางจะกลับมาได้อย่างไรเล่า

ในเมื่อเขาเป็นผู้สังหารหญิงแพศยา ที่บังอาจทำร้ายหัวใจของพี่ชายเขาด้วยมือของเขาเอง.

หลังจากพี่ชายสงบลงและหลับไป องค์ชายน้อยก็เดินออกมาเงียบๆอย่างอ่อนล้า โดยสบตาเป็นเชิงรู้กันฝากฝังให้องครักษ์ทั้งสองดูแลคนที่ป่วยทางใจให้





พอประตูเปิดก็เจอแวมไพร์ร่างกำยำที่ยืนรออยู่หน้าห้อง



"ไปกันเถอะฮะยองเบ" เสียงอ่อนแรงของเจ้านายหมาดๆทำให้แวมไพร์หนุ่มอยากรู้หมือนกันว่า ที่ซึงรีอยู่กับเทมป์ทำอะไรกันบ้างเพราะดูคนที่จะไม่ยอมใคร ยอมน้องชายคนนี้เหลือเกิน



"ท่าน .เจ้านาย.เอ่อ องค์ชายไม่เป็นไรนะขอรับ" แวมไพร์หนุ่มยังคงงงๆในสรรพนามที่ควรใช้เรียกบุคคลตรงหน้า



"เรียกข้าว่าท่านซึงรีเหมือนที่พวกพี่เท็ดดี้เรียกก็ได้ยองเบ แล้วก็ไม่ต้องพูดเสียห่างเหินนักหรอก เราต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน" เหมือนจะรู้องค์ชายน้อยบอกให้ยองเบเรียกอย่างสนทสนมเพราะเขาเองไม่เคยถือตัวใดๆอยู่แล้ว



เพราะถึงแม้เขาจะเป็นลูกราชา แต่ก็มีแม่เป็นเพียงแม่นมขององค์รัชทายาทเท่านั้น

"ขอรับ ... เอ่อ ครับ" ยองเบตอบรับแต่ก็ต้องเปลี่ยนคำพูดใหม่ให้ดูคุ้นเคยขึ้นเมื่อสบเข้ากับแววตาเป็นเชิงบังคับของซึงรี



ถึงแม้จะมีผู้รับใช้มากพอดูแต่องค์ชายน้อยกลับรู้สึกถูกชะตากับยองเบเป็นพิเศษ

อาจเป็นเพราะแววตาของแวมไพร์ตรงหน้ามันช่างให้ความรู้สึกอบอุ่น

เหมือนที่เขาเคยได้รับจากผู้เป็นแม่ไม่มีผิด



แม่ที่ถูกพรากชีวิตไปต่อหน้าต่อตา

.



..



...



..



.



หลังจากที่พายุสงบ องค์รัชทายาทเข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว เท็ดดี้จึงให้แดซองคอยดูแลเฝ้าไว้

ส่วนเขาต้องไปดูแลจัดการกับอีกหนึ่งสมาชิกใหม่ของวังนี้



"ดาร่า"เสียงเรียกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้แวมไพร์สาวที่นั่งรออยู่ข้างนอกสะดุ้งน้อยๆ



"ค..ค.ค่ะ ท่าน" เสียงตอบรับตะกุกตะกักเรียกรอยยิ้มบางๆจากคนตัวโตได้ไม่ยากนัก



"เรียกพี่เท็ดดี้ก็ได้นะ เอ้าลุกขึ้นเราไปกันบ้างเถอะ"เท็ดดี้บอกอย่างใจดี



"ไปไหนหรือคะ" แวมไพร์ตากลมโตเอียงหน้าถาม



"ที่พักเจ้าอย่างไร หรือเจ้าจะอยู่รอท่านเทมป์ตื่นที่นี่หล่ะ" เท็ดดี้กระเซ้าถามอย่างอารมณ์ดี เพราะดูก็รู้ว่าคนตรงหน้าน่ะกลัวเจ้านายเขาขนาดไหน



"ไปค่ะไปๆ" ดาร่ารีบตอบทันที เท็ดดี้ไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแต่เดินนำออกไปเท่านั้น



ที่ๆเท็ดดี้พามาคือส่วนขวาในส่วนของวังของเทมป์ ตรงนี้มีห้องพักเรียงรายมากมายเท็ดดี้พาดาร่ามาหยุดที่หน้าห้องพักห้องหนึ่ง เคาะที่ประตูเบาๆ สักพัก ประตูห้องพักนั้นก็เปิดออกเผยให้เห็นคนในห้องสาวน้อยตากลมอีกคนยืนอยู่อีกฝั่งของประตู

เท็ดดี้ดันประตูเบาๆก่อนที่จะพยักหน้าให้ดาร่าเดินตามเข้ามา



"ทักทายกันเสียสิ นี่ดาร่าผู้รับใช้คนใหม่ของที่นี่ส่วนนี่ บอม นางเป็นมนุษย์นางอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เด็กแล้วน่ะ เจ้าอยู่กับนางแล้วกันนะ บอมพี่ฝากเจ้าดูแลสอนงานนางด้วย"



เท็ดดี้บอกสาวน้อยทั้งสองได้แต่พยักหน้ารับยิ้มๆด้วยถูกชะตากันตั้งแต่พบหน้า

บอมสาวน้อยชาวมนุษย์ที่ถูกคัดเข้าวังมาตั้งแต่เด็กพร้อมกับมินอา

โดยที่มินอาถูกวางตัวให้เป็นคู่สืบพันธ์ของเทมป์ ส่วนบอมอยู่ในฐานะว่าที่ผู้สืบพันธ์ของเท็ดดี้



โดยที่เท็ดดี้เองไม่เคยมองนางเป็นอย่างอื่นนอกจากน้องสาวแต่ตามกฏแล้วเขาไม่สามารถปฏิเสธได้ อีกอย่างก็คือเขารู้ดีว่า บอมรักเขามากกว่านั้น



บอมกับดาร่าเข้ากันได้ดีมากเรียกว่ากลายเป็นสหายสนิทกันได้โดยเร็ว บอมสอนงานต่างๆให้กับดาร่าและแวมไพร์สาวเองก็เรียนรู้งานได้ดีเช่นกัน



ว่างเว้นจากงานเท็ดดี้จะเวียนมาเยี่ยมบ่อย จากเมื่อก่อนที่จะแวะมาพาบอมไปเที่ยวตามหน้าที่คู่หมั้น ตอนนี้จึงกลายเป็นว่าไปเที่ยวกันสามคน



จนถึงวันนี้ดาร่ายังไม่เคยได้เข้าไปรับใช้เทมป์เลยสักครั้ง ซึ่งนั่นก็เป็นผลดีกับนางเพราะนางเองไม่อยากไปรับใช้เทมป์แต่แรก เพราะถ้าถามนางว่านางอยากรับใช้ใคร คำตอบก็คงเป็นคนตรงหน้าเสียมากกว่า ไลแคนหนุ่มผู้แสนดี ที่มีเจ้าของเสียแล้ว

.



..



...



..



.



องครักษ์หนุ่ร่างกำยำเดินลัดเลาะมาทางแนวป่าข้างปราสาทด้านใน

มุ่งหน้าสู่สถานที่กักกันหรือที่คนอื่นๆเรียกว่าคุก



เมื่อสุดทางเดินจึงพบปราสาทหินขนาดกลาง มีประตูใหญ่แข็งแกร่งปิดสนิทที่ปากทางเข้า

เหล่าไลแคนที่เฝ้าประตูอยู่โค้งคำนับทันทีที่เห็นผู้มาเยือน



"เปิดประตู" ชายหนุ่มสั่ง



"แต่ท่านองครักษ์ ท่านเพิ่งมาเมื่อสองวันก่อนเองนะ บ่อยเกินไปหากทางเบื้องบนรู้เราจะเดือดร้อนกันหมด "ไลแคนทหารกล่าวอย่างเกรงๆ



"ไม่ต้องกลัวหากมีเรื่องอะไรข้าจะรับผิดชอบเอง เปิดประตู"

ชายหนุ่มสั่งอีกครั้งเหล่าไลแคนจึงไม่กล้าโต้เถียงใดๆเปิดประตูให้แบบไม่เต็มใจนักเพราะเกรงจะได้รับโทษ



เมื่อก้าวเข้ามาในสถานที่ที่เรียกว่าคุกใต้ดิน ไลแคนหนุ่มก็เดินเข้าไปอย่างชำนาญ เลี้ยวไปตามบันไดลาดชัน จนถึงส่วนที่ลึกสุด



ดวงตารีเล็กมองร่างบอบบางที่นอนหลับอยู่บนตั่งภายในลูกกรงเหล็ก ก่อนจะเอ่ยปากเรียก



"มินจี ตื่นเถอะ ดูนี่สิพี่เอาอาหารอร่อยๆมาให้เจ้ากินนะ" ชายหนุ่มพูดกับร่างบางภายใต้พันธนาการ ที่มีทั้งกรงแน่นหนาอีกทั้งโซ่ตรวนที่ล่ามขาเรียวเล็กนั่นไว้อีกทอด



"มาอีกแล้ว หากนายท่านจับได้พี่จะเดือดร้อนนะ" หญิงสาวพูด





"ไม่เป็นไรหรอก พี่ระวังตัวดี เจ้าลุกมากินของที่พี่เตรียมมาให้เถอะ"





"พี่แดซอง พี่เลิกมาหาข้าเถอะ พี่ก็รู้เรื่องของเรามันไม่มีวันเป็นไปได้ พี่จะได้เจอกับคนดีๆเชื่อข้าเถอะ"





"ไม่!! ไม่มีวัน ข้ารักเจ้าๆคนเดียวเท่านั้น ต่อให้เจ้าต้องอยู่ในนี้ชั่วชีวิต พี่ก็จะไม่มีวันเปลี่ยนเป็นอื่น"



หญิงสาวร่างบางได้แต่มองหน้าชายคนรักอย่างถอนใจ ตั้งแต่ที่นางถูกสั่งให้มารับอาญาที่นี่ สองปีแล้วที่ชายคนรักแอบมาหาทุกครั้งที่มีโอกาส แววตาอ่อนโยนที่มองมากับแววตาอาลัยยามต้องจากแสดงให้รู้ว่า คนที่นางรักมิได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย



หากแต่ผู้หญิงอย่างนางคู่ควรกับคนๆนี้หรือ ชายหนุ่มที่มีอนาคตเป็นถึงราชองครักษ์เอกของว่าที่ราชา กับผู้หญิงที่ถูกพิพากษาให้ต้องอยู่ที่นี่ตลอดชีวิตด้วยข้อหา







'ผู้ที่มีสายเลือดเดียวกับคนทรยศ'

.



..



...



..



.



To Be Con...
05/18(日)20時46分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Blood Blond I EP.3 (NC-18 SM)

Title BlooD BlonD...Thirdpart



Pairing Tempo x G Dargon



Rating PG15-NC18[SM WARNING]



Genre AU Darma Romantic Fantasy [??]





.

..



..

.



ในห้องโถงที่ใหญ่โต ข้าวของแต่ละชิ้นดูล้ำค่า จีดราก้อนเเละคนอื่นๆต่างยืนเรียงแถวกันเพื่อรอผู้ที่จะมาเป็นนายมาเลือก



ซึงรีองค์ชายน้อยเดินเข้ามาเป็นคนเเรก ตามด้วยดองวุคและยุนโฮขาดก็แต่เทมป์เท่านั้น แต่เป็นที่รู้กันดีว่า เขามักจะมาช้าทุกครั้งอยู่แล้ว



เมื่อคนที่สำคัญมาถึงการเลือกทาสจึงดำเนินไปได้



"บอกนามของพวกเจ้าให้นายท่านได้ทราบสิ"คาลอสบอกให้ทุกคนแนะนำตัว



"อะไรกันทำไมปีนี้มีแค่7คนหล่ะแบบนี้จะแบ่งกันพอได้อย่างไร" เทมป์พูดขึ้น



"ไม่เป็นไรหรอกเทมป์พี่เลือกแค่คนเดียวก็ได้ พี่มีอยู่คนนึงแล้วพวกเจ้าเลือกกันคนละสองคนเถอะ"

ดองวุคพูดขึ้น จริงๆเขาไม่ได้อยากได้คนรับใช้เพิ่มแล้วแต่อย่างใด

เพราะสำหรับเขามีคนที่รับใช้เขาได้อย่างดีทุกอย่างอยู่ข้างๆแล้ว ที่มาก็แค่พอเป็นพิธีเท่านั้น



"เอ้า!!แนะนำตัวกันสิพวกเจ้า"คาลอสเอ่ยเร่งอีกครั้ง



"เอ่อ!..ข..ข้าชื่อแชริน"แชรินเอ่ยคนแรกนางเอ่ยตะกุกตะกักเพราะตกใจเสียงเทมป์



ตามด้วยดาร่า แจจุง ซองมิน ซึงโฮ และยองเบ เทมป์เองได้แต่นั่งทำหน้าเบื่ออยู่ที่เก้าอี้ตัวใหญ่ไม่ได้สนใจอะไรเป็นพิเศษนัก



{จะใครชื่ออะไรก็เหมือนๆกันแหล่ะน่าพวกแวมไพร์เฮอะ ก็แค่ทาส:::เทมป์คิด}





"ข้าชื่อจียง"ใบหน้าหวานเงยขึ้นพร้องเสียงใสที่เอ่ย ฉุดให้ดวงเนตรของคนที่ไม่สนใจสิ่งใดหันมามอง

ทันทีที่ได้หันไป ดวงตาสีรัตติกาล สบเข้ากับแก้วใสสีบุษราคัม



ใบหน้างดงามสะกดให้ไลน์แคนหนุ่มผู้หยิ่งผยอง ต้องจับจ้องราวกับถูกมนต์สะกด

ยาวนานนับหลายวินาทีที่ดวงตาคมจ้องมองร่างบางตรงหน้า จวบจนกระทั้งน้องชายร่วมสายเลือดเอ่ยประท้วงขึ้นมาเสียงดัง



"ท่านพี่เลือกสักทีสิ ข้าจะได้เลือกบ้าง"



"คนนั้น" นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่จียงสร้างความพอใจให้ผู้ถูกเลือกเป็นอย่างมากเพราะทุกอย่างเป็นไปตามที่จียงคาดไว้



"อีกคนหนึ่งสิฮะท่านพี่"

น้องเล็กเอ่ยอีกเมื่อคนเป็นพี่ไม่เอ่ยถึงอีกคนเสียที

นิ้วเรียวชี้ไปมั่วๆก่อนจะเดินไปดึงตัวคนที่ต้องการกลับห้องของตนไปทิ้งไว้แต่คนอื่นๆ

และ ดาร่าแวมไพร์สาวที่ถูกเลือก ที่แทบจะร้องไห้ออกมาตรงนั้นเพราะไม่อยากไปอยู่รับใช้คนโหดร้ายนั่น



การเลือกทาสดำเนินต่อไปจนจบ โดยที่แชรินกับแจจุงไปอยู่กับยุนโฮ ยองเบ ซองมินไปอยู่กับองค์ชายน้อยซึงรี ส่วนซึงโฮไปอยู่กับดองวุค

.

..



..

.

เทมฉุดมือจียงเดินกึ่งวิ่งมาจนถึงกลางห้องโถง แวมไพร์น้อยที่ถูกถูลู่ถูกังมาตลอดทางก็เอ่ยประท้วงคนเอาแต่ใจที่อยู่ดีๆก็ลากเขาออกมาแบบนี้



"ท่านโอ้ยท่าน ...ข้าเจ็บ"กรงเล็บแหลมของเทมป์จิกลงที่ข้อมือของจียงจนมันเกิดรอยแผลเล็กๆตามแรงฉุดกระชาก



แต่ไลน์แคนหนุ่มก็ทำเพียงแค่เหลือบมองเล็กน้อยก่อนที่จะลากคนตัวเล็กกว่าต่อไปจนถึงห้องตนเอง





//ปังงงงง//เสียงปิดประตูดังก้องกังวาลไปทั้งปราสาท

จนบริวารทั้งหลายสะดุ้งสะเทือนกันแทบทั้งหมด เพราะคงไม่มีผู้ใดกล้าทำเสียงดังถึงเพียงนี้หากมิใช่ว่าที่เจ้าของที่นี้



ทันทีที่ประตูปิดลงร่างเล็กก็ถลาตามแรงเหวี่ยงสู่พื้นอันเย็นเยียบ แวมไพร์น้อยก้มหน้าสำรวจบาดแผลที่ข้อมือ

รอยกรงเล็บไลน์แคน ลากเป็นทางยาวตั้งแต่ข้อมือเล็กจนถึงท้องแขน แต่องค์รัชทายาทหนุ่มมิได้ยี่หร่ะกับสิ่งที่ตนทำแต่อย่างใด

เหลือบมองผู้ใต้อาณัติเล็กน้อยก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยคำสั่งเสียงเฉียบ



"เงยหน้าของเจ้าขึ้นมา"



แต่แวมไพร์น้อยหาได้ทำตามไม่ ใบหน้างดงามยังคงก้อลงมองไปที่แขนของตนอย่างไม่ละสายตา จนทำให้ผู้ออกคำสั่งลุแก่อารมณ์มากขึ้นอีก



"ข้าสั่ง เจ้าหูหนวกรึไง"

น้ำเสียงที่ไม่ว่ามนุษย์หรือแวมไพร์ในปราสาททุกตนได้ยินต้องหวาดเกรงกันหัวหด

แต่จียงมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้สักนิด แวมไพร์เลือดผสม มิได้เงยหน้าตามคำสั่งแต่อย่างใด

จนคนออกคำสั่งหมดความอดทนในที่สุด

มือใหญ่ข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ต้นแขนของคนที่นั่งอยู่ที่พื้น อีกข้างบีบลงอย่างแรงที่ปลายคางเรียวของอีกฝ่าย

ปลายนิ้วแข็งแกร่งเชยคางคนไม่ฟังคำสั่งขึ้น หวังจะได้เห็นแววตาหวาดหวั่นของอีกฝ่าย ดั่งที่เขาเคยเห็นจากทุกคนที่เข้าใกล้เขา

หากแต่ไม่เป็นดั่งที่หวัง เพราะแววตาแข็งกร้าวหยิ่งผยอง มิได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย พานพบเพียงแต่แววตาท้าทาย เหยียดหยามที่ได้รับจากคนตรงหน้า

นั่นยิ่งทำให้อารมณ์ที่คุกรุ่นอยู่แล้วขององค์ชายผู้ไม่เคยมีใครกล้าขัดใจ

ทวีความเกรี้ยวกราดมากขึ้นเพราะแววตาหยามเหยียดอย่างเห็นได้ชัดของจียง มันทำให้เขารู้สึกว่าคนตรงหน้ากำลังท้าทายเขา ไม่มีผู้ใดเคยกล้าทำ

องค์รัชทายาทแห่งจันทราคิดแต่เพียงว่าจะทำเช่นไรถึงจะเป็นการลงโทษที่สาสมกับคนที่อาจหาญมาลองดีกับเขา



"มานี่!!" แขนเรียวถูกฉุกกระชาก นำพาให้ร่างน้อยๆลอยละลิ่วขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว จียงถลาตามแรงดึงของคนตัวใหญ่กว่า



"ไม่ ปล่อยข้า "



พอตั้งสติได้แวมไพร์ตัวน้อยก็ใช้แรงที่มีขืนรั้งตัวเอาไว้มิให้ถลาไปตามแรงดึงนั่น

องค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่เกรี้ยวกราดมากขึ้นอีกเมื่อเจ้าแวมไพร์ผู้ไม่มีอะไรจะสู้

เหิมเกริมขัดใจเขาอีกโดยที่ดูจะมิได้เกรงกลัวเขาเลย



เทมป์ทั้งฉุดทั้งลากร่างเล็กของจียงให้เดินตามมาที่เตียง ร่างใหญ่จับคนไม่มีทางสู้มัดไว้กับเสาที่ปลายเตียง



"ปล่อยข้านะเจ้าคนป่าเถื่อน"

จียงรู้ดีว่าถ้อยคำที่ตนพูดโหมกระพรืออารมณ์ระอุของคนตรงหน้าแค่ไหน



อันที่จริงเขาไม่เคยใช้คำพูดพวกนี้สักครั้ง แต่จียงรู้ว่าเวลานี้ควรที่จะทำสิ่งใดถึงจะทำให้คนตรงหน้าสนใจเขา



เขารู้ว่าหากเขาทำตัวว่าง่ายคนตรงหน้าก็อาจสนใจเขาแต่ก็คงจะแค่ประเดี๋ยวประด๋าว

เพราะองค์รัชทายาทคงมีคนคอยเอาอกเอาใจอยู่มากโข



หากเขาเป็นอย่างคนอื่นก็คงดึงดูดให้คนๆนี้สนใจได้ไม่นานก็คงเบื่อเพราะฉะนั้นเขาจะต้องแตกต่าง



"เจ้าแวมไพร์สามหาว จะสิ้นลมอยู่รอมมะร่อ ไม่รู้ตัว อย่างเจ้าน่ะข้าบีบทีเดียวก็คงแหลกไปถึงกระดูกแล้วกระมัง ดูอย่างต้นตระกูลพวกเจ้าสิ ยังถูกพวกข้าสังหารเสียแทบสิ้นตระกูล หึหึ"

เสียงหัวเราะที่พูดเย้ยหยันไปถึงชาติกำเนิดทำให้จียงลุแก่อารมณ์อยู่ไม่น้อย แต่สิ่งที่แม่สอนเขาๆเองก็จำได้ขึ้นใจ

จียงสะกดอารมณ์โกรธที่มีอยู่ไว้ก่อนจะเอ่ยคำตอบที่ทำให้อีกคนแทบเต้นเป็นเจ้าเข้าก็มิปานออกไป


[Hide]ริมฝีปากบางบดเบียดอย่างรุนแรง เรียกกลิ่นคาวเลือดจากผู้ถูกกระทำได้ไม่อยาก

แวมไพร์น้อยถูกเหวี่ยงขึ้นเตียงโดยที่เชือกที่พันธนาการข้อมือไว้ยังตรึงแน่น
แรงกระชากทำให้รอยแผลเก่าจากกรงเล็บที่องค์รัชทายาทฝากไว้ก่อนหน้านี้ทวีความเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น

ริมฝีปากยังคงทำหน้าที่สร้างความเจ็บปวดทางกายให้ร่างตรงหน้าไม่หยุดหย่อน
ตามด้วยวาจาทำร้ายและสั่นคลอนความเข้มแข็งทางจิตใจอย่างที่สุด

"จริงๆข้าไม่เคยพิศวาทแวมไพร์แม้สักนิด ยิ่งเป็นเพศผู้เยี่ยงเจ้าด้วยแล้ว
แต่มาคิดดูอีกที หากเจ้าผู้ที่ดูจะรักซึ่งศักดิ์ศรีตนมิใช่น้อย ต้องถูกคนที่มีกำลังมากกว่าอย่างข้าย่ำยี ข้าว่ามันคงจะสนุกพึลึก "

จียงรู้ดีว่าจะต้องเจอเรื่องเลวร้ายมากมายกับไลน์แคนตนนี้แต่เขาเองก็ไม่ได้เตรียมใจมาก่อนกับเรื่องโหดร้ายถึงเพียงนี้
จริงอย่างที่ร่างตรงหน้าว่า หากสิ่งที่เขากำลังจะทำคือการเสพย์สังวาทอย่างที่พูดแล้วหล่ะก็
มันก็ไม่ต่างจากการฆ่าคนที่รักศักดิ์ศรีเยี่ยงชีวิตเช่นเขาให้ตายทั้งเป็น

แต่ถ้าหากว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ สามารถทำให้จุดมุ่งหมายของเขาเป็นจริงได้
ศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีเขาก็จำเป็นจะต้องละมัน

ไลน์แคนหนุ่มยกยิ้มที่มุ่มปากเล็กน้อย ที่ได้เห็นแววตาหวาดหวั่นเล็กๆจากคนตรงหน้า

ที่จริงก็อย่างที่พูดเขาไม่เคยพิศวาทเพศเดียวกันแม้แต่น้อย หากแต่คนตรงหน้าคือข้อยกเว้น ทันทีที่ได้เห็น
ราวกับว่าแวมไพร์ตนนี้เป็นดั่งแม่เหล็กต่างขั้วที่ดึงดูดเขาเข้าไปหาอย่างรุนแรง
อยากได้อยากครอบครอง
แต่คนตรงหน้าทำให้เขาโกรธ ไม่พอใจอย่างรุนแรง ทีแรกว่าจะให้มาอยู่อย่างสุขสบาย
แต่แลดูเจ้าจะไม่พิสมัยความสบายกระมังถึงได้กล้าลองดีถึงเพียงนี้ หากเป็นเช่นนั้น ข้าก็จะให้ในสิ่งที่เจ้าต้องการ
สองแขนกดลงที่หัวไหล่เล็กจนแทบจมหายไปกับเตียง ริมฝีปากบดเบียดรุนแรงเรียวลิ้นร้อนพยามยามรุกล้ำ หากแต่ร่างบางก็ไม่ยอมสิ้นฤทธิ์

ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นไม่เปิดโอกาสให้รุกล้ำได้ง่ายๆ ฟันคมกริบราวกับใบมีดขบกัดริมฝีปากคนอวดดี รุนแรงจนแทบจะปริแตก
หากแต่จียงเองก็ยังคงสู้ อดทนต่อความเจ็บปวดที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้

เมื่อไม่ได้ดั่งใจ มือหนาก็เลื่อนไปดึงรั้งเสื้อตัวบางของแวมไพร์น้อยจนขาดไม่มีชิ้นดี ผิวกายขาวเนียนกระตุ้นความร้อนระอุของเขาได้อีกเป็นเท่าทวี

ริมฝีปากเลื่อนลงมาที่ซอกคอขาวกดเม้มดูดดึง จนเกิดรอยแดงช้ำมากมายบริเวรนั้น
รอยรักที่ไม่ได้ทำเพราะความรักสร้างความเจ็บช้ำทางกายให้แวมไพร์น้อยอย่างมาก
หากแต่เทียบมิได้เลยกับความรวดร้าวทีเกิดภายในใจ


ไลแคนเลือดร้อนยังคงเอาแต่ใจไม่หยุดหย่อน
มือหนาเลื่อนลงไปยังส่วนล่างเค้นคลึงส่วนหวงห้ามทั้งที่กางเกงของคนถูกกระทำยังอยู่ที่เดิม

แวมไพร์น้อยเริ่มดิ้นรนอีกครั้งเมื่อถูกรุกรานมากขึ้น มือบางข้างที่ไม่ได้ถูกพันธนาการพยายามปัดป้อง หากแต่แรงอันน้อยนิดมิอาจต้านทานผู้แข็งแกร่งกว่าได้

ข้อมือบางถูกมือใหญ่ของไลแคนหนุ่มตรึงไว้แน่นที่เหนือหัว องค์รัชทายาทใช้มืออีกข้างที่ว่างเลื่อนมาที่กระดุมกางเกงของแวมไพร์น้อย

หากแต่องค์ชายผู้เอาแต่ใจมิได้ใจเย็นพอที่จะค่อยๆริดกระดุมเม็ดน้อยทีละเม็ด

มือหนาแข็งแกร่งกระชากขอบกางเกงอย่างแรง เป็นผลให้กระดุมเม็ดเล็กๆพวกนั้นขาดกระจายแทบสิ้น

อาภรณ์ชิ้นล่างที่ใส่แม้เนื้อผ้าจะหนาเพียงใดก็มิอาจทานแรงของคนตรงหน้าได้
บัดนี้มันจึงมีสภาพไม่ได้ต่างไปจากอาภรณ์ชิ้นบนนัก

มุมปากยกยิ้มพอใจกับปฏิกิริยาตอบสนองของอีกคน

เขารู้ดีว่า จียงมิได้อารมณ์ร่วมด้วยความเต็มใจ หากแต่เกิดเพราะคนตรงหน้ามิอาจฝืนธรรมชาติได้ แต่นั่นแหละมันยิ่งทำให้เขารู้สึกสะใจ

มือหนาจาบจ้วงล่วงล้ำเข้าไปภายใน ไม่ว่าจะลากผ่านตรงส่วนไหน
ก็สร้างรอยแผลให้คนตรงหน้าทุกที่

กรงเล็บคนยาวที่ลากผ่าน จิกลงที่เนื้อนุ่มจนเกิดแผลเหวอะหวะไปทั่ว
ฟันคมขบกัดสร้างความเจ็บปวดทุกที่ๆริมฝีปากลากผ่าน ร่างที่แทบสิ้นสภาพตรงหน้า มิได้ทำให้ผู้กระทำยี่หร่ะต่อสิ่งที่ตนทำแม้แต่น้อย

แต่ยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น เมื่อคนไร้ทางสู้ไม่ยอมปริปากร้องออกมาแม้แต่น้อย

แวมไพร์น้อยกัดริมฝีปากแน่น ในเมื่อเลือกแล้วที่จะใช้วิธีดื้อเขาก็ต้องดื้อให้ถึงที่สุด
กลิ่นคาวเลือดกระจายฟุ้งไปทั่วห้อง แต่เหมือนยิ่งกระตุ้นสัณชาตญาณดิบในตัวหมาป่าหนุ่มให้พุ่งสูงขึ้นอีก

โลหิตของร่างตรงหน้า หอมหวน ยั่วเย้า หวานล้ำเกินกว่าที่จะบรรยาย ไม่ใช่ว่าเขาไม่คุ้นเคยกับเลือด
แต่เลือดของคนตรงหน้ามันช่างแตกต่างกันที่เขาเคยสัมผัสมามากนัก

ริมฝีปากบางไล่เลียมาจนถึงหน้าท้องแบนราบ
ตาคมจ้องมองส่วนอ่อนไหวที่ถูกตนปลุกขึ้นโดยที่เจ้าของมันไม่เต็มใจ
ก่อนจะใช้โพรงปากอุ่นของตนครอบครองส่วนนั้น

"อื้อ..ฮึก "
แวมไพร์น้อยเปล่งเสียงเบาๆอย่างห้ามไม่อยู่ก่อนที่ฟันขาวจะงับลงที่ริมฝีปากล่างแรงขึ้นเพื่อสกัดกั้นเสียงแห่งความพ่ายแพ้มิให้อีกฝ่ายได้ใจ

แต่หูหมาป่าก็ไวพอที่จะได้ยินเสียงแผ่วเบานั่น
หมาป่าหนุ่มยกยิ้มพอใจที่ตนสามารถทำให้อีกฝ่ายหลุดเสียงครางออกมาได้ถึงแม้เพียงเล็กน้อยเขาก็ถือว่าเขาเป็นฝ่ายชนะ

ปลายลิ้นแตะเข้าที่ส่วนปลายก่อนจะค่อยๆดูดดึงรุนแรงขึ้น
โพรงปากครอบครองตั้งแต่โคนจรดปลายรูดดึงด้วยจังหวะเร่าร้อนราวกับควบคุมตัวเองไม่อยู่อีกต่อไป แวมไพร์น้อยก็เช่นกัน
จังหว่ะรักดำเนินไปอย่างรวดเร็ว ความเจ็บปวดจากบาดแผลหายไปอย่างหน้าประหลาด
แวมไพร์น้อยบิดร่างไปมาอย่างเสียวซ่านกับบทรักครั้งแรกในชีวิต

ถึงแม้จะไม่ได้ผ่อนแรงลง แต่ไลแคนหนุ่มก็ไม่ได้รุนแรงเหมือนคราแรก

ไลแคนหนุ่มใช้มือหนาเป็นตัวช่วย ชักพาอารมณ์อ่อนไหวของร่างบาง

จนเสร็จสิ้นแล้วซึ่งอารมณ์ปรารถนา

เสียงหอบโยนที่ดังก้องไปทั่วห้องกว้างของแวมไพร์น้อยเรียกเลือดราคะขององค์ชายรัชทายาท ให้สูบฉีดขึ้นอีกเป็นเท่าทวี

บัดนี้เขาไม่ได้สนใจแล้วถึงเรื่องที่ว่าร่างตรงหน้าจะอยู่ในเพศไหน
เพราะตอนนี้ไฟราคะในตัวเขานั้นมันร้อนรุ่มจนเกิดกว่าจะมีสิ่งใดมาดับได้เสียแล้ว

มือใหญ่จับเรียวขาเล็กแยกกว้าง แทรกร่างของตนไปที่หว่างกลางร่างไร้เรี่ยวแรงนั่น
มือหนาร่นอาภรณ์ชิ้นล่างลงอย่างรีบร้อน

แต่ก่อนที่จะเกิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงที่เป็นดังเสียงสวรรค์ที่มาช่วยแวมไพร์ตัวน้อยก็ดังขึ้น

//ก๊อกๆๆๆ//

"ท่านพี่เปิดประตูให้ข้าหน่อย"
.
..

..
.
To be con......

05/18(日)20時43分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Blood Blond I EP.2

Title BlooD BlonD...Secondpart

Pairing Tempo x G Dargon

Rating PG15-NC18[SM WARNING]

Genre AU Darma Romantic Fantasy Periot [??]


"จีดี เจ้าเสร็จรึยังจวนได้เวลาเต็มทีเเล้วนะ"
แวมไพร์ร่างกำยำสมส่วน เร่งสหายรักที่จับนู่นจับนี่มาลองใส่มิได้มีท่าทางว่าจะพอใจเสียที

"ใกล้เสร็จเเล้ว เจ้านี่ใจร้อนจริงนะโซล"
ผู้เป็นเพื่อนรักแย้มสรวญตอบอย่างไม่ร้อนใจนักทำให้คนที่เร่งรู้สึกหงุดหงิดกับความใจเย็นของคนที่อยากเข้าไปที่นั่นนักหนา

"ข้ากลัวเราไปไม่ทันนี่ป่านนี้พวกที่วังมาถึงแล้วกระมัง เจ้าน่ะมัวเเต่เเต่งองค์อยู่นั่น หากเราไปไม่ทันสิ่งที่เจ้าหวังเล่าข้าเกรงเจ้าจะพลาดโอกาส"

"ไม่ยักรู้นะว่าเจ้าน่ะสนับสนุนข้าถึงเพียงนี้ เห็นทุกทีมีเเต่จะเเย้งจะห้าม เเต่วันนี้กลับกังวลยิ่งกว่าข้าเสียอีก"
เเวมไพร์สูงศักดิ์สรวญยิ้มเล็กน้อยกับความขี้กังวลของสหายรัก

"ข้าห้ามข้าขวางเเล้วเจ้าฟังข้ารึไงเล่า"
ถึงแม้มิใช่คนหงุดหงิดง่ายแต่ความกังวลต่างๆทำให้สหายรักผู้แสนดียิ้มง่ายของเขาขมวดคิ้วเป็นปมแทบจะผูกติดกันได้เลยทีเดียว

"ข้าน่ะก็ต้องเเต่งตัวให้มันถูกตาพวกนั้นหน่อยสิเพราะข้ามิได้ต้องการเข้าไปที่นั่นเท่านั้น เเต่ข้าต้องได้ไปอยู่รับใช้ในปราสาทของราชาด้วย นั่นถึงจะทำให้ข้ามีโอกาสอย่างที่เจ้าพูด"
แววตาหยอกเย้าหายไปคงเหลือแต่แววตามุ่งมั่นของแวมไพร์น้อยเมื่อเอ่ยถึงบุคคลที่พรากบุพการีไปจากตน

"เจ้าน่ะรูปงามจะตายไปจีดี อย่างไรเจ้าต้องถูกส่งไปที่เจ้านายชั้นสูงตนใดตนหนึ่งเป็นเเน่ เรารีบไปกันเถอะ"

.....
วันคัดเลือกมาถึง จีดราก้อนและโซล ผ่านการคัดเลือกไปอย่างง่ายดายตามคาด โดยครั้งนี้นอกจากสหายรักอย่างโซล
จีดราก้อนยังมี ซีแอล ซานดาร่า ฮีโร่และสหายร่วมอุดมการณ์อีกหลายคนที่ได้รับคัดเลือกไปด้วย
.
..
..
.
"ลูกรัก " เเอนนาเดินเข้ามาในห้องในขณะที่จีดราก้อนกำลังเก็บของจำเป็นเตรียมตัวเข้าไปในปราสาทในวันพรุ่งนี้

"ครับท่านเเม่"

"เรียบร้อยดีใช่หรือไม่ แล้วทางนั้นจะมารับตอนกี่โมงเล่าลูก" เเอนนาเอ่ยถาม

"คงเเต่เช้านั่นเเหละท่านเเม่"
จีดราก้อนพูดพร้อมกับเดินไปนั่งที่พื้นข้างๆเตียงที่เเอนนานั่ง ลำเเขนเพรียวโอบที่เอวบางของมารดาบุญธรรมไว้

"ลูกรัก การที่เเม่เล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้เจ้าฟัง แม่ไม่เคยต้องการให้ลูกแก้แค้นหรืออะไรทั้งนั้น
เเม่เเค่อยากให้เจ้าได้รับรู้ในสิ่งที่เจ้าควรรู้ ลูกมีสิทธิ์ที่จะรู้ชาติกำเนิดตัวเอง แต่หากเจ้าต้องการที่จะทำ
แม่ก็จะไม่ขวาง ถึงแม้แม่จะไม่เห็นด้วยก็ตาม แม่จะถือว่ามันคือบัญชาจากผู้เป็นเจ้าให้เจ้าทำเช่นนี้
แต่ลูกรัก ไม่ว่าสิ่งใดจะเกิดในภายภาคย์หน้า แม่ขอให้ลูกอย่าใช้อารมณ์ตัดสินใจ ลูกจงใช้หัวใจและสติปัญญาตัดสิน
แม่เชื่อมันว่า บุตรแห่งพระเจ้าเช่นลูก มีหัวใจที่เข้มแข็งและมีสติปัญญาที่ล้ำเลิศพอที่จัดการทุกอย่างให้เป็นไปในทางที่ดี จำสิ่งที่แม่สอนไว้ให้ดีนะลูก"

"ครับท่านแม่ ข้าจะจำไว้ไม่มีวันลืม"
.
..
...
..
.
รุ่งอรุณเเห่งวันใหม่มาถึง จีดราก้อน โซลและคนอื่นๆต่างเตรียมตัวเพื่อที่จะก้าวย่างเข้าไปในปราสาท ในยามทิวากาลเช่นนี้ ถึงเเม้ที่นี่จะค่อนข้างมืดมิดเพราะมีหมอกขาวปกคลุมบดบังเเสงตะวันส่วนมากเอาไว้ หากเเต่ก็ไม่มากพอที่จะสยบรังสีเเห่งดวงสุริยาได้หมดสิ้น แวมไพร์จึงต้องแต่งตัวมิดชิดมากในยามกลางวันเพื่อป้องกันแสงจากดวงอาทิตย์
การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นเหล่าเเวมไพร์ถูกคัดเเยกไปในที่ที่ตนต้องไป ทุกตนตกลงกันว่าจะไม่ใช้ชื่อจริงในบอกกับคนในปราสาท โดยตกลงชื่อใหม่กันไว้ตั้งเเต่อยู่ในรถม้าเพื่อที่จะได้เรียกกันได้ชินปาก

บรรยากาศในปราสาทแปลกตาทุกคนมาก เพราะสิ่งแปลกใหม่ทำให้เหล่าเเวมไพร์น้องต่างตื่นเต้นไปกับสิ่งที่ไม่เคยเห็น

"เอาหล่ะพวกเจ้าเข้าไปพักผ่อนในนี้ก่อน พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเจ้าไปให้นายท่านในปราสาทเลือกใช้"ไลน์เเคนร่างใหญ่เปร่งเสียงคำรามสั่งให้เหล่าเเวมไพร์เข้าไปในบ้านหลังเล็กๆที่มีไว้สำหรับ พักทาสที่จะให้เจ้านายชั้นสูงเลือก

เมื่อเข้าไปสู่ภายในทุกคนก็ตระหนักได้ว่าไม่ได้ย่ำเเย่นัก ในนี้ถึงจะเเคบเล็ก แต่ก็ไม่ได้สกปรกโสมมดั่งสภาพภายนอก
ออกจะสะอาดสะอ้านเกินกว่าที่จะให้เหล่าทาสเยี่ยงพวกเขาอยู่เสียด้วยซ้ำ ภายในมีฟูกขนาดใหญ่ที่พอให้เขาเเละเหล่าสหายพักได้อย่างสบาย
"อย่างน้อยคืนเเรกในเมืองก็มิได้เลวร้ายนัก" ซีแอลหรือชื่อใหม่คือแชรินพูดทำลายความเงียบ

ทุกคนต่างรู้ความรู้สึกของผู้ร่วมชะตากรรมดีว่ารู้สึกเช่นไร ทุกคนต่างมิได้มีใครอยากมาที่นี่ เพราะไม่มีเเวมไพร์ตนใดหรอกที่อยากลดศักดิ์ศรีมารับใช้ไลน์เเคนเผ่าพันธ์ที่ตนเเสนจะชิงชัง
แต่ทุกคนต่างเสียสละเพื่อพวกพ้อง เพราะเเวมไพร์ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีมามากเกินพอแล้ว
.
..
.
"มานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้" ยองเบหรือโซลถามเมื่อเขาเดินออกมาพบเพื่อนรักนั่งทอดอารมณ์มองดวงจัทราครึ่งเซี้ยวอยู่หน้าบ้าน

"ข้ากำลังกังวลใจยองเบ" จียงถอนหายใจหนักบ่งบอกถึงความกังวลที่ปิดไม่มิด

"เรื่องใดกันนะที่ทำให้เพื่อนรักผู้เด็ดเดี่ยวของข้า เป็นเช่นนี้ได้" ยองเบพูดแหย่ เขาไม่รู้ถึงความกังวลใจของคนตรงหน้าจริงๆ เพราะเท่าที่รู้จักกันมาจียงเป็นคนฉลาด สุขุมรอบคอบ
เขาไม่เคยไดเห็นจียงกังวลถึงเพียงนี้มาก่อน

"เจ้ารู้เรื่องที่ไลแคนจะกลายร่างครั้งแรกในคืนจันทร์เต็มดวงครั้งแรกเมื่ออายุครบ 18 ปีเต็ม ใช่มั้ย" ยองเบพยักหน้ารับเรื่องนี้เป็นที่รู้กันดี ไลแคนหนุ่มจะกลายร่างครั้งแรกในคืนพระจัทร์เต็มดวงครั้งแรกหลังจากอายุครบ18ปี

"นั่นแหละ แล้วข้าเล่ายองเบ เลือดผสมอย่างข้า จะต้องกลายร่างด้วยหรือไม่ อีกไม่นานข้าจะอายุครบ18แล้วนะ หากว่าเป็นเช่นนั้นข้าควรทำเช่นไรดี" จียงไม่รู้ยองเบก็ไม่รู้
สองสหายรักนั่งมองดวงจันทร์จนเกือบฟ้าสาง ก่อนที่จะแยกย้ายกันเตรียมตัวเพื่อสิ่งที่พวกเขาตั้งใจมาทำต่อไป
รุ่งขึ้น นายทาสเดินทางมารับตัวจียงและเพื่อนๆแต่เช้าตรู่เพื่อเตรียมตัวในการคัดเลือก เขาได้อธิบายถึงบุคคลที่ต้องไปพบให้เหล่าเเวมไพร์ฟัง

ตนเเรก ลูเซีย ประมุขเเห่งสายพันธุ์หมาป่า หากเเต่ลูเซียไม่เลือกเเวมไพร์มารับใช้นานแล้ว ลำดับเเรกจึงเป็นขององค์รัชทายาท"เทมป์"จีดราก้อนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยที่ไลน์แคนที่ตนอยากไปอยู่ด้วยไม่เลือกทาสแล้ว

ลำดับรองมาจะเป็นเจ้าชายตัวน้อยที่รักของทุกๆคนในปราสาท"ซึงรี"
ต่อด้วย”ดองวุคและคนสุดท้ายยุนโฮ”ถึงเเม้ตามอายุทั้งสองจะอาวุโสกว่าเทมป์เเละซึงรีแต่ด้วยเป็นบุตรของโอรสองค์ที่สองจึงถือว่าต่ำศักดิ์กว่าแต่เทมป์กับซึงรีก็รักทั้งสองประหนึ่งพี่ชายเท้ๆ
เทมป์มีองครักษ์ประจำกายคนสนิทอยู่เเล้วคือ
เท็ดดี้ และเเดซอง ทั้งสองเติบโตมาพร้อมๆกับเทมป์ เท็ดดี้สูงวัยกว่าส่วนเเดซองนั้นอ่อนวัยกว่านิดหน่อยจึงเป็นเพื่อนเล่นกับซึงรีได้เป็นอย่างดี
คาลอสนายทาสพาเหล่าเเวมไพร์เดินลัดเลาะมาทางปราสาทส่วนใน โดยมีแทบินเเวมไพร์ทาสรุ่นพี่ผู้รับใช้ส่วนตัวของดองวุคเป็นผู้ออกมานำทาง
ระหว่างทางแทบินลอบมองจีดราก้อนเป็นระยะแวมไพร์หนุ่มรู้สึกได้ถึงความพิเศษของทาสรุ่นน้อง
ดวงตาสีบุษราคัมนั่นไม่ใช่ว่าทุกตนจะมีได้ง่ายๆ
เขาไม่ได้พบเห็นดวงตาสีนี้มานานเกือบจะ20ปีได้แล้วกระมังตั้งแต่นางผู้นั้นออกจากที่นี่ไป

เพล้ง!!!!!!โคร้ม!!

"ออกไป!!"เสียงทรงอำนาจประกาสก้อง
"ไปตามพี่เท็ดดี้กับเเดซองมาส่วนพวกเจ้าๆพวกมนุย์ออกไปแล้วอย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกก่อนที่ข้าจะฉีกพวกเจ้าเป็นชิ้นๆ"

"ท่านเทมป์อาละวาดอีกแล้วหรือแทบิน" คาลอสเอ่ยถาม

"ท่านรู้เรื่อง 'มินอา'ใช่มั้ย ตั้งเเต่นางหนีไป ท่านเทมป์ก็อารมณ์ขึ้นๆลงๆไม่อยู่กับร่องกับรอย แลดูจะหนักไปในทางขึ้นซะส่วนใหญ่เสียด้วยน่ะสิ
แล้วนี่ยิ่งใกล้วันกลายร่างครั้งแรกด้วย
นอกจากพวกเราที่เคยๆกันแล้วใครเข้าหน้าก็ไม่ติด ใครทำอะไรก็ไม่ถูกใจนี่คงอาละวาดผู้ดูแลคนใหม่ที่ส่งไปเมื่อวานกระมัง
นี่คนที่7แล้วนะท่าน
ขนาดคนที่เข้าไปปรนนิบัติ ยังถูกตะเพิดออกมากลางคันเลย" แทบินพูดกลั้วหัวเราะถึงจะต่างเผ่าพันธ์แต่คาลอสและแทบินสนิทกันมากพอสมควรเพราะแดนนี่อยู่ที่นี่มานาน และคาลอสก็ไม่ได้รังเกียจรังงอนอะไรแวมไพร์นัก

เหล่าเเวมไพร์ต่างก็กลัวที่จะไปอยู่กับองค์รัชทายาทเพราะเท่าที่ดูมันคงจะรับมือยากพอดู แต่จียงกลับไม่คิดเช่นนั้น หากเขาทำให้ว่าที่ประมุขคนต่อไปสยบต่อเขาได้ แผนการทุกอย่างก็จะง่ายขึ้น
.
..
...
..
.
To be con......
05/18(日)20時37分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Blood Blond I EP.1

Title BlooD BlonD...Firstpart

Pairing Tempo x G Dargon

Rating PG15-NC18

[SM WARNING]

Genre AU Darma Romantic Fantasy [??]

Note:

คริสตศักราช1888

Transilvenia

ในยุคเเห่งการเเย่งชิงอำนาจ ระหว่างสายเลือดเเห่งรัตติกาล”เเวมไพร์ ”เเละสายเลือดเเห่งหมาป่า”ไลเเคน”

สงครามระหว่างสายพันธุ์ดำเนินไปอย่างไร้จุดหมายที่จะสิ้นสุดหากเเต่หนึ่งบุรุษผู้หยุดสงครามครั้งนี้ได้เผยตัวขึ้น

'เกรเบรียล'บุรุษผู้ที่มีอดีตเป็นถึงพระหัตถ์ซ้ายของพระเจ้า ได้สังหาร'ท่านเคาท์ดากูลี'หรือเเดร็กคิวล่าผู้เป็นใหญ่ที่สุดในสายเลือดเเห่งราตรี

ด้วยการที่ตนยอมถูกไลเเคนกัดและในวันพระจันทร์สีเลือดในครั้งเเรก ผู้เปลี่ยนชะตาโลกได้กลายร่างเป็นมนุษย์หมาป่าเพื่อสังหารแวมไพร์ที่นับตามศักดิ์ได้ว่าสูงส่งเเละเเข็งเเกร่งที่สุดตนหนึ่ง

นับจากวันนั้นไลเเคนเผ่าพันธุ์ที่เคยต่ำต้อยมีสถานะเยี่ยงทาสของเหล่าเผ่าพันธุ์สีเลือด ก็ได้รับรู้ว่า ตนนั้นเเข็งเเกร่งกว่าแวมไพร์ผู้สูงศักดิ์เป็นไหนๆ

พวกหนึ่งฮึกเหิมในพลังใหม่ที่ตนได้รับรู้

อีกพวกหนึ่งระส่ำระสายเพราะต้องสูญเสียซึ้งผู้ที่เคยปกครองคุ้มหัว

ดังนั้นเหตุการณ์จึงเปลี่ยนผู้ที่เคยเป็นทาสกลับใช้พละกำลังที่มีเพื่อผันตัวมาเป็นใหญ่

ส่วนเผ่าพันธ์ที่สูงศักดิ์หากเเต่อ่อนแอกว่ากลับกลายมาต้องเป็นผู้ศิโรราบ

.

..

.

หลายปีต่อมา ทรานซิลวาเนียเกิดแผ่นดินไหวเหล่าไลน์แคนได้อพยบถิ่นฐานมาพำนักในที่ใหม่ ที่ราบแถบเอเชียโดยไม่ลืมที่จะพาเหล่าทาสมาด้วย

มนุษย์หลายต่อหลายคนถูกเปลี่ยนให้เป็นแวมไพร์เพื่อต่ออายุเผ่าพันธ์ทาสตามที่ผู้เป็นใหญ่กังวลว่า จะไม่มีทาสชั้นเลิศเพียงพอต่อความต้องการของเหล่าผู้สูงส่ง

สิ่งที่เปลี่ยนอย่างเห็นได้ชัดคือชื่อเสียงเรียงนามที่เปลี่ยนแปลงไปบ้างตามถิ่นฐานที่อยู่

รวมถึงโครงหน้าที่เปลี่ยนไปตามเชื้อชาติ

.

..

.

ในยุคที่ไลเเคนกุมอำนาจโลกไว้ในมือ

ระหว่างเผ่าพันธ์

ไลแคนคือผู้ยิ่งใหญ่ มนุษย์คือเผ่าพันธ์ที่อ่อนเเอจำเเนกอยู่ในหมวดหมู่ของเผ่าพันธุ์ที่มีไว้เพื่อให้ไลเเคนผลิตทายาท

เนื่องด้วยทุกชีวิตที่เกิดใหม่ภายใต้สายเลือดหมาป่าจะเป็นบุรุษเท่านั้น

ไลแคนจึงจำเป็นต้องใช้มนุษย์เพื่อผลิตทายาทสืบเผ่าพันธุ์เพราะทายาทที่กำเนิดจากมนุษย์จะได้ไลเเคนเลือดบริสุทธิ์เพราะเลือดของมนุษย์จะถูกเลือดของไลเเคนดูดกลื่นโดยอัตโนมัต ดังนั้งเหล่าหมาป่าจึงไม่ต้องกังวลถึงเรื่องใด

ส่วนเเวมไพร์นั้นเปรียบได้ดั่งทาสอันต่ำต้อยผู้ที่เคยสวยงามเเละสูงส่งเท่านั้น

ทุกชีวิตที่เกิดภายใต้เผ่าพันธุ์เเห่งรัตติกาลจะถูกนำมาเป็นผู้รับใช้ในสิ่งที่เผ่าพันธุ์ที่เเกร่งกว่าต้องการ ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นเเม้เเต่การร่วมรัก

เเต่การผสมสายเลือดข้ามสายพันธ์เป็นสิ่งต้องห้าม เสพย์สมได้เเต่ห้ามมีพันธะใดๆเพราะเลือดเเวมไพร์มิได้อ่อนด้อยดังเลือดมนุษย์ เหล่าไลแคนจึงกลัวว่าหากมีสายเลือดลูกครึ่งสองสายพันธ์ออกมาจะไม่เป็นการดี เพราะหากว่าเลือดในกายของผู้กำเนิดใหม่นั้นมีเลือดเเวมไพร์เข้มข้นกว่า เผ่าพันธุ์ที่เคยอ่อนแออาจเเข็งเเกร่งขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นได้

ในเผ่าพันธุ์หมาป่ามีการเเบ่งชั้นยศถาบรรดาศักดิ์อย่างชัดเจน

ไลเเคนผู้ที่สืบสายพันธ์ตรงจากเกรเบรียลนับเป็นไลเเคนราชาคอยปกครองเหล่าไลเเคนเเละเผ่าพันธุ์อื่นๆ

”เทมป์”ไลแคนหนุ่มรัชทายาทเชื้อสายตรงจากเจ้าไลแคนผู้ถูกวางตัวให้เป็นราชาองค์ต่อไปต่อจาก ”ลูเซีย”ผู้เป็นบิดา

ไลแคนหนุ่มรูปงามหาใครเปรียบแถมด้วยตำเเหน่งราชาองค์ต่อไป ไม่เเปลกที่ชายหนุ่มจะเป็นที่หมายตาของสตรีทั่วไปแต่หากกิตติศัพท์ความร้ายกาจของเจ้าตัวก็เป็นที่กล่าวขานไม่เเพ้กัน เพราะฐานันดรอันสูงส่ง จึงมีเเต่ผู้เอาใจจนชายหนุ่มเป็นคนเอาเเต่ใจอย่างเต็มขั้น อยากได้อะไรต้องได้ และทุกครั้งก็ได้เเบบไม่มีข้อเเม้ใดๆเพราะจะมีหน้าไหนหล่ะที่กล้าขัดใจว่าที่ราชา

........

ณ.หมู่บ้านเเวมไพร์ทาส ที่นี่คือที่ผลิตทาสชั้นดีที่ทุกปีจะมีคนจากวังราชามาคัดเลือกเเวมไพร์ทั้งชายหญิง เพื่อนำไปรับใช้ เหล่าราชนิกูลในวัง ปีนี้ก็เช่นกัน ที่นี่มี ”คารอส” ไลเเคนรุ่นใหญ่เป็นผู้ดูเเล หลังจากที่ทางวังได้คัดเลือกเป็นที่เรียบร้อย เเวมไพร์ที่ไม่ถูกเลือกจะถูกขายให้กับไลเเคนผู้มีอันจะกินนำไปเป็นทาสต่อไป

............

”จีดราก้อน”เเวมไพร์สายเลือดผสมผู้ต่ำต้อยอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านเเวมไพร์ทาสกับเเอนนาหญิงสาวที่แวมไพร์หนุ่มเรียกว่าเเม่ หากเแต่คนในหมู่บ้านรู้ดีว่าเเอนนาไม่เคยมีคู่ครองเเล้วนางนั้นมีบุตรได้อย่างไร ชาติกำเนิดของจีดราก้อนนั้นมีเพียงเเอนนาเท่านั้นที่รู้

//18ปีที่เเล้ว

ซอนย่า สายเลือดที่เหลือรอดเพียงหนึ่งเดียวของท่านเคาท์ดากูลีเเดร็กคิวล่าผู้ยิ่งใหญ่ หากต้องเสียท่าให้กับไลน์แคนเพียงวันเดียวอย่างเกรเบียล

ในวันที่บิดาเเละพี่น้องนางถูกสังหารล้างตระกูล เป็นวันเดียวกับที่นางเดินทางไปเคารพศพผู้เป็นมารดาที่นอกเมือง และบุตรธิดาของเคาท์ดากุลีก็มีมากเกินจะนับ

เหล่าไลเเคนจึงไม่รู้ว่านางเป็นสายตรงตนเดียวที่ยังรอดชีวิตนางได้รับความช่วยเหลือจากเเวมไพร์เฒ่าใจดีตนหนึ่งจึงทำให้นางได้มาอยู่ที่หมู่บ้านเเวมไพร์ทาส

หลังจากนั้นนางถูกเกณฑ์เข้าไปรับใช้ในวัง ราชนิกูลสูงส่งที่นางรับหน้าที่ดูเเลคือ”เลเชี่ยน”อนุชาองค์ทุดท้องของลูเซียกษัตริย์เเห่งไลเเคน ความที่เเวมไพร์สาวมีรูปร่างหน้าตาที่สวยงาม จึงต้องใจไลแคนหนุ่มได้ไม่ยาก จากเเค่ต้องใจความสัมพันธ์ของทั้งคู้ได้พัฒนามาเป็นความรักที่ไม่สมควร

หลังจากนั้นไม่นาน ในครรภ์ของซอนย่าได้มีสายเลือดต้องห้ามกำเนิดขึ้น เลเชี่ยนเลือกที่จะเก็บพยานรักนั่นไว้โดยให้ซอนย่าออกไปจากวังโดยบอกทุกคนว่านางนั้นป่วยหนักในโรคที่หน้ารังเกียจ และตัวเขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่เรื่องที่กำลังจะจบด้วยดีกลับเเดงขึ้นเมื่อ”ฮยอนวา”หญิงสาวชาวมนุษย์ที่ถูกคัดเลือกมาเพื่อให้เลเซี่ยนผลิตทายาท หากเเต่เขาไม่เคยข้องเกี่ยวทางกายกับนางเเม้เเต่น้อย ได้ไปพบเห็นเลเชื่ยนที่กำลังเเอบลักลอบออกไปพบซอนย่าในวันที่เเวมไพร์สาวให้กำเนิดสายเลือดของเขา นางนำเรื่องนี้ไปบอกแก่ราชา

ลูเซียนำเหล่ามือสังหารไลเเคนรุดไปที่นั่นทันที เขายื่นข้อเสนอให้น้องชายคนเดียว สังหารซอนย่าเเละลูกซะแลกกับการที่ตนจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เเต่เลเชี่ยนกลับเลือกทางเดินตรงกันข้าม เขาเลือกใช้กำลังทั้งหมดเพื่อปกป้องคนรักเเละสายเลือดของเขา

ซอนย่าหนีไปได้ในขณะที่เลเชี่ยนก็ไม่อาจต้านทานพลังของพี่ชายได้นานนัก จนในที่สุดก็มีมือสังหารบางคนตามซอนย่าไปจนได้ นางจนมุมที่หน้าผา และตัดสินใจเลือกทางรอดทางสุดท้ายที่มีโอกาสรอดเพียงน้อยนิด

นางกระโดดลงไปพร้อมลูกน้อยในอ้อมเเขน ร่างของนางลอยละลิ่วสู้พื้นล่าง เหล่าไลเเคนเห็นดังนั้นจึงคิดว่านางไม่มีทางรอดเเน่จึงพากับกลับไปรายงานราชา เลเชี่ยนรับรู้เรื่องนั้นด้วย เขาเสียใจมากเขาต่อต้านพี่ชายทุกวิถีทาง

ราชาลูเซียหมดทางเลือกจึงจำต้องสั่งขังน้องชายไว้ที่คุกใต้ดินตลอดมา

ส่วนทางซอนย่า นางไม่ได้สิ้นชีพในทันทีหลังจากที่ตกลงมา ด้วยสายเลือดที่เเข็งเเกร่งนางได้ใช้ร่างกายทั้งหมดปกป้องสายเลือดของชายอันเป็นที่รักไว้

ร่างสะบักสะบอมของเเวมไพร์สาวนอนหายใจรวยระรินที่เชิงผา แอนนาเเวมไพร์ผู้เป็นธิดาของ”ไอเนอร์”หมอประจำหมู่บ้านได้ออกมาเก็บสมุนไพรเเละพบเข้าพอดี

ซอนย่ารู้ชะตาตัวเองนางรู้ว่านางไม่รอดเเน่เเล้ว จึงได้ฝากสายเลือดเพียงคนเดียวของนางไว้กับเเอนนาโดยมอบจี้เงินรูปตัว วีเเละเเอลซ้อนทับกันอยู่มันคือสิ่งที่คนรักของนางทำให้เพื่อยืนยันความรักของไลเเคนที่มีต่อเเวมไพร์และสิ่งนี้จะยืนยันชาติกำเนิดของเด็กน้อยได้หากวันใดได้พบกับผู้เป็นบิดา นางตั้งชื่อให้ทารกน้อยว่า”จีดราก้อน”//

เเอนนาไม่เคยปกปิดเรื่องนี้กับจีดราก้อนนางเล่าทุกอย่างให้เเวมไพร์เลือดผสมฟัง พร้อมย้ำทุกครั้งว่าเรื่องนี้คือความลับ

แต่สิ่งที่นางเล่านั้นมีบางอย่างที่ผิดไป บิดาของเเวมไพร์น้อยยังมิได้สิ้นชีวิตตามที่นางบอก

.

..

.

หลายปีต่อมาแวมไพร์น้อยเติบโตมาอย่างงดงามด้วยการเลี้ยงดูปลูกฝังมาเป็นอย่างดีของแอนนา นางสอนทุกสิ่งที่นางรู้แกเขารวมถึงตัวแวมไพร์น้อยเองที่มุ่งมั่นเรียนรู้ไปทุกเรื่อง

มีแกจีดราก้อนดังนั้นแวมไพร์หนุ่มจึงเก่งพร้อมไปทุกด้านไม่ว่าจะหน้าตาหรือความรู้

"จีดี" เสียงเรียกจากสหายรักดังขึ้นในขณะที่ชายหนุ่มเลือดสีเงินยืนรับลมอยู่ที่ริมผา ที่เดียวกับที่เเอนนาเเม่บุญธรรมของเขาบอกว่าเเม่บังเกิดเกล้าของเขากระโดดลงไป

"ว่าไงเจ้ามีอะไรกับข้ารึ”โซล” " เสียงตอบกลับสบายของเเวมไพร์น้อยเรียกความข้องใจให้สหายรักตั้งเเต่เด็กอย่างเขาได้เป็นอย่างดี

"นี่เจ้าไม่ร้อนใจบ้างรึ พรุ่งนี้เเล้วนะวันคัดตัวทาสเข้าวัง" เเวมไพร์หนุ่มร่างล่ำสันพูดขึ้น

"ร้อนใจไปใย เจ้าก็รู้จุดประสงค์ข้า" เเวมไพร์น้อยยกยิ้มที่มุมปากพร้อมเดินมาตบไหล่เเกร่งของสหายรักเบาเหมือนเป็นการบอกให้เพื่อนรักคลายกังวล

"แต่มันอันตรายเพียงใดเจ้าก็รู้ ที่นั่นมีเเต่ไลแคนหื่นกระหาย เเละหากว่ามันรู้ความลับของเจ้า ข้าไม่อยากให้เจ้าชะล่าใจ" แววตาเป็นห่วงยังฉายชัดในดวงเนตรเรียวเล็กของเพื่อนรัก ไม่มีสิ่งใดเป็นความลับระหว่างเขากับคนตรงหน้ารวมถึงเรื่องชาติกำเนิดของเขาด้วย เแวมไพร์น้อยรู้ดีว่าที่เเห่งนั้นอันตรายเพียงใด แต่ความตั้งใจของเขาเเน่วเเน่เกินกว่าสิ่งที่จะเผชิญต่อไปในภายภาคหน้าจะมาทัดทาน

"เจ้าก็ไปกับข้าอยู่เเล้วนี่ มีเจ้าอยู่ข้างข้าก็อุ่นใจไปมากเเล้วโซล" เเวมไพร์น้อยยิ้มให้เพื่อนรักก่อนจะหันหน้าไปทางหน้าผาอีกครั้งใบหน้างดงาม เพราะเชื้อพันธุ์ชั้นสูงในกายเงยขึ้นมองที่ของฟ้าที่ไร้ดวงสุริยาตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะเอ่ยขึ้น

"ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยชีวิต ข้าจะต้องฆ่าลูเซียผู้นั้นให้จงได้ ข้าจะกอบกู้ศักดิ์ศรีและเรียกคืนความยิ่งใหญ่ให้กับพี่น้องของพวกเรา ข้าสัญญา''

.

..

...

..

.

To be con...
05/18(日)20時35分 |Blood Blond Iコメント(0)トラックバック (0)

Lost Child EP.7 *~Party END~*

(SF) Lost child … Let’s go Party

Pairing : Tempo & G Dragon

Rating : ?????

Genre : Comedy

Note : เด็กเสี่ยเดอะซีรีย์







นาฬิกาตีบอกเวลาของวันใหม่ ช่วงเวลาที่ควรคู่แก่การพักผ่อน หากแต่เวลานี้ชั่วโมงพักผ่อนของผม กลับมีไอ้ตัว(หลายตัว)ที่ไม่พึงประสงค์อยู่เต็มห้อง พวกมันกำลังจัดการรุกล้ำเพื่อทำการครอบครองอณาจักรที่ควรเป็นของผมทีละส่วน

เริ่มด้วยพี่ชายสุดที่รัก(นี่กรูประชด)ที่กำลังพยามผสมค็อกเทลเชี่ยอะไรซักอย่างอยู่ที่เคาท์เตอร์บาร์แล้วก็เหมือนเคยแหละครับ หน้าตาไม่น่าเอาเข้าปาก สีแม่งตุ่นๆ จะเขียวก็ไม่เขียวจะฟ้าก็ไม่ฟ้า จะแดงก็ไม่น่า ช้ำเลือดช้ำหนองเหมือนคนทำ แต่สามีในตำนานที่แสนประเสริฐก็ยังทำหน้าที่อวยได้อย่างไม่มีข้อบกพร่อง น่ากินบ้างหล่ะ สีสวยบ้างหล่ะ สวยมากมึงก็แดรกเองนะครับพี่อย่าได้หาคนไปตายแทน เสี่ยไหว้หล่ะ(เหมือนจะเก่งนะมึง)

ตามมาติดๆที่พี่เท็ดดี้ที่พาเมียตัวเตี้ยกว่าครึ่งยึดครองทีวีผมไว้ อยู่หน้าทีวี แต่แม่งก็ไม่ได้ดูทีวีนะ แม่งนั่งเล่นไอแพด แล้วมึงจะนั่งหน้าทีวีทำไมครับ พี่เบ็กกี้เล่นเกมส์อะไรซักอย่าง ส่วนพี่เท็ดดี้ก็นอนหนุนตักเมียฟังเพลง เหมือนเข้าสู่โหมดโลกส่วนตัว แล้วแบบถ้าอยากส่วนตัวมากนัก มึงก็กลับไปส่วนตัวกันที่ห้องมั้ยครับพี่ครับ กูก็อยากส่วนตัวเหมือนกัน

เล่านิดนึง พี่เท็ดดี้หรือปาร์คฮงจุน เฮียหมีแกเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของพี่แทบินและเป็นน้องชายแท้ๆของปาร์คกาฮีแม่ของจียง สองคนนี้สนิทกันมากจนแทบจะเป็นพี่น้องจริงๆกันได้ พี่เท็ดดี้ที่จียงเรียกว่าป๋า เป็นคนช่วยเลี้ยงจียงมาตั้งแต่เด็กรวมถึงพี่แทบินด้วย สองคนนี้ถึงได้หวงจียงมาก

ส่วนพี่เบ็กกี้เนี่ยเป็นเจ้าของร้านทำผมที่จียงชอบไปบ่อยๆ แล้วคนพาไปก็จะเป็นใครได้นอกจากพี่หมีใหญ่ ทำผมไปทำผมมา พี่เท็ดดี้ก็ได้เจ้าของร้านทำผมมาเป็นเมียเจริญมั้ยหล่ะ

ถ้ามองไปที่ระเบียงคุณจะพบเหล่าเสือสิงกระทิงเปลี่ยวสามตัวที่ยืนอมควันเผาป่ากันอยู่ ประกอบด้วย

คิมจีนู คนนี้เป็นเพื่อนพ่อจียงครับ จริงๆพี่แกเป็นเพื่อนๆของพี่เท็ดดี้นั่นแหละทำไปทำมาเฮียแก กับลุงฌอนอีกคน ก็ไปสนิทสนมเข้ากลุ่มตีกอล์ฟกับพ่อจียงไปได้ไงไม่รู้หน้าตาไม่น่าตีกอล์ฟน่าจะถนัดตีไก่มากกว่า

คนที่สองคือ คิมคุช เฮียเถื่อนประจำกลุ่ม ผมก็ไม่เข้าใจนะว่าเฮียแกจะพยามดิบเอาโล่รึไงหรือใครหลอกแกวะว่า ผู้ชายเถื่อนๆเท่

ท่านสุดท้าย โอจินนี่ พี่จินฮวาน อย่าไปเรียกแกว่าจินนี่ต่อหน้าสาธารณะชนนะ ได้โดนตบกะบาลแยก พี่จินฮวานเป็นหนึ่งในแก๊งพี่แทบิน พี่เค้าหน้าหวานๆแต่นิสัยกับรอยสักไม่เข้ากับหน้าซักนิด

ในครัวมีคังแดซอง ควอนจียง ทงยองเบและชเวซึงรี(คล้องจองเพื่อให้ดูมีชาติตระกูล)

กำลังเตรียมกับแกล้มกันอยู่ คนทำจริงๆคงมีแค่จียงกับแดซอง ส่วนซึงรีไอ้น้องตัวแสบกับไอ้ล่ำยองเบออกแนวไปก่อกวนมากกว่า

ฝั่งซ้ายของห้องมีไอ้เพื่อนรักยุนแจกำลังร้องเกะกันอย่างเมามันส์ โดยมีไอ้ยูชอนกับเมียปลาโลมาโต้คลื่นของมันเป็นแดนซ์เซอร์ ที่บ้านแม่งไม่มีรึไงวะมาแหกปากบ้านกูอยู่ได้ จะน่าสงสารหน่อยก็ไอ้คุณชายจากโลกที่สาม ฮยอนจุง ที่โดนบังคับให้เต้นไปด้วยแบบดูหน้าก็รู้ว่าโคตรจำใจ ก็นะผู้ชายหล่อๆห้าคนเต้นเพลงHot issue (ของBigbangเหรอวะเสี่ย?)

เหอะไม่ใช่ของสาวๆ 4minuteว่ะมึง ฮาดีไหมเล่าเหล่าไอดอล แล้วแต่ละเพลงที่ร้องมาเนี่ย โคตรขัดกับภาพพจน์เลยอ่ะ คือพวกมึงเพื่อนกูนะ แล้วเพื่อนกูก็ต้องรุ่นราวคราวเดียวกับกูมะ? รักษาภาพลักษณ์กูหน่อยมะกูเป็นเสี่ยนะเพื่อน(กูว่ามึงไม่น่าจะมีแล้วนะภาพเภิบเนี่ย)



ติ๊งหน่องๆๆๆๆๆๆ



แม่งยัง ยังไม่พอ ใครมาอีกวะ ห้องกูนี่แม่งเป็นสวนสาธารณะรึไง ห่าน..(สบถได้คอกนามากมึง)

“ใครอีกวะแม..................................มาๆเข้ามาเลยค่ะ มาได้ยังไงคะคนสวย” งงๆๆกันสินะครับไม่ต้องงงครับกับคนสวยๆเราพูดไม่เพราะไม่น่าจะได้ใช่มะนี่คนสวยมาไม่ต้องงงว่าคนสวยเป็นใครบอกได้คำเดียวว่าสวยแค่นั้นก็พอ

“ฮาอึม วิ่งมาทำไมไม่รอป๊าคะ” เสียงคุณพ่อลูกสามดังตามมา แล้วแถมอุ้มฮารังหรือหนุน้อยยองเบสองมาด้วย พี่ครับพี่รู้มั้ยว่าข้างในห้องผมมีอะไรบ้างเอาลูกมาทำไมเนี่ย ห้องผมตอนนี้มันห่างไกลกับความเหมาะสมต่อเยาวชนมากเลยนะตัวเฟรี้ยยั๊วเยี๊ยเต็มห้องเลยอ่ะ

“จียงโอปป้าขา..............”สาวน้อยลากเสียงยาวเรียกเด็กผมครับ ฮาอึมชอบจียงมากเพราะจียงของผมน่ารักใจดี ดูแลเด็กๆได้สวยงดงามแล้วก็..(พอๆเหอะเสี่ยอวยเมียตัลหลอด)

“ขา...ว่าไงคะสาวน้อยของโอปป้า วันนี้ฮาอึมของโอปป้าสวยจังเลยเนี่ย”จียงเอ่ยชม นี่ก็นางงามครับรักเด็กรักสัตว์ รักเสี่ย ห๊ะ..

“หนูสวยเหรอคะ งั้นโตขึ้นหนูจะเป็นเจ้าสาวของจียงโอปป้านะคะ โอปป้าจะได้มีเจ้าสาวสวยๆไงเนอะ” สาวน้อยยักหน้าหงึกๆ จียงของผมก็พลอยพยักเพยิดไปด้วย ฮาอึมนะฮาอึม จะมาตีท้ายครัวกันซะแล้ว เห็นเป็นเด็กนะ ยอม....

“ฮารังเดินเข้าไปหาคนที่หน้าตาเหมือนน่าจะเป็นพ่อบังเกิดเกล้ามากกว่าพ่อจริง หรือจริงๆไอ้เตี้ยยองเบ้มันแอบไปเป็นชู้กับเมียลุงแกวะ (นรกจะกินกบาลนะเสี่ย)

แต่ว่าคงเป็นไปไม่ได้หรอกก็ไอ้ยองเบมันเพิ่งโตเมื่อปีที่แล้ว แล้วพอโต ก็เห็นมาเดินตามตูดไอ้มักเน่ของผมต้อยๆเหมือนตัวอะไรซักอย่างตอนเดือนสิบสองอ่ะ (เข้าใจเปรียบ)

อาหารที่ตระเตรียมมาพร้อมที่โต๊ะ ฮารังกับฮาอึมที่ไม่เข้าใจในตอนแรกว่าเฮียพามาทำซากอะไรแต่ตอนนี้รู้แล้ว นั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้อง ลุงแกให้เหตุผลว่าที่ต้องพาสองแสบนี่มาด้วยเพราะเจ๊ภรรยาอันแสนสวยไม่ว่าง ลุงแกที่ที่บ้านไม่มีใครอยู่เลยจำเป็นต้องพาเด็กน้อยออกมาผจญโลกอันโหดร้าย จริงๆผมว่าลุงอยู่บ้านแล้วเอาลูกเข้านอนอย่างสงบจะง่ายกว่าป่ะวะ

ทุกคนมาล้อมวงที่โต๊ะตัวกลางห้อง นั่งพื้นบ้างโซฟาบ้างตามวรรณะ แก่ๆอวุโสก็นั่งสูงเด็กๆต่ำต้อยก็พื้นไปตามระเบียบ ส่วนผม ถ้าถามว่านั่งไหน ก็ตอบได้เลยครับว่า เสี่ยอย่างผม



หึหึ.......



......นั่งพื้นครับ

ก็แหม ถึงผมจะเป็นเสี่ย แต่คนอื่นเขาระดับเจ้าสัว

ยองเบทำหน้าทีรินเหล้าอย่างแข็งขัน ผมไม่รู้ว่ามันผสมเหล้าหรือกำลังจะโบกปูนฝาบ้านกันแน่นะ แม่งหนาโคตร นี่มึงกะจะมอมพวกกรูแล้วลากซึงรีไปทำมิดีมิร้ายป่าววะ

(ทำไมคิดงั้นวะโป้?)

..ก็กรูเคยทำ เฮ้ยไม่ใช่ละ (สารเลวค่ะเสี่ย)

ราวตีสอง การนั่งซัดแอลกอฮอล์เข้าเส้นเลือดอย่างเดียวมันก็ไม่เป็นการสะใจเชวเซเว่นอีกต่อไป จึงเริ่มคิดเกมส์มหาประลัยเข้ากับนิสัยมาเล่น

เกมส์แรก เกมส์พูดความจริง ฟังดูไม่เห็นจะยากใช่มั้ยครับ แค่หมุนขวด ตกที่ใครคนนั้นจะถูกถาม และต้องตอบแต่ความจริงเท่านั้น ถ้าไม่กล้าตอบหรือตอบไม่ได้ ก็ซัดเหล้าไปตามระเบียบ ซึ่งก็ไม่น่าจะยากเพราะแต่ละคนมาก็เพื่อกินเหล้าอยู่แล้ว

แต่.............ถ้าอะไรๆมันง่ายขนาดนั้นก็ไม่ใช่ซ้อเจ็ดสิครับ ระดับ เซเว่น เกมส์มันต้องวิปริตจิตวิตถารกว่านั้น เพราะเกมส์กติกาของมันคือ ถ้าใครไม่ตอบ ก็ต้องถอด

มึงต้องการดูอะไรครับ

ผมกับพี่เท็ดดี้เตรียมตัวขอลาจากเกมส์นี้ แต่ทุกคนทราบใช่ไหมครับว่า ไม่มีใครใหญ่ไปกว่าเชวดองวุค เพราะงั้น ทั้งผมและเฮียหมีจึงได้แต่นั่งสวดภาวนาขอให้ ปากขวดเหล้ามันไม่หมุนมาตกที่กู

เริ่มรอบแรกด้วยการหมุนโดยนางพญาป่าช้าแตก คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าใคร

ขวดเหล้าหมุนติ้วๆไปตามแรงเฉื่อยของโลก ก่อนที่จะค่อยๆชะลอตัวช้าๆ ช้าลง ช้าลง

ช้าลงเรื่อยๆ และหยุด.........................

ผู้โชคดีคนแรกมาพร้อมเสียงโห่อย่างเซ็งๆจากหลายๆคน คังแดซอง ไอ้ตี๋ดูไม่สะทกสะท้านเท่าไหร่ เพราะตัวมันไม่ได้มีความลับอะไรมากนัก

“มากูถามเอง”เฮียคุชเปิดปากพูดเป็นครั้งแรกของวันตั้งแต่เข้ามาก็เอาแต่กินเหล้ายืนทำเถื่อนไปอย่างไร้ค่า ตอนนี้คงอยากมีบทบาทบ้างแล้ว ว่าแต่เฮียแกอยากรู้อะไรจากไอ้แดซองวะครับ

“ ไอ้แด มึงได้กับไอ้จินฮวานรึยังวะ” โอ้วใครจะคิดครับ แดซองไม่มีเรื่องปิดบังอะไร แต่โอจินฮวานมี

“สัสพี่คุช อย่าโยง” พี่จินนี่ด่าเสียงหลงเลยครับ แหมยังดีนะยังมีเรียกพี่นำหน้า แต่ไอ้ที่มีสัสอยู่หน้าพี่นี่มันคือเคารพกันแล้วเหรอวะครับ งามไส้แล้วมึงทีนี้ แล้วอย่างนี้ไอ้แด้มันจะตอบไงวะ

“อะไรๆ กูไม่ได้ถามมึงนะจินฮวาน” พี่คุชยังคงตีหน้ามึนได้อย่างกวนส้นตีนที่สุดครับ ผมว่าถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่อาจมีถีบยอดหน้า

“คือๆ เอ่อ” คังแดซองมองหน้าเพชฌฆาตอย่างหวาดหวั่นก่อนที่จะ



....ถอดเสื้อครับ....

ถ้ามึงกล้าตอบมึงก็เก่งละ

หมุนขวดรอบสองโดย ลุงฌอน ลุงแกขอหมุนโดยให้เหตุผลง่ายๆว่า กูแก่สุด ชนะเลิศ

ชเวน้องรักของผมเป็นผู้โชคดีครับ ซึงรีต้องเสียเสื้อไปเพราะคำถามง่ายๆของสุดที่รักของผมว่า

“อาจารย์ชอบยองเบรึยังฮะ” หลังจากจียงถามซึงรีก็ถอดเสื้อออกโดยไม่ลืมทำสีหน้าคาดโทษประมาณว่าฝากไว้ก่อนเหอะให้กับเด็กผม

หลังจากเล่นไปได้ซักพัก แม่งก็แทบจะแก้ผ้ากันทั้งห้อง ผมเองยังไม่โดนเลยรวมถึงพี่เท็ดดี้ จียง รวมถึงเจ้าของเกมส์อย่างชเวดองวุค

ก็จะไม่ให้แก้ผ้ากันได้ไงฮะ แต่ละคำถาม เรียกว่าขุดโคตรเง่ากันมาถามเลย ตอบก็ตายไม่ตอบก็เจ็บ โกหกก็ไม่ได้

อย่างเช่น

ไอ้แทบิน มึงฟันเด็กในร้านไปเกินครึ่งแล้วใช่มั้ย(นี่พี่จีนูหุ้นส่วนใหญ่อีกคนของร้านถาม พี่ดองวุคมองตาเขียวเลยคาดว่างานนี้เคลียร์กันยาวสมน้ำหน้ามันครับ)

ไอ้เบ็ก มึงแอบชอบไอ้เท็ดดี้อยู่ก่อนแต่แรกใช่มั้ย? (พี่จินฮวานเอาคืน ผิดคนนะพี่)

ไอ้ยองเบ มึงจ้องจะฟันน้องกูใช่มั้ย? (พี่ดองวุค แต่ข้อนี้ไอ้เบ้มันตอบอย่างหน้าชื่นตาบานเลยว่าใช่ แล้วมันก็ถอดเสื้อด้วยเหตุผลที่ว่าอยากถอดเป็นเพี่อนไอ้มักเน่มันจะได้ไม่เหงา กูจะฮ๊าก เหงาบ้านพ่องมึงเหรอครับถอดกันแทบจะทั้งห้องอยู่แล้ว)

ไอ้ยุนโฮ ตอนแจจุงไปญี่ปุ่นมึงแอบฟันเลขามันใช่มะ(ไอ้ยูชอนถามครับ หลังจากยิงคำถามนี้มันก็โดนเพื่อนรักสบถด่าเล็กน้อยพร้อมประเคนเท้างามๆเข้าที่ก้นไปเสียที)

หลังจากนั้นคำถามที่แสนจะไร้สาระก็ตามมาอีกเป็นระรอก แต่ผมก็ยังไม่โดน ผมเอ่ยปากเสนอว่าให้เลิกซึ่งพี่เท็ดดี้ผู้หวงตัวยิ่งชีพก็เห็นด้วย แต่ชเวดองวุคไม่เห็นด้วยเราจึงต้องเล่นกันต่อไป (ให้รู้มั่งว่าใครใหญ่)

แล้วหวยรางวัลที่หนึ่งก็มาออกที่จียงจนได้ ตัวเล็กของผมหน้าเสียไปนิดหน่อยเพราะรับรู้เลยว่าโดนหนักแน่

“จียง ไอ้เทมป์เคยทำมากสุดกี่ครั้งต่อคืน” โหพี่ชายในสายเลือดครับมึงถามเชี่ยไรของมึงเนี่ยคำถามมึงสร้างโลกมาก

“พี่ดองวุค ถามอะไรฮะเนี่ย” ลูกชายรัฐมนตรีแหวเสียงดังด้วยความเขิน แล้วนั่งนิ่งยังไม่ยอมตอบ

“จะตอบไม่ตอบไอ้จี ไม่ตอบก็ถอดมึง เสียเวลาคอย” ไอ้เตี้ยล่ำเปียแมงป่องเอ่ยเร่ง จียงมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนที่มือบางจะเริ่มจับที่ชายเสื้อตัวเอง ไอ้ยองเบมึงอยากตายใช่มะ มึงคิดว่าใครจะช่วยมึงได้เหรอฮะ

“ไม่ ไม่ถอดนะครับจียง ตอบไปเลยครับพี่ไม่อาย” ผมห้ามจียงไว้ครับ เรื่องไรจะให้จียงถอดเสื้อโชว์ผิวขาวๆให้คนอื่นเห็นหล่ะครับเสี่ยยอมไม่ได้

“ผมตอบไม่ได้ฮะ ..ไม่เคยนับฮะ” ว่าจบคนตัวเล็กที่ตอนนี้เขินจนหัวหูแดงก็ซุกหน้าลงมาที่อกผม

“เฮ้ย ถึงกับนับรอบไม่ทันเลยเหรอวะ ไอ้ท็อปมึงฟิตเหลือเชื่อเลยกูยกนิ้วให้”ปาร์คเท็ดดี้ยกนิ้วให้ผมจริงๆครับ แน่หล่ะพี่ครับ ผมอาจอายุมากแต่ไม่ได้แก่ไก่กาอย่างพี่นะโฮ๊ะๆ(หัวเราะชั่ว)

แล้วเกมส์ก็เป็นอันต้องยุติเพราะขาใหญ่มาครับ ป๋ายางของทุกคน

เขาเป็นคนที่ทุกคนเกรงใจ เนื่องด้วยว่าเขาเป็นพี่ชายของป๊ะป๋าจียงครับ แล้วที่สำคัญเขาเป็นผู้พลักดันให้คุณพ่อของจียงขึ้นเป็นรัฐมนตรี ทรงอำนาจมากมายผู้ชายคนนี้

แต่ครับแต่ แต่ผู้ทรงอำนาจก็ยังมีจุดอ่อน จุดอ่อนของป๋ายาง คือ

“ลุงฮะ มาแล้วเหรอ”เสียงหวานเรียกผู้เป็นลุงก่อนร่างเล็กจะวิ่งเข้าไปกอดเอวคนเป็นลุงเสียแน่น นั่นแหละครับ เหนือยางยังมียง แล้วเหนือยงยังมีผม แต่บางทียงก็อยู่บนเอ้ยอยู่เหนือนะ(ลากเอาเสื่อมเข้ามาเชื่อมตลอดเวนะมึงเสี่ย)

“ว่าไงเจ้าตัวแสบ ลุงมีของขวัญมาให้ด้วยนะ”ลุงเขาเอาของมาเอาใจหลานชายคนเดียวครับ แต่ว่าลุงครับ วันนี้วันเกิดกูป่ะวะครับ ทำไมคนได้ของขวัญเป็นจียง? เสี่ยงงครับ

จียงแกะของขวัญอย่างหน้าชื่นตาบาน มือเล็กค่อยๆแกะโบว์สีสวยออกอย่างระมัดระวัง ก่อนที่จะค่อยๆแกะฝากล่องสีดำสนิทออก มือเล็กเปิดฝากล่องออกจนสุดเผยของขวัญให้ทุกคนในห้องได้เห็นกันทั่ว



“เฮ้ย.....................................”

หน้าจียง (!O!)

หน้าผม (owo)

หน้าพี่ดองวุค (0++0)

หน้าทุกคน (--*)

หน้าลุงตัวต้นเหตุ (>+++<)

“แม่งปัญญาอ่อน กูว่ากูเลวแล้วนะ แต่แบบเห็นแบบนี้แล้ว เหอะๆ” พี่ดองวุคพูดหลังจากตั้งสติกับของขวัญสยองขวัญของลุงแก

“ลุงเล่นอะไรฮะเนี่ย” จียงว่าก่อนที่จะงอนตุ๊บป่องสะบัดหน้าหนีลุงสุดที่รักที่วิปริตซื้อของเล่นผู้ใหญ่มาให้หลายชายในวันเกิดหลายเขย คือมันจะดีนะลุงถ้าที่ลุงซื้อไม่ใช่อวัยวะเพศปลอมของผู้หญิง

“โอ๋ๆๆหลานรักลุงล้อเล่นน่า ของจียงอันนี้ๆ”ว่าแล้วลุงแกก็ส่งถุงกำไลคาร์เทียร์คอเลคชั่นใหม่ให้กับจียงแล้วจับไอ้ของปลอมนั่นโยนให้พี่คุชชี่แล้วเฮียแกก็เก็บเข้ากระเป๋าไป (เอ๊ะยังไง)

จียงหน้าชื่นตาบานกับของขวัญชิ้นใหญ่ราคาหลายแสนของคุณลุงสุดที่รักได้ไม่นาน หายนะก็เริ่มมาเยือนอีกหน เมื่อเชวดองวุคคนเดิมเริ่มคิดเกมส์ใหม่

“เฮ้ย เรามาเล่นเกมส์พระราชากันเหอะ” ผู้ที่ไม่สูงอายุแต่สูงด้วยอำนาจเอ่ยชวน

“ผมว่าเรานั่งกินเหล้ากันเฉยๆดีกว่านะพี่ หรือถ้าจะให้ดีกว่านั้นพวกพี่กลับบ้านไปเหอะ พวกมึงด้วย” ผมเอ่ยบอก

“ไม่!!!!!!!!!” ทายสิเสียงใครเอ่ย ไม่ต้องทายให้เมื่อยครับ เสียงพวกแม่งทุกคนแหละ

“มึงจะเล่นดีๆ หรือจะเล่นทั้งน้ำตาไอ้ท็อป” พี่ชายบังเกิดเกล้าเอ่ยข่มขวัญ อยากบอกเหลือเกินว่าไม่ต้องขู่ครับ แค่มึงมากูก็ขี้แทบราดแล้ว

“พี่แทบินฮะ ขออุปกรณ์” โอ้โห นี่มึงมีข้าวของมาพร้อมเลยนะนี่เตรียมมาจากบ้านเลยป่ะเนี่ย เกิดมาเพื่อสิ่งนี้จริงๆ บอนทูบีทางด้านบ่อนทำลายทำร้ายพี่น้อง

“โห มึงเอาของมาจากบ้านเลยเหรอวะไอ้แทบิน” พี่เท็ดดี้เอ่ยถามเมื่อเห็นพี่แทบินหยิบอุปกรณ์ออกมาจากกระเป๋า

“เอาเหอะๆพี่มาเริ่มเกมส์กัน ผมทนไม่ไหวละหึหึ” ไอ้หัวเราะหึหึทีหลังนี่ทำไมต้องหันมามองหน้ากูครับพี่

พี่แทบินเอาช้อนกาแฟที่ติดเลขใส่แก้วกาแฟที่เตรียมมาก่อนที่พี่ดองวุคจะเริ่มบอกกติกา

“เอาหล่ะฮะ ในแก้วจะมีช้อนยี่สิบคัน แต่เรามีกันแค่สิบเก้าคนเองไม่เป็นไรถือว่าอันนั้นคือทางรอด มีเลขหนึ่งถึงสิบเก้านะฮะ แล้วอีกอันนึงไม่มีเลขใครได้อันไม่มีเลขได้เป็นพระราชา ดึงช้อนแล้วปิดเลขให้ดีหล่ะ เอ้าเริ่ม” พี่ดองวุคพูดจบแม่งก็หยิบช้อนมาอันนึงแล้วกำไว้แน่นเลย ห่ามึงเลือกก่อนมึงโกงป่ะเนี่ย

แล้วทุกคนก็หยิบช้อนกันไปคนละคัน ผมหยิบมาหนึ่งอัน เลขหกครับกำแน่นเลยเดี๋ยวใครเห็น

“ฮ่าๆๆๆๆกูเป็นพระราชาเว้ย” เสียงพี่เตี้ย เอ้ยพี่เบ็กกี้ดังมาบ่งบอกว่าตัวเองได้เป็นผู้กำชะตาชาวบ้าน

“เอาให้ดีนะมึงไอ้เบ็ก” แหมมีเอ่ยข่มขู่ครับ แต่งานนี้ไม่มีใครรู้ว่าใครได้เลขไหน มียาวแน่

“ให้เลขสาม กับเลขสิบสาม เอาหัวโขกกัน แรงๆด้วยนะมึง”

“สัสเบ็กมึงแอบดูของกูป่ะเนี่ย”เสียงบ่นอุบของพี่จีนูดังขึ้นเฮียแกได้เลขสามครับ

“แล้วใครได้สิบสามอ่ะ” ผมถามขึ้น

“กู” สั้นๆได้ใจความก่อนที่พี่คุชชี่จะเดินไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้วเอาหัวเหม่งของแกไปโขกที่หัวพี่จีนู เสียงดังโป๊กน่ากลัวจะแตกครับ

“สัสเกมส์เชี่ยไรว่ะเนี่ย”พี่จีนูบ่นอีกระรอกพร้อมกับลูบหน้าผากตัวเองป้อยๆ

เกมส์รอบสองเริ่มขึ้นด้วยพี่แทบินได้เป็นพระราชา

“ให้เลขสี่ แดกนี่ให้หมด” ว่าแล้วพี่แกก็ส่งพริกขี้หนูที่เขาเอามาไว้แกล้มกับไส้กรอกที่พี่จีนูซื้อมา โหไอ้เถื่อนโคตรโหดเถอะพริกนี่แม่งโคตรเผ็ดครับ

แล้วผู้โชคดีรอบนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ตี๋น้อยหน้าแป้น คังแดซอง ผมแอบเห็นพี่จินฮวานหน้าเสียนิดหน่อยที่คนที่พี่แกบอกว่าเป็นแค่น้องถูกลงโทษให้กินอะไรแบบนี้ ก่อนที่จะลุกเข้าครัวไปหยิบน้ำออกมาวางไว้ให้

รอบสามไอ้ฮยอนจุงต้องออกไปเคาะประตูห้องข้างๆแล้วขอยืมถุงยางอนามัย ผลปรากฏว่า คนหล่อโดนตบกลับมาครับ ไอ้คุณชายมิติที่สามเดินทำหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามาในห้องพร้อมชี้หน้าเพื่อนรักคิมแจจุงคาดโทษ

รอบสี่ ถึงทีเสี่ยครับ ผมสั่งให้เลขแปดทำความสะอาดห้องหลังจากกินกันเสร็จ หวยไปออกที่ไอ้ซึงน้องรักฮ่าๆๆแอบสะใจอยู่เล็กน้อยเพราะแกล้งหนึ่งได้ถึงสอง รู้ใช่มั้ยครับว่าใคร

เล่นมาได้สักพักพวกเราก็ได้รู้ว่าแต่ละคนมีความวิปริตอยู่ในกมลสันดารกันอยู่มากโข

อย่างเช่นที่ลุงฌอนสั่งให้พี่แทบินนั่งตักลุงยาง คือแม่งพี่ครับกูดูยังไงก็ไม่คือป่ะ มาเฟียหน้าโหดนั่งตักลุงแก่ๆ

พี่จีนูสั่งให้พี่เบ็กกี้เบอร์สี่ ถีบเบอร์สิบเจ็ด ลุงฌอน พี่เบ็กแม่งยกมือไหว้แล้วไหว้อีกก่อนที่จะบรรจงถีบเข้าที่สีข้างคนแก่ไปทีนึง

แล้วรอบหฤโหดก็มาจนได้เมื่อคนที่เป็นพระราชาคือ ยาง ฮยอน ซอกกกกกกก

“ให้เบอร์เจ็ด กับ เบอร์แปด จูบกัน”

“เฮ้ยยยยยยยยยยย” เสียงเบอร์เจ็ดกับเบอร์แปดอุทานออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมายทำให้ทุกคนรู้ได้โดยไม่ต้องถามเลยว่าเป็นใคร

เจ็ด ชเว ดองวุค และแปด ควอน จียง

เหี้ยครับบอกได้คำเดียว พี่ชายกับเมีย จูบกัน คือเข้าใจนะว่าเกมส์แต่ลุง เมียผมอ่ะหลานรักลุงไม่ใช่เหร๊อ อยากให้หลานต้องมลทินรึไงฟร๊ะให้จูบกับผู้ชายอื่น ถึงคนๆนั้นจะเป็นพี่ชายบังเกิดเกล้าที่ไหลมาจากช่องเดียวกับผมก็เหอะ แต่นั่นแหละปัญหาใหญ่เพราะชายคนนั้นแม่งคือ เชว นรกแตก ไง แล้วแม่งความนรกแตกของมันมีไว้เพื่อผมโดยเฉพาะ ลองได้มีโอกาสแกล้งผมขนาดนี้แล้วมีเหรอมันจะไม่เอาให้ถึงที่สุด

“มามะจียงจ๋ามาหาพี่มา” แล้วพี่แทบินที่ควรจะมาออกโรงอยู่ข้างผมแม่งกลับนั่นนิ่ง นิ่งเหี้ยๆอ่ะพี่คือเมียมึงกำลังจะจูบเมียกูนะ แล้วมึงก็รู้ว่าสถานะอย่างกูทำอะไรไม่ได้มะ แล้วมึงยังไม่คิดช่วยกูสักนิดเลยเหรอพี่

“ลุงฮะ ไม่เอาไม่ได้เหรอ” จียงเอ่ยพูดมือบางกำชายเสื้อผมไว้แน่นเลย

“มันเป็นเกมส์จียงเข้าใจนะหลานรัก ลุงไม่รู้นี่ว่าเลขนี้มันคือหลาน” กูไม่เชื่อครับ หน้าลุงบ่งบอกเลยว่ารู้ว่าคือจียง หน้ามึงแสดงออกมาครับลุงว่าตั้งใจแกล้งกูครับ

“ไอ้จีอย่าเรื่องมากได้มะ คนอื่นเขารอนะเว้ย”

“หุบปากไปเลยยองเบ ไม่เอาแล้วไม่ต้องเล่น แล้วกลับบ้านกันไปเลยทุกคนผมต้องการพักผ่อนแล้ว”

“มึงกล้าไล่พวกกูเหรอวะ กูพี่มึงนะเทมป์ แล้วเกมส์คือเกมส์ดิมึงอย่ามาใจตุ๊ดได้มะ”

“เออกูตุ๊ด ต่อไปนี้พี่จะเรียกผมตุ๊ดก็เชิญเลย”

“ไม่นะฮะ เสี่ยไม่ได้เป็นตุ๊ด ผมจะไม่ยอมให้ใครว่าเสี่ยเด็ดขาด”

พูดจบจียงของผมก็เดินเข้าไปหาพี่ดองวุคที่นั่งอยู่บนโซฟา ริมฝีปากบางประกบลงที่ริมฝีปากอิ่มสวยของพี่ชายผมแน่น ช่วงเวลาแป๊บเดียวแต่โครตนานในความรู้สึกผมเลย

“เอ่อ..กูว่ากูกลับบ้านก่อนดีกว่าดึกละ นะบายนะทุกคน ไปเถอะเตี้ย” พี่เท็ดดี้เริ่มมีสติคนแรกเอ่ยลากลับอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยแล้วลากเมียเตี้ยออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วฃ

แล้วทุกคนก็ทยอยกลับกันอย่างพร้อมใจโดยที่ผมไม่ต้องเอ่ยปากไล่เลยสักนิด ผมเริ่มได้สติตอนที่พี่ชายกับไอ้มักเน่ของผมกำลังเปิดประตูเตรียมกลับ

“พี่เดี๋ยวก่อน” ผมเอ่ยเรียกไว้ก่อนที่จะ

ประกบปากตัวเองลงบนปากอิ่มของพี่ดองวุค ตอนนี้ทั้งห้องที่ประกอบด้วยจียง พี่แทบิน ไอ้มักเน่ ไอ้เตี้ยเบ้ และไอ้แดซอง ต่างพากันตาเหลือกกับสิ่งที่ผมทำ ผมถอนริมฝีปากออกก่อนที่จะเดินไปหาจียงและประกบจูบอีกครั้งที่ริมฝีปากอิ่มสวยของเมียเด็ก ปล่อยให้พี่ดองวุคที่ตอนนี้ช็อคจนแข้งขาอ่อนลงไปกองอยู่กับพื้น ผมจูบจียงเนิ่นนาน เหมือนให้จูบนี้ลบล้างริมฝีปากของพี่ดองวุคที่ติดปากของเราทั้งสองให้หมดสิ้น จนผมเริ่มพอใจและแน่ใจว่าเราสองคนกลับมาเป็นของกันและกันเหมือนเดิมแล้วจึงละออก ผมหันไปมองหน้าพี่ชายสุดที่รัก ยิ้มมุมปากก่อนเอ่ย


“จูบของจียง ผมขอคืนนะ....”
05/18(日)18時05分 |Lost Childコメント(0)トラックバック (0)
| หน้าแรก | next >>